“ศุภชัย” ชู From SHOCK to SHIFT เร่งไทยสู่ความยั่งยืน ดัน SDGs สร้าง Impact

นายศุภชัย เจียรวนนท์ นายกสมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย (GCNT) และรองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวปาฐกถาในงาน GCNT Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ True Digital Park ภายใต้แนวคิด “From SHOCK to SHIFT: Thailand's Sustainable Transition in a Fractured World – จากวิกฤตโลก สู่ธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืน” โดยระบุว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของโลก จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับ “คน” ในฐานะหัวใจของการพัฒนา
นายศุภชัย กล่าวว่า ปัจจุบันสมาคม GCNT มีสมาชิกมากกว่า 160 องค์กร และในปีนี้ GCNT Expo 2026 ได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคม โดยแนวคิดของทั้งสองเวทีมีความเชื่อมโยงกันในเรื่องความสำคัญของการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินระหว่างประเทศ
อีกประเด็นที่ให้ความสำคัญร่วมกันคือ “คน” ซึ่งไม่ควรเป็นเพียงผู้รับผลกระทบจากการพัฒนา แต่ต้องมีส่วนร่วมในการสร้างการพัฒนาและขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านจากวิกฤตไปสู่ความยั่งยืน
เหลือไม่ถึง 4 ปี สู่เป้าหมาย SDGs 2030
นายศุภชัย กล่าวว่า โลกเหลือเวลาอีกไม่ถึง 4 ปีก่อนถึงปี 2030 ซึ่งเป็นหมุดหมายสำคัญของการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals: SDGs ทั้ง 17 ข้อ แต่สถานการณ์โลกกลับกำลังเผชิญความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง รวมถึงเพิ่มความไม่เท่าเทียมในหลายรูปแบบ
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นห่างออกไปหลายพันกิโลเมตร สามารถส่งผลต่อราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน ขณะที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลตั้งแต่ปัญหาภัยแล้งที่กระทบรายได้เกษตรกร ไปจนถึงน้ำป่าและภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายแก่ชุมชน
ขณะเดียวกัน อาชญากรรมออนไลน์และการค้ามนุษย์สร้างผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ส่วนเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI แม้สามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและการพัฒนา แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะเพิ่มช่องว่างระหว่างผู้ที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI กับผู้ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงหรือใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวได้
เตือนกติกาสีเขียวอาจกระทบ SMEs หากปรับตัวไม่ทัน
นายศุภชัย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงของกฎกติกาด้านความยั่งยืนว่า มาตรฐานใหม่สามารถช่วยยกระดับการดำเนินธุรกิจของโลก แต่ในอีกด้านหนึ่ง SMEs และคู่ค้ารายเล็กอาจได้รับผลกระทบ หากไม่มีศักยภาพเพียงพอในการปรับตัวและแข่งขันภายใต้กฎใหม่
เช่นเดียวกับการเติบโตของเศรษฐกิจสีเขียวที่สามารถสร้างงานและอุตสาหกรรมใหม่ แต่กระบวนการเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องคำนึงถึงแรงงานในอุตสาหกรรมเดิม เพื่อไม่ให้คนกลุ่มหนึ่งถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
โจทย์ที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันหาคำตอบจึงอยู่ที่การสร้างศักยภาพ ความมั่งคั่ง และโอกาสให้ประชาชนสามารถเติบโตทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และความเสี่ยงใหม่ ผ่านการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน สหประชาชาติ ภาคประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
เป้าหมายคือการยกระดับความเป็นอยู่ สร้างงาน และสร้างความเข้มแข็งให้กับครอบครัวและสังคม
ชู SDGs คือ “Shift” ที่ประเทศไทยต้องการ
นายศุภชัย ระบุว่า การบรรลุ SDGs คือหนึ่งใน “Shift” ที่ประเทศไทยต้องการ โดยในปีนี้ GCNT ร่วมกับ United Nations Global Compact (UNGC) และภาคีเครือข่าย จัดทำรายงานเกี่ยวกับบทบาทของภาคธุรกิจต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
