รีเซต

ใครเริ่มแล้วบ้าง ? ประเทศ "อาเซียน" ประหยัดพลังงานอย่างไร รับมือ น้ำมันแพง "วิกฤตตะวันออกกลาง"

ใครเริ่มแล้วบ้าง ? ประเทศ "อาเซียน" ประหยัดพลังงานอย่างไร รับมือ น้ำมันแพง "วิกฤตตะวันออกกลาง"
TNN ช่อง16
19 มีนาคม 2569 ( 09:53 )
6

ใครเริ่มแล้วบ้าง ? ประเทศ "อาเซียน" ประหยัดพลังงานอย่างไร รับมือ น้ำมันแพง "วิกฤตตะวันออกกลาง"


วิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงกดดันระบบพลังงานโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของน้ำมันที่มุ่งหน้าสู่เอเชีย ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นต่อเนื่อง และบีบให้หลายประเทศในเอเชียรวมถึงอาเซียน ต้องเตรียมพร้อมรับมือความเสี่ยง และออกมาตรการเพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งภาครัฐ และขอความร่วมมือภาคประชาชน เช่น


"ฟิลิปปินส์" 

ลดใช้แอร์-ลดเดินทาง-ทำงานที่บ้าน โดยตั้งเป้าลดการใช้พลังงานลง ไม่น้อยกว่า 10% ภายในช่วงวิกฤต

รัฐบาลฟิลิปปินส์กำหนดให้หน่วยงานรัฐทั้งหมด

* ตั้งอุณหภูมิแอร์ ไม่ต่ำกว่า 24 องศาเซลเซียส 

* ปิดเครื่องปรับอากาศก่อนเลิกงานอย่างน้อย 30 นาที

* จำกัดการใช้ลิฟต์ในอาคาร (แนะนำใช้บันไดในระยะสั้น)

* ลดการเดินทางราชการที่ไม่จำเป็น


พร้อมกันนี้ยังให้หน่วยงานภาครัฐและบางภาคเอกชน

* ใช้ระบบ ทำงานที่บ้าน Work from Home อย่างน้อย 1–2 วันต่อสัปดาห์

* จัดประชุมออนไลน์แทนการเดินทาง


"เวียดนาม" 

ลดรถส่วนตัว-เพิ่มขนส่งสาธารณะ

* รณรงค์ให้ลดใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในวันทำงาน

* ส่งเสริมการใช้รถเมล์ รถไฟในเมือง และรถไฟฟ้า

* สนับสนุน Carpool (นั่งรถร่วมกัน) อย่างน้อย 2–3 คนต่อคัน

* สนับสนุนการใช้จักรยานในระยะทางใกล้ (ต่ำกว่า 5 กม.)


ภาครัฐบางหน่วยงานเริ่มทดลอง ให้มีการปรับเวลาเข้างานเหลื่อมเวลา (staggered hours) เพื่อลดรถติดและการใช้น้ำมัน


"เมียนมา" 

วิ่งรถ “เลขคู่-เลขคี่” ลดใช้ทันที มาตรการนี้ช่วยลดจำนวนรถบนถนนได้ทันทีประมาณ 30–50% ในบางพื้นที่

เมียนมาใช้มาตรการควบคุมโดยตรง ให้รถทะเบียน เลขคู่ วิ่งได้เฉพาะวันคู่ ส่วนรถทะเบียน เลขคี่ วิ่งได้เฉพาะวันคี่ บังคับใช้ในเขตเมืองหลัก เช่น ย่างกุ้ง

ข้อยกเว้น : รถขนส่งสินค้า รถฉุกเฉิน ระบบขนส่งสาธารณะ 


"ไทย"  

ขอความร่วมมือ ไม่มีมาตรการบังคับ แต่เพิ่มความเข้มในเชิงปฏิบัติ เช่น

* ตั้งแอร์ที่ 25°องศาเซลเซียส ขึ้นไป ในอาคารราชการ

* ลดเวลาเปิดไฟในอาคารหลังเลิกงาน

* สนับสนุนการทำงานที่บ้าน Work from Home ตามความเหมาะสม (1–2 วัน/สัปดาห์)

* ลดการเดินทางราชการข้ามจังหวัด

* ส่งเสริม “แต่งกายสบาย” เพื่อลดภาระแอร์


บางหน่วยงานเริ่มทดลอง

* ปิดลิฟต์บางช่วงเวลา

* ลดวันประชุมแบบพบหน้า



นอกจากนี้ยังมาตรการในเอเชียที่น่าสนใจ เช่น 

"ศรีลังกา" 

ใช้มาตรการเข้มข้นที่สุดในภูมิภาค ประกาศให้ ทุกวันพุธเป็นวันหยุด  เท่ากับลดวันทำงานเหลือ  4 วัน/สัปดาห์  ลดการเดินทางลงทันทีประมาณ 20% ส่วนระบบน้ำมัน รถยนต์ส่วนบุคคล เติมได้ ไม่เกิน 15 ลิตร/สัปดาห์ รถจักรยานยนต์ ไม่เกิน 5 ลิตร/สัปดาห์ ใช้ระบบ “National Fuel Pass” ควบคุมผ่านดิจิทัล


"บังกลาเทศ" 

ปิดเรียน-ตัดไฟ-ลดกิจกรรมประเทศ บังกลาเทศใช้มาตรการหลายระดับพร้อมกัน เลื่อนวันหยุดมหาวิทยาลัย “เร็วขึ้น 1–2 สัปดาห์” ในช่วงรอมฎอน  ปิดสถานศึกษาบางแห่งชั่วคราวในช่วงพลังงานตึงตัวใช้มาตรการ ตัดไฟเป็นช่วง (วันละ 1–3 ชั่วโมง) ในหลายพื้นที่ ด้านพลังงาน จำกัดการจำหน่ายดีเซลบางช่วงเวลา  ลดเวลาทำงานของหน่วยงานรัฐลงบางวัน

นอกจากนี้ในกลุ่มอาเซียน ยังมีการ “ยกระดับ” เพิ่มเติมในระดับนโยบายถึงระดับโครงสร้าง เช่น

 

"อินโดนีเซีย" เพิ่มงบอุดหนุนพลังงาน และจำกัดสิทธิ์น้ำมันราคาถูกเฉพาะกลุ่ม

"มาเลเซีย" เริ่มใช้ระบบ “อุดหนุนเฉพาะเป้าหมาย” จำกัดปริมาณต่อคน/ต่อเดือน

"สิงคโปร์" เร่งใช้พลังงานสะอาด เช่น SAF และเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานทั้งระบบ


ขณะที่ อาเซียน ตั้งเป้าเพิ่มพลังงานหมุนเวียนเป็น 45% ภายในปี 2030 และลดการใช้พลังงานต่อ GDP อย่างมีนัยสำคัญ โดยมาตรการทั้งหมดเกิดขึ้นเวลานี้่เพื่อลดแรงกระแทกจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น และลดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ


 แต่อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อ ต้องจับตากันว่ามาตรการเหล่านี้อาจไม่ใช่แค่เพียงระยะสั้น “ชั่วคราว” แต่จะอาจจะยกระดับกลายเป็น “วิถีใหม่ด้านพลังงาน” ของอาเซียนในระยะยาวได้เช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง