“ซูเปอร์เอลนีโญ” โจทย์เร่งด่วนผู้ว่าฯ กทม. พาคนกรุงฯ ฝ่า 3 วิกฤตฝน - ฝุ่น - ร้อน

การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพิ่งผ่านพ้นไป แต่ทันทีที่ว่าที่ผู้ว่าฯ คนใหม่ กำลังเตรียมเข้ารับตำแหน่ง ก็มีสัญญาณเตือน จากนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศว่า กรุงเทพมหานครกำลังเผชิญ ภารกิจเร่งด่วน นั่นคือการรับมือกับความเสี่ยงจาก "ซูเปอร์เอลนีโญ"
ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุอย่างชัดเจนว่า หนึ่งในภารกิจเร่งด่วนของผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ คือการเตรียมกรุงเทพให้พร้อมรับผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญ เพราะเมืองหลวงกำลังจะเผชิญภัยสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ "ฝน ฝุ่น และความร้อน" ที่มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปกติ
แม้ในช่วง 2-3 เดือนแรก ปริมาณฝนโดยรวมยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่จะมีฝนทิ้งช่วงสลับกับฝนตกหนักแบบฉับพลัน หรือ Rain Bomb ที่สามารถทำให้หลายพื้นที่เกิดน้ำท่วมฉับพลันจากระบบระบายน้ำรองรับไม่ทัน
หลังจากนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่เอลนีโญทวีความรุนแรง กรุงเทพมหานครอาจเผชิญปัญหาฝุ่น PM2.5 หนักกว่าปีก่อน เพราะอากาศร้อนและแห้งจะเอื้อต่อการสะสมของฝุ่นละออง
ขณะที่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมิถุนายน 2570 เมืองหลวงอาจต้องรับมือกับคลื่นความร้อนรุนแรง โดยค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) อาจแตะระดับ 50 องศาเซลเซียส หรือมากกว่านั้นในบางช่วง
จาก "แก้น้ำท่วม" สู่การบริหารเมืองในยุคสภาพอากาศสุดขั้ว
ดร.ธรณ์ ระบุว่า ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วค่อยแก้ แต่ควรวางแผนล่วงหน้าสำหรับสถานการณ์เลวร้ายที่สุด ทั้งการรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน วิกฤตฝุ่น และคลื่นความร้อน โดยเฉพาะการดูแลกลุ่มเปราะบาง การจัดจุดหลบร้อน จุดบริการน้ำดื่ม การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการเตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อม
กรุงเทพฯ หนึ่งในพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบชัดเจนจาก “ซูเปอร์เอลนีโญ"
ด้าน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า ข้อมูลจากศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศชั้นนำของโลก ทั้ง NOAA ของสหรัฐฯ JMA ของญี่ปุ่น และ APCC ของเกาหลีใต้ ประเมินตรงกันว่า โลกได้เข้าสู่ภาวะเอลนีโญแล้ว และมีโอกาสมากกว่า 60% ที่จะพัฒนาเป็นเอลนีโญรุนแรง ขณะที่แบบจำลองของ JAMSTEC ประเทศญี่ปุ่น ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่จะเกิด "ซูเปอร์เอลนีโญ" ซึ่งพบได้เพียงครั้งในรอบประมาณ 25-70 ปี
หากเกิดขึ้นจริง กรุงเทพมหานครจะเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุด ทั้งจากฝนสุดขั้ว น้ำท่วมฉับพลัน อากาศร้อนจัด และความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
บททดสอบแรกของผู้ว่าฯ คนใหม่
การบริหารกรุงเทพในยุคต่อจากนี้ อาจไม่ได้ถูกวัดเพียงการแก้ปัญหารถติดหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่รวมถึงความสามารถในการเตรียมเมืองให้พร้อมรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นทุกปี และ ซูเปอร์เอลนีโญ จะไม่ใช่เพียงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่จะกลายเป็นบททดสอบสำคัญครั้งแรกของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ และอาจเป็นตัวชี้วัดว่ามหานครแห่งนี้พร้อมรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศในอนาคตมากน้อยเพียงใด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