จากการสำรวจกว่า 100 องค์กร พบว่าองค์กรที่เข้าร่วมการสำรวจได้นำ SDGs เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์และการดำเนินธุรกิจ โดยเฉพาะ SDG 12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ซึ่งปรากฏอยู่ในการดำเนินงานของทุกองค์กรที่สำรวจ
อย่างไรก็ตาม ประเด็นด้านการบริหารจัดการน้ำ ระบบนิเวศทางทะเล และระบบนิเวศบนบก ยังเป็นเรื่องที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดการปฏิบัติมากขึ้น
ผลการศึกษายังชี้ให้เห็นว่า แม้ภาคเอกชนจะเริ่มเปลี่ยนนโยบายด้าน SDGs ไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังแล้ว แต่จำเป็นต้องเพิ่มการทำงานแบบบูรณาการ ลดการทำงานแบบแยกส่วนหรือ “ไซโล” ทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพราะ SDGs แต่ละด้านมีความเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ปัญหาโลกร้อน ไปจนถึงความเท่าเทียม
เป้าหมายต่อจากนี้จึงต้องก้าวจากการลงมือทำไปสู่ผลลัพธ์ที่สามารถวัดได้ หรือ “From Action to Impact”
ปั้นคนรุ่นใหม่ด้านความยั่งยืน ผู้สมัครหลักสูตรกว่า 1,200 คน
สำหรับการดำเนินงานของ GCNT ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี นายศุภชัย กล่าวว่า สมาคมได้ทำงานร่วมกับองค์กรสมาชิกและภาคีเครือข่าย เพื่อผลักดันความตระหนักรู้ไปสู่การเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทั้งองค์ความรู้และจิตสำนึกด้านความยั่งยืน
หนึ่งในตัวอย่างคือหลักสูตรด้านการจัดการความยั่งยืนที่ GCNT ร่วมจัดตั้งกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยการเรียนการสอนรุ่นแรกในปีนี้ตั้งเป้ารับนักศึกษา 70 คน แต่มีผู้สมัครมากกว่า 1,200 คน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจของคนรุ่นใหม่ต่อองค์ความรู้และสายอาชีพด้านความยั่งยืน
นอกจากนี้ องค์กรสมาชิกยังร่วมกันจัดตั้ง Learning Center ทั่วประเทศเกือบ 100 แห่ง เชื่อมโยงการเรียนรู้กับ SDGs ที่เกี่ยวข้อง ขณะที่เครือข่ายเยาวชนด้าน SDGs มีเยาวชนเข้าร่วมตลอด 3 รุ่นที่ผ่านมาแล้วกว่า 1,000 คน เพื่อมีส่วนร่วมขับเคลื่อนและสื่อสารประเด็นความยั่งยืนในรูปแบบของคนรุ่นใหม่
GCNT ยังมีส่วนร่วมในประเด็นเชิงนโยบายด้านความยั่งยืน อาทิ แผนด้านความหลากหลายทางชีวภาพระดับชาติ แผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน รวมถึงร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่มีความรับผิดชอบ
ย้ำเปลี่ยนผ่านต้องไม่ทิ้ง SMEs-เกษตรกร-ชุมชน
นายศุภชัย กล่าวว่า ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นเป็นผลจากความร่วมมือของสมาชิก GCNT และภาคีจากทุกภาคส่วน แต่ยังมีภารกิจอีกมากที่ต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการขยายโอกาสการเรียนรู้จากการลงมือทำ หรือ Action-Based Learning และการพัฒนากลไกตลาดที่เปิดโอกาสให้ SMEs เกษตรกร คู่ค้า และชุมชนได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านอย่างทั่วถึง
พร้อมกันนี้ ต้องส่งเสริมการเรียนรู้และใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างนวัตกรรมอย่างมีจริยธรรม เพราะการเปลี่ยนผ่านที่ดีไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมีคำตอบที่ถูกต้องทั้งหมด แต่ต้องเริ่มจากความพร้อมในการเรียนรู้ ทดลอง และค้นหาคำตอบร่วมกัน
นายศุภชัย ทิ้งท้ายด้วยการเชิญชวนผู้เข้าร่วม GCNT Expo 2026 ให้ออกจากงานพร้อมกับ “1 เรื่องที่จะเริ่มทำ 1 ความร่วมมือที่จะเริ่มสร้าง 1 ผลลัพธ์ที่จะเริ่มวัด และ 1 ประสบการณ์ที่จะนำกลับมาแลกเปลี่ยนกันในปีหน้า”
พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า ด้วยความร่วมมือของทุกฝ่าย ประเทศไทยจะสามารถรับมือกับแรงกระแทกจากความปั่นป่วนของโลก และเปลี่ยนแรงกระแทกเหล่านั้นให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง หรือ “From SHOCK to SHIFT” เพื่อนำไปสู่เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
