ใครเริ่มแล้วบ้าง ? ประเทศ "อาเซียน" ประหยัดพลังงานอย่างไร รับมือ น้ำมันแพง "วิกฤตตะวันออกกลาง"

ใครเริ่มแล้วบ้าง ? ประเทศ "อาเซียน" ประหยัดพลังงานอย่างไร รับมือ น้ำมันแพง "วิกฤตตะวันออกกลาง"
วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำมันที่มุ่งหน้าสู่เอเชีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นต่อเนื่อง และบีบให้หลายประเทศในเอเชียรวมถึงอาเซียน ต้องเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยง และออกมาตรการเพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งภาครัฐ และขอความร่วมมือภาคประชาชน เช่น
"ฟิลิปปินส์"
ลดใช้แอร์-ลดเดินทาง-ทำงานที่บ้าน โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลง ไม่น้อยกว่า 10% ภายในช่วงวิกฤต
รัฐบาลฟิลิปปินส์กำหนดให้หน่วยงานรัฐทั้งหมด
* ตั้งอุณหภูมิแอร์ ไม่ต่ำกว่า 24 องศาเซลเซียส
* ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเลิกงานอย่างน้อย 30 นาที
* จำกัดการใช้ลิฟต์ในอาคาร (แนะนำใช้บันไดในระยะสั้น)
* ลดการเดินทางราชการที่ไม่จำเป็น
พร้อมกันนี้ยังให้หน่วยงานภาครัฐและบางภาคเอกชน
* ใช้ระบบ ทำงานที่บ้าน Work from Home อย่างน้อย 1–2 วันต่อสัปดาห์
* จัดประชุมออนไลน์แทนการเดินทาง
"เวียดนาม"
ลดรถส่วนตัว-เพิ่มขนส่งสาธารณะ
* รณรงค์ให้ลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในวันทำงาน
* ส่งเสริมการใช้รถเมล์ รถไฟในเมือง และรถไฟฟ้า
* สนับสนุน Carpool (นั่งรถร่วมกัน) อย่างน้อย 2–3 คนต่อคัน
* สนับสนุนการใช้จักรยานในระยะทางใกล้ (ต่ำกว่า 5 กม.)
ภาครัฐบางหน่วยงานเริ่มทดลอง ให้มีการปรับเวลาเข้างานเหลื่อมเวลา (staggered hours) เพื่อลดรถติดและการใช้น้ำมัน
"เมียนมา"
วิ่งรถ “เลขคู่-เลขคี่” ลดใช้ทันที มาตรการนี้ช่วยลดจำนวนรถบนถนนได้ทันทีประมาณ 30–50% ในบางพื้นที่
เมียนมาใช้มาตรการควบคุมโดยตรง ให้รถทะเบียน เลขคู่ วิ่งได้เฉพาะวันคู่ ส่วนรถทะเบียน เลขคี่ วิ่งได้เฉพาะวันคี่ บังคับใช้ในเขตเมืองหลัก เช่น ย่างกุ้ง
ข้อยกเว้น : รถขนส่งสินค้า รถฉุกเฉิน ระบบขนส่งสาธารณะ
"ไทย"
ขอความร่วมมือ ไม่มีมาตรการบังคับ แต่เพิ่มความเข้มในเชิงปฏิบัติ เช่น
* ตั้งแอร์ที่ 25°องศาเซลเซียส ขึ้นไป ในอาคารราชการ
* ลดเวลาเปิดไฟในอาคารหลังเลิกงาน
* สนับสนุนการทำงานที่บ้าน Work from Home ตามความเหมาะสม (1–2 วัน/สัปดาห์)
* ลดการเดินทางราชการข้ามจังหวัด
* ส่งเสริม “แต่งกายสบาย” เพื่อลดภาระแอร์
บางหน่วยงานเริ่มทดลอง
* ปิดลิฟต์บางช่วงเวลา
* ลดวันประชุมแบบพบหน้า
นอกจากนี้ยังมาตรการในเอเชียที่น่าสนใจ เช่น
"ศรีลังกา"
ใช้มาตรการเข้มข้นที่สุดในภูมิภาค ประกาศให้ ทุกวันพุธเป็นวันหยุด เท่ากับลดวันทำงานเหลือ 4 วัน/สัปดาห์ ลดการเดินทางลงทันทีประมาณ 20% ส่วนระบบน้ำมัน รถยนต์ส่วนบุคคล เติมได้ ไม่เกิน 15 ลิตร/สัปดาห์ รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 5 ลิตร/สัปดาห์ ใช้ระบบ “National Fuel Pass” ควบคุมผ่านดิจิทัล
"บังกลาเทศ"
ปิดเรียน-ตัดไฟ-ลดกิจกรรมประเทศ บังกลาเทศใช้มาตรการหลายระดับพร้อมกัน เลื่อนวันหยุดมหาวิทยาลัย “เร็วขึ้น 1–2 สัปดาห์” ในช่วงรอมฎอน ปิดสถานศึกษาบางแห่งชั่วคราวในช่วงพลังงานตึงตัวใช้มาตรการ ตัดไฟเป็นช่วง (วันละ 1–3 ชั่วโมง) ในหลายพื้นที่ ด้านพลังงาน จำกัดการจำหน่ายดีเซลบางช่วงเวลา ลดเวลาทำงานของหน่วยงานรัฐลงบางวัน
นอกจากนี้ในกลุ่มอาเซียน ยังมีการ “ยกระดับ” เพิ่มเติมในระดับนโยบายถึงระดับโครงสร้าง เช่น
"อินโดนีเซีย" เพิ่มงบอุดหนุนพลังงาน และจำกัดสิทธิ์น้ำมันราคาถูกเฉพาะกลุ่ม
"มาเลเซีย" เริ่มใช้ระบบ “อุดหนุนเฉพาะเป้าหมาย” จำกัดปริมาณต่อคน/ต่อเดือน
"สิงคโปร์" เร่งใช้พลังงานสะอาด เช่น SAF และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานทั้งระบบ
ขณะที่ อาเซียน ตั้งเป้าเพิ่มพลังงานหมุนเวียนเป็น 45% ภายในปี 2030 และลดการใช้พลังงานต่อ GDP อย่างมีนัยสำคัญ โดยมาตรการทั้งหมดเกิดขึ้นเวลานี้่เพื่อลดแรงกระแทกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และลดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ
แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ต้องจับตากันว่ามาตรการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เพียงระยะสั้น “ชั่วคราว” แต่จะอาจจะยกระดับกลายเป็น “วิถีใหม่ด้านพลังงาน” ของอาเซียนในระยะยาวได้เช่นกัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
