รีเซต

“LH” มุมมองหยวนต้า หลังประกาศแผนธุรกิจปี 69

“LH” มุมมองหยวนต้า หลังประกาศแผนธุรกิจปี 69
ทันหุ้น
22 มกราคม 2569 ( 16:24 )
8

#ทันหุ้น - บล.หยวนต้า สแกน หุ้นบริษัทแลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH สรุปประเด็นสำคัญงานประกาศแผนดำเนินธุรกิจปี 2569 และประชุมนักวิเคราะห์ (21 ม.ค.69) ดังนี้

ในปี 2569 บริษัทฯ วางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ เป็นแนวราบทั้งหมด มูลค่า 3,660 ลบ. (-59% YoY) ได้แก่ Nantawan Prestige มูลค่า 2,220 ลบ. คาดเปิดตัว Q1/69 และ Chaiyapruek 3 มูลค่า 1,440 ลบ. คาดเปิดตัวใน Q4/69

ปีนี้จะมีโรงแรมเปิดใหม่ 1 แห่ง คือ GCP Voyage เป็นโรงแรมที่ 3 ในพัทยา คาดเปิดตัว Q4/69 และจะมีโครงการแนวสูงสร้างเสร็จใหม่เริ่มโอนช่วง Q4/69 คือ Wan Vayla Na Chaopraya มูลค่า 15,000 ลบ. (Presales 57%) คาดว่าจะเข้ามาช่วยเสริมยอดโอนในโครงการแนวสูง

โดยบริษัทฯ ตั้งเป้า Presales 15,000 ลบ. (+5% YoY) แบ่งเป็นแนวราบ 13,000 ลบ. (+5% YoY) และแนวสูง 2,000 ลบ. (+6% YoY) ในขณะที่ยอดโอนตั้งเป้าไว้ที่17,000 ลบ. (คาด +20% YoY) แบ่งเป็นแนวราบ 13,500 ลบ. และแนวสูง 3,500 ลบ. สำหรับรายได้ในฝั่งค่าเช่า บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ 9,934 ลบ. (+23% YoY) สนับสนุนจากการเติบโตของโรงแรม GCP Prestige และ Lumphini ที่เปิดทำการเต็มปี คิดเป็นราว 23% ของรายได้ทั้งหมด และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทฯ ร่วมคาดอยู่ที่ 3,461 ลบ. (+7% YoY)

บริษัทฯ วางแผนที่จะ divest โรงแรมในไทย และสหรัฐอเมริกา รวมทั้งหมด 3 แห่ง ในช่วง Q4/69 และงบการลงทุนสำหรับซื้อที่ดินใหม่อยู่ที่ 2,000 ลบ.

สำหรับกลยุทธ์ในปี 2569 จะเน้นการระบายสต็อกเก่าโดย ณ สิ้นปี 2568 บริษัทฯ มี inventories อยู่ทั้งหมด 73 โครงการ มูลค่า 76,226 ลบ. เป็นแนวราบ 67 โครงการ มูลค่า 65,264 ลบ. และแนวสูงอีก 6 โครงการ มูลค่า 10,962 ลบ. ปัจจุบัน บริษัทฯ มี Backlog ราว 9,800 ลบ. โดยจะรับรู้ในปี 2569 มากกว่า 2,000 ลบ.

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นปีที่ท้าทายพอสมควรสำหรับแผนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในปี 2569 เนื่องจากกลยุทธ์หลัก คือการระบายสินค้าคงเหลือทั้งแนวราบและแนวสูงซึ่งอาจมีความจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการโปรโมทและแข่งขันด้านราคาส่งผลให้กระทบกับอัตรากำไรขั้นต้น

ในช่วงปีที่ผ่านมาบริษัทฯ สูญเสียส่วนแบ่งตลาดและความสามารถในด้านการแข่งขันไปจากการเปิดตัวโครงการที่น้อยและระบายสินค้าคงเหลือได้ช้ากว่าที่ตั้งเป้าไว้ กลยุทธ์ของบริษัทฯ จึงหันมาพึ่งพารายได้ที่เป็น recurring income จากฝั่งโรงแรมมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการชะลอตัวลงของธุรกิจอสังหาฯ โดยปัจจุบันมีทั้งหมด 9 โรงแรม และวางแผนจะเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งช่วง Q4/69 และ Q2/71

ฐานะการเงินของบริษัทฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งและยังดำเนินการลด D/E ratio ได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้ ปัจจุบันอยู่ที่ 1.30 เท่า

ฝ่ายวิจัยอยู่ระหว่างทบทวนประมาณการ และรอผลประกอบการของ Q4/68 เบื้องต้นจึงคงคำแนะนำ Under Review

ข่าวที่เกี่ยวข้อง