PCEชี้รัฐบาลเดินหน้าB20 ดันรายได้เพิ่มกว่า4พันลบ.

#PCE #ทันหุ้น – PCE เผย กรณีรัฐบาลมีแผนปรับสูตรน้ำมันไปสู่ B10-B20 บริษัทมีกำลังการผลิตที่เพียงพอรองรับนโยบาย หนุนรายได้เพิ่มไม่ต่ำกว่า 4 พันล้านบาทต่อปี แต่ผลผลิตปาล์มอาจออกสู่ตลาดไม่ทัน ส่งผลกระทบต่อน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค เล็งผุดแผนขายน้ำมันพืช “"รินทิพย์” แบบรีฟิล แก้ปัญหาขาดแคลนเม็ดพลาสติก-ราคาพุ่ง ยังมั่นใจรายได้จะโตตามเป้าหมายที่ 10-15%
นายพรพิพัฒน์ ประสิทธิ์ศุภผล รองกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์และพัฒนาองค์กร บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PCE ผู้นำอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มแบบครบวงจร เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ในประเด็นเรื่องที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการผสมไบโอดีเซล (B100) ไปสู่ B10- B20 นั้น ในส่วนของกำลังการผลิตของ PCE ยืนยันว่าโรงงานในเครือ รวมถึงโรงงานทั้งประเทศมีกำลังการผลิตที่เพียงพอรองรับนโยบาย B20 ได้อย่างแน่นอน
@ดันรายได้เพิ่ม 4 พันลบ.
ทั้งนี้ปัจจุบันผลผลิตปาล์มในประเทศอาจจะรองรับได้เต็มที่ประมาณ B15 ซึ่งมีความกังวลว่าหากผลผลิตปาล์มในช่วงที่ผ่านมาออกสู่ตลาดไม่ทัน ภาครัฐและผู้ผลิตระมัดระวังที่จะไม่ไปลดสัดส่วนน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภค อาจจะส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันพืชปรับตัวสูงขึ้น
โดยปกติผลผลิตปาล์มประมาณ 3 ล้านตัน จะถูกแบ่งสัดส่วนการใช้ออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน ทั้งภาคบริโภค, ส่งออก, พลังงาน ซึ่งในปีที่ผ่านมาผลผลิตอยู่ที่ประมาณ 3.6 - 3.8 ล้านตัน โดยมีการส่งออกไปประมาณ 1.2 ล้านตัน และใช้ผลิต B100 ประมาณ 850,000 – 860,000 แสนตัน และที่เหลือเป็นภาคบริโภค ซึ่งถ้าหากรัฐบาลประกาศใช้ B10, B15 หรือ B20 เป็นภาคบังคับ จะต้องนำน้ำมันปาล์มในส่วนที่เคยส่งออกมาใช้ทดแทน
อย่างไรก็ตามจากไม่สามารถไปแตะสัดส่วนการบริโภคได้มากนัก เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำมันพืชในประเทศ บริษัทประเมินว่า หากนโยบายการปรับเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลดังกล่าวมีผลบังคับใช้ จะส่งผลบวกต่อการดำเนินงานโดยตรง ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเป็นส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้ยอดขาย และรายได้ของบริษัท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 4,000 ล้านบาทต่อปี เนื่องจาก PCE มีจุดแข็งด้านวัตถุดิบที่เพียงพอสามารถป้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตไบโอดีเซลได้อย่างต่อเนื่อง
@ผุดโมเดลรีฟิล
ขณะที่บริษัทมีน้ำมันบรรจุขวดภายใต้แบรนด์ "รินทิพย์" กำลังพบปัญหาเรื่องต้นทุนการผลิตน้ำมันพืชบรรจุขวด จากเม็ดพลาสติกที่ขาดแคลนและราคาพุ่งสูงขึ้นถึง 50-60% ทำให้ยากต่อการตรึงราคาน้ำมันขวดไม่ให้เกิน 50 บาท ตามนโยบายรัฐ ซึ่งบริษัทกำลังวางโมเดลการขายแบบรีฟิล เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนพลาสติก ซึ่งวิธีนี้ช่วยลดการใช้พลาสติกและควบคุมต้นทุนได้ดีกว่า
อย่างไรก็ดีบริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปี 2569 ไว้ที่ 10-15% โดยมี 3 ธุรกิจหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโต โดยปัจจุบันโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มดิบของบริษัท มีกำลังการผลิตรองรับสูงถึง 150 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 3,600 ตันต่อวัน และกำลังขยายเพิ่มโรงสกัด เฟส 3 ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตรวมทั้งหมดของกลุ่มบริษัทอยู่ที่ 210 ตันผลปาล์มสดต่อชั่วโมง หรือ 5,040 ตันต่อวัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
