“SGP” ทริสคงเครดิตองค์กร-หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ BBB/Stable

#ทันหุ้น - ทริสเรทติ้งคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SGP และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของบริษัทที่ระดับ “BBB” ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่)
อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) รายใหญ่อันดับสองของประเทศไทย ประกอบกับการมีฐานธุรกิจที่มีนัยสำคัญในหลายตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตยังคงถูกจำกัดโดยระดับภาระหนี้ทางการเงินที่สูงของบริษัท ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา LPG ในตลาดต่างประเทศ และแผนการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นในโครงการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว LNG ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงทางธุรกิจใหม่และเพิ่มระดับภาระหนี้ทางการเงินให้สูงขึ้นอีก
ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต
การฟื้นตัวของตลาดต่างประเทศ
ทริสเรทติ้งคาดว่าปริมาณการขาย LPG ในต่างประเทศของบริษัทจะฟื้นตัวในปี 2569 หลังจากที่หดตัวติดต่อกัน 2 ปีในช่วงปี 2567-2568 โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 ปริมาณการขายในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของตลาดจีน ซึ่งภาวะอุปสงค์และอุปทาน LPG ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับปริมาณการค้า LPG ในตลาดต่างประเทศ (Offshore Trading) ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในการจัดหา LPG ล่วงหน้า ท่ามกลางความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะภายหลังจากที่สหรัฐอเมริกาเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569
ทริสเรทติ้งคาดว่าปริมาณการขายในต่างประเทศจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องไปถึงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 เนื่องจากความต้องการสำรอง LPG มีแนวโน้มยังคงแข็งแกร่ง ก่อนที่จะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ภายใต้ประมาณการกรณีพื้นฐาน ทริสเรทติ้งคาดว่าปริมาณการขาย LPG ในต่างประเทศจะเติบโต 12% สู่ระดับประมาณ 2.59 ล้านตันในปี 2569 ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 2.60-2.62 ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2570-2571
แม้ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะทำให้อุปทาน LPG จากภูมิภาคดังกล่าวได้รับผลกระทบบางส่วน แต่บริษัทสามารถจัดหา LPG จากแหล่งอื่น ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และแอฟริกา นอกจากนี้ LPG จากตะวันออกกลางบางส่วนยังคงถูกส่งออกผ่านช่องทางอื่นนอกเหนือจากช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ความขัดแย้งยืดเยื้อออกไปอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถของบริษัทในการจัดหา LPG ในปริมาณที่เพียงพอและด้วยต้นทุนที่เหมาะสม ทั้งนี้ สมมติฐานกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งจะทยอยคลี่คลายในช่วงครึ่งหลังของปี 2569
สถานะทางการตลาดในประเทศที่มั่นคง
บริษัทยังคงเป็นผู้ค้า LPG รายใหญ่อันดับสองของประเทศไทย โดยส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทอยู่ในระดับคงที่ที่ประมาณ 21%-22% ในช่วงปี 2568 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ปริมาณการขาย LPG ในประเทศของบริษัทเพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 0.84 ล้านตันในปี 2568 และเพิ่มขึ้นอีก 1.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ประมาณ 0.22 ล้านตันในไตรมาสแรกของปี 2569 ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับปัจจุบันไว้ได้ โดยประมาณการปริมาณการขาย LPG ในประเทศไว้ที่ระดับ 0.86-0.87 ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2569-2571
ตลาดในประเทศไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากปัญหาการหยุดชะงักของอุปทานในตะวันออกกลาง เนื่องจากบริษัทจัดหา LPG สำหรับตลาดไทยจากโรงกลั่นน้ำมันและโรงแยกก๊าซในประเทศเป็นหลัก ซึ่งอุปทานยังคงเพียงพอ นอกจากนี้ ธุรกิจ LPG ในประเทศยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ โดยได้รับประโยชน์จากการกำกับดูแลราคาของภาครัฐและการอุดหนุนบางส่วนซึ่งช่วยรักษาเสถียรภาพของอัตรากำไรได้
เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง
