“รุนแรงยิ่งกว่าฝนกรด” ฝนดำเหนืออิหร่านคืออะไร อันตรายต่อสุขภาพแค่ไหน ?

เมฆหมอกครึ้มทะมึนทั่วเมือง ฝนกลายเป็นสีดำ กลิ่นคลุ้งของสารเคมี นี่คือภาพที่เกิดขึ้นในกรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน หลังกองทัพอิสราเอลระบุว่าได้โจมตีคลังเก็บเชื้อเพลิงหลายแห่งในกรุงเตหะราน เมื่อวันที่ 8 มีนาคม ที่ผ่านมา
สภาพของควันไฟจากการถูกโจมตีได้กระจายไปทั่วเมืองที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน ควัน และฝนดำนี้เกิดจากอะไร ? ทำให้เกิดอาการอะไรบ้าง แล้วอันตรายต่อสุขภาพแค่ไหน ?
ปกติแล้ว ฝนที่มีการปนเปื้อนสารเคมี มักจะถูกเรียกว่า ฝนกรด แต่นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์มองว่าฝนสีดำในอิหร่านครั้งนี้ เลวร้ายยิ่งกว่าฝนกรดเสียอีก โดยในหลักการทางวิทยาศาสตร์ วิธีหนึ่งในการกําจัดมลพิษทางอากาศออกจากชั้นบรรยากาศ คือฝน และมลพิษเหล่านั้นจะถูกรวบรวมในหยดน้ำที่ตกลงมา
ดังนั้นฝนในครั้งนี้ จึงเป็นฝนที่มีทั้งมลพิษ เช่น ไฮโดรคาร์บอน ที่เป็นส่วนประกอบหลักของเชื้อเพลงอย่างน้ำมันดิบ และและสารประกอบก่อมะเร็งที่เรียกว่าโพลีไซคลิกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน (PAHs) ทั้งยังมีส่วนผสมของสารเคมีอื่น ๆ ที่น่าจะเป็นไปได้อย่างโลหะหนัก และสารประกอบอนินทรีย์จากวัสดุก่อสร้าง และสิ่งอื่น ๆ จากการระเบิดครั้งแรก และไฟที่ตามมา
ควันจากคลังน้ํามันที่ถูกทิ้งระเบิดจะมีซัลเฟอร์ไดออกไซด์และไนโตรเจนไดออกไซด์ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการสร้างกรดซัลฟิวริกและสารช่วยไนตริกในอากาศ จากนั้นกรดนี้จะเข้าสู่หยดน้ํา กลายเป็นฝนกรด ซึ่งนอกจากฝนแล้ว ควันพิษเองก็ถือว่าเป็นอันตราย หากได้กลิ่นด้วย
ฝนดำนี้ เป็นอันตรายต่อสุขภาพแค่ไหน ?
ระดับควันดําที่เห็นในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นในอิหร่านจึงเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่งและอาจทําให้เกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังในระยะสั้นและระยะยาวได้ โดยระยะสั้นนั้น คนที่ดมควันเข้าไป อาจมีอาการปวดหัวหรือหายใจลําบาก ระคายเคืองผิวหนัง โดยเฉพาะประชาชนเปราะบางอย่างเด็ก และผู้สูงอายุ ยิ่งมีความเสี่ยงในการรับมลพิษมากขึ้น
ขณะที่ในระยะยาว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง เพราะอนุภาคขนาดเล็กของสารเคมี สามารถเข้าสู่กระแสเลือด เชื่อมโยงกับอีกหลายโรค ทั้งมะเร็ง ผิวหนังไหม้ ภาวะทางระบบประสาท (เช่น ความบกพร่องทางความรู้ความเข้าใจ) และภาวะหัวใจและหลอดเลือดต่างๆ ทั้งเมื่อมลพิษกลายเป็นฝน ตกลงสู่ทางน้ำตามธรรมชาติ ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในน้ํา เช่นเดียวกับแหล่งน้ําดื่มของมนุษย์
อีกหนึ่งประเด็นคือ ฝนสีดํานี้ ยังสะสมสารประกอบที่เมื่อตกลงสู่บนอาคาร ถนน และพื้นผิว ก็หมายความว่าพวกมันสามารถกลับเข้าสู่อากาศได้เมื่อถูกลมพัดแรงด้วย
จากเหตุการณ์นี้ ประชาชนในเตหะราน และเมืองใกล้เคียงรายงานว่าได้กลิ่นไหม้ลอยอยู่ในอากาศ หลายคนบอกว่าเมืองดูมืดมิด แม้กระทั่งตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นและฝนตกหนัก ประชาชนบางส่วนรายงานว่าไม่สามารถหายใจได้ และรถเกือบทุกคันบนท้องถนนกลายเป็นสีดำไปหมดด้วย
ไลลา ครูวัย 27 ปีในเตหะรานให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว TIME ว่า เธอไม่สามารถหายใจได้ และเมฆสีดำนั้นเป็นบางสิ่งที่เหมือนสัตว์ประหลาดสีดําได้กลืนท้องฟ้าเหนือเตหะราน “วันนี้ฉันอยู่ในรถเพียง 15 นาที สูดอากาศนี้ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร และตอนนี้ฉันก็ปวดหัว ผิวหน้าของฉัน โดยเฉพาะริมฝีปากของฉัน เจ็บและแสบร้อน รู้สึกเหมือนมีแก๊สน้ําตาเจือจางอยู่ในอากาศ มันทําให้ตาของฉันระคายเคือง และฉันยังคงต้องล้างคอของฉัน” เธอเล่า
หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม และสภาเสี้ยวเดือนแดงของอิหร่านเตือนว่าปริมาณน้ําฝนหลังจากการโจมตีอาจ "อันตรายและเป็นกรดสูง" และอาจทําให้เกิด "การไหม้จากสารเคมีที่ผิวหนังและความเสียหายร้ายแรงต่อปอด" และขอให้ชาวอิหร่านอยู่แต่ในบ้าน
ทั้ง เอสมาอิล บาเกอีโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านยังกล่าวว่าถึงการกำหนกเป้าหมายที่คลังเชื้อเพลงว่า "ผู้รุกรานกําลังปล่อยวัสดุอันตรายและสารพิษสู่อากาศ วางยาพิษพลเรือน ทําลายสิ่งแวดล้อม และเป็นอันตรายต่อชีวิตในขนาดใหญ่ ผลที่ตามมาของภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมและมนุษยธรรมนี้จะไม่จํากัดอยู่ในพรมแดนของอิหร่าน”