"ตลาดสัตว์เลี้ยง" โตแผ่วจับตาต้นทุนน้ำมัน-เม็ดพลาสติดพุ่ง

ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศเติบโตต่อเนื่อง ข้อมูลจาก ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี ระบุว่า ในช่วงระหว่างปี 2562 - 2568 ตลาดมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงร้อยละ 18.9 ต่อปี
ขณะที่ในปี 2568 ประเมินว่ามูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 92,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตร้อยละ 13.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคาดการณ์ว่า ปี 2569 มูลค่าตลาดจะทะลุระดับ 100,000 ล้านบาทขึ้นไป
ปัจจัยสำคัญมาจากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง และพัฒนาไปสู่พฤติกรรมการเลี้ยงแบบตามใจ หรือที่เรียกว่าเป็น ทาสหมา และทาสแมว ซึ่งเจ้าของ พร้อมเลือกซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ให้สัตว์เลี้ยงเพื่อตอบสนองความพอใจของตนเอง ส่งผลให้การใช้จ่ายในหมวดอุปกรณ์และการดูแลสัตว์เลี้ยงมีทิศทางเร่งตัวขึ้น
คุณ ภาณุวิชญ์ พันธุ์พัฒนาศิลป์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน่าที่บริหาร แบรนด์ My Paws (มาย พอว์ส) ประเมินว่า แม้ตลาดยังคงเติบโต แต่เริ่มมีสัญญาณชะลอลง หลังขยายตัวอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด 19
ขณะเดียวกัน มีผู้ประกอบการรายใหม่ที่มองเห็นโอกาสในตลาดนี้ เข้ามาเพิ่มจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น ส่วนภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตลาดเติบโตช้าลงด้วย
แต่กลุ่มสินค้าที่มีการเติบโตโดดเด่น คืออาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงสินค้าประเภท ทรายแมว ซึ่งถือเป็นหมวดที่เติบโตเร็วในกลุ่มที่ไม่ใช่อาหาร เห็นได้จากการเติบโตของ My Paws เอง ที่เริ่มต้นมาจากผลิตภัณฑ์ทรายแมว ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และปีที่แล้วสามารถทำยอดขายได้ถึง 180 ล้านบาท ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าหมายเติบโตต่อเนื่องอีกเท่าตัว หรือมียอดขายประมาณ 300 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมฯ ยังต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนโลจิสติกส์, เม็ดพลาสติก รวมถึงวัตถุดิบอย่างเนื้อสัตว์ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นแล้ว และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรม
สำหรับบริษัทฯ ขณะนี้ ยังไม่ได้ปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ แต่จะมีการประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยหากต้นทุนสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจจำเป็นต้องทยอยปรับราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
แต่ในสถานการณ์ดังกล่าว เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อตลาดสัตว์เลี้ยง เพราะเทรนด์การเลี้ยงดูสัตว์เลี้ยงที่เหมือนคนในครอบครัวยังแข็งแกร่ง เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกของตนเอง ดังนั้น แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัวลง แต่เชื่อว่าในกลุ่มเซกเตอร์นี้ยังสามารถเติบโตต่อไปได้
คุณ ภาณุวิชญ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน My Paws เปิดตัวแบรนด์มาได้ 2 ปีแล้ว และเนื่องจากตลาดมีการแข่งขันสูงขึ้น บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ ผ่านการสร้างช่วงเวลาและประสบการณ์ร่วมกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ และกระตุ้นการกลับมาซื้อซ้ำ ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าใหม่
ล่าสุดจับมือร่วมกับ เจี้ยนชา (JIANCHA) ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านเครื่องดื่มชา ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทรายแมวกลิ่นองุ่นครีมชีส ครั้งแรกในไทย ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการฉีกกฏการคอลแลบ เพราะสินค้าแตกต่างกัน แต่ทั้งสองแบรนด์มีเป้าหมายเดียวกัน คือมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