เครือข่ายการจัดจำหน่ายที่กว้างขวางของบริษัทยังคงเป็นความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญและช่วยเสริมสถานะเครดิตของบริษัท ในประเทศไทย บริษัทมีคลังจัดเก็บ LPG จำนวน 9 แห่ง ด้วยความจุรวมประมาณ 61,000 ตัน พร้อมกับเครือข่ายโรงบรรจุก๊าซและสถานีบริการก๊าซที่ครอบคลุม และมีรถบรรทุกและรถแทงค์เกอร์ LPG จำนวนมาก ในต่างประเทศ บริษัทเป็นเจ้าของคลังเก็บใต้ดินขนาดใหญ่จำนวน 2 แห่งในประเทศจีน ด้วยความจุรวม 300,000 ตัน พร้อมด้วยกองเรือขนส่ง LPG และเรือขนส่งก๊าซขนาดใหญ่พิเศษ (Very Large Gas Carriers -- VLGCs) ที่ประจำอยู่ใกล้ประเทศสิงคโปร์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีคลังเก็บ LPG ขนาดเล็กในประเทศมาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และลาว ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจในภูมิภาคและขนาดของการดำเนินงาน
ผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษในปี 2569
ทริสเรทติ้งประมาณการว่าราคา LPG อ้างอิงเฉลี่ย (Saudi Aramco Contract Price) จะปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 680 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในปี 2569 จากประมาณ 540 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในปี 2568 ทั้งนี้ ราคา LPG พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่ 700-800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายน 2569 หลังจากการปะทุของความขัดแย้งในอิหร่าน และทริสเรทติ้งคาดว่าราคาจะทำจุดสูงสุดที่ประมาณ 800 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในช่วงกลางปี 2569 ก่อนที่จะค่อย ๆ ปรับลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีเมื่อความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลี่คลายลง โดยราคา LPG อ้างอิงคาดว่าจะกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ประมาณ 550 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในช่วงปี 2570-2571
จากการฟื้นตัวของปริมาณการขายและการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากของราคา LPG ทริสเรทติ้งประมาณการว่า EBITDA ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 6.1 พันล้านบาทในปี 2569 จาก 2.7 พันล้านบาทในปี 2568 จากนั้น EBITDA คาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.4 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2570-2571 เมื่อราคา LPG กลับสู่ระดับปกติ ในขณะที่ EBITDA Margin คาดว่าจะขยายตัวมาอยู่ที่ 6.7% ในปี 2569 เทียบกับ 3.7% ในปี 2568 ก่อนที่จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 5.5% ในช่วงปี 2570-2571
ระดับภาระหนี้ทางการเงินยังคงอยู่ในระดับสูง แม้จะมีการปรับตัวดีขึ้นในระยะสั้น
ระดับภาระหนี้ทางการเงินของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสแรกของปี 2569 โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ลดลงมาอยู่ที่ 4.4 เท่าจาก 7.2 เท่าในปี 2568 การปรับตัวดีขึ้นดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากการฟื้นตัวอย่างชัดเจนของ EBITDA ซึ่งสะท้อนทั้งการฟื้นตัวของปริมาณการขายและการปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของราคา LPG ที่ช่วยหนุนอัตรากำไรจากการขาย LPG ในต่างประเทศ
ในระยะข้างหน้า งบลงทุนคาดว่าจะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.7-1.8 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571 จากระดับที่สูงโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 9 พันล้านบาทในช่วงปี 2567-2568 การลงทุนในช่วงก่อนหน้าส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการซื้อเรือ VLGCs จำนวน 3 ลำและเรือขนาดเล็กอีกหลายลำ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งประมาณการว่า บริษัทจะต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมประมาณ 5 พันล้านบาทในปี 2569 เนื่องจากความต้องการเงินทุนหมุนเวียน ณ ไตรมาสแรกของปี 2569 ยังอยู่ต่ำกว่าระดับปกติ
ภายใต้ประมาณการกรณีพื้นฐาน ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อ EBITDA จะลดลงมาอยู่ที่ 4 เท่าในปี 2569 โดยได้รับแรงหนุนจาก EBITDA ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5.2 เท่าในช่วงปี 2570-2571 เมื่อ EBITDA กลับสู่ระดับปกติ ในขณะที่อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 17% ในปี 2569 ก่อนที่จะปรับลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 13% ในช่วงปี 2570-2571
ประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งยังไม่ได้รวมการลงทุนในโครงการนำเข้า LNG ที่อาจเกิดขึ้น โดยหากมีการลงทุนดังกล่าว ภาระหนี้ทางการเงินอาจสูงกว่าที่ประมาณการไว้และอาจสร้างแรงกดดันต่ออันดับเครดิต ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดและช่วงเวลาของการลงทุนดังกล่าว
บริษัทยังคงปฏิบัติตามข้อกำหนดทางการเงินของหุ้นกู้ (อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 3 เท่า) และข้อกำหนดทางการเงินหลักของเงินกู้จากธนาคาร (อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 2 เท่า) โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 1.23 เท่า และ 1.31 เท่า ตามลำดับ ทั้งนี้ อัตราส่วนทั้งสองรายการคำนวณด้วยวิธีที่แตกต่างกัน
สภาพคล่องที่เพียงพอ
ทริสเรทติ้งประเมินว่าสถานะสภาพคล่องของบริษัทอยู่ในระดับที่เพียงพอ โดย ณ เดือนมีนาคม 2569 แหล่งที่มาของสภาพคล่องประกอบด้วยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดประมาณ 4.2 พันล้านบาท เงินทุนจากการดำเนินงานที่คาดการณ์ประมาณ 4.2 พันล้านบาท และวงเงินสินเชื่อที่ยังไม่ได้เบิกใช้ประมาณ 1.42 หมื่นล้านบาท ในขณะที่การใช้สภาพคล่องในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ได้แก่ การชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 4.7 พันล้านบาท เงินกู้ระยะยาวที่ครบกำหนดภายใน 12 เดือนจำนวน 1.1 พันล้านบาท หุ้นกู้ที่ครบกำหนดจำนวน 6 พันล้านบาท เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องใช้ประมาณ 5 พันล้านบาท และงบลงทุนประมาณ 1.8 พันล้านบาท ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระบางส่วน และจะใช้การกู้ยืมจากธนาคารเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียนและงบลงทุนตามความจำเป็น
โครงสร้างหนี้
ณ เดือนมีนาคม 2569 บริษัทมีภาระหนี้ที่ไม่รวมหนี้สินตามสัญญาเช่าอยู่ที่ประมาณ 2.24 หมื่นล้านบาท โดยบริษัทมีหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนจำนวนประมาณ 6.7 พันล้านบาท ดังนั้น อัตราส่วนของหนี้ที่มีลำดับในการได้ชำระคืนก่อนต่อภาระหนี้ทั้งหมดของบริษัทจึงอยู่ที่ระดับประมาณ 30%
สมมติฐานกรณีพื้นฐาน
- ปริมาณการขาย LPG รวมจะเติบโตมาอยู่ที่ 3.45 ล้านตันในปี 2569 จากนั้นจะทรงตัวอยู่ที่ 3.47-3.49 ล้านตันต่อปีในช่วงปี 2570-2571
- ราคา LPG อ้างอิงเฉลี่ยประมาณ 680 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในปี 2569 จากนั้นจะกลับสู่ระดับปกติที่ประมาณ 550 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตันในช่วงปี 2570-2571
- รายได้จากการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9 หมื่นล้านบาทในปี 2569 ก่อนที่จะปรับลดลงมาอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2570-2571
- EBITDA Margin อยู่ที่ระดับ 6.7% ในปี 2569 และ 5.5% ในช่วงปี 2570-2571
- เงินลงทุนโดยรวมอยู่ที่ประมาณ 1.7-1.8 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2569-2571
แนวโน้มอันดับเครดิต
แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” (คงที่) สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในธุรกิจ LPG ในประเทศ โดยจะยังคงเป็นแหล่งที่สร้างผลกำไรที่มั่นคงให้กับบริษัท นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาปริมาณการขาย LPG โดยรวมและรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ในระดับที่ยอมรับได้
ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง
การปรับเพิ่มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้หากบริษัทสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ให้อยู่ต่ำกว่า 5 เท่าได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การปรับตัวดีขึ้นดังกล่าวอาจเป็นผลจากผลการดำเนินงานที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ทั้งจากธุรกิจ LPG และ/หรือธุรกิจที่ไม่ใช่ LPG รวมถึงการตัดสินใจลงทุนที่มีความรอบคอบมากขึ้น
ในทางกลับกัน แรงกดดันในการปรับลดอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นหากสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอลง โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA ปรับเพิ่มขึ้นเกิน 7 เท่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจเกิดจากการที่บริษัทไม่สามารถรักษาปริมาณการขาย LPG ไว้ได้ หรือจากการลงทุนขนาดใหญ่ที่ใช้แหล่งเงินทุนจากการก่อหนี้เป็นหลัก
ข้อมูลงบการเงินและอัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ*
หน่วย: ล้านบาท
| ณ วันที่ 31 ธันวาคม | ||||||
| ม.ค.-มี.ค. 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | ||
| รายได้จากการดำเนินงานรวม | 23,166 | 74,035 | 84,486 | 91,059 | 102,536 | |
| กำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี | 2,145 | 1,186 | 2,755 | 2,476 | 1,493 | |
| กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย | 2,495 | 2,724 | 4,023 | 3,689 | 2,879 | |
| เงินทุนจากการดำเนินงาน | 1,999 | 1,247 | 2,683 | 2,273 | 1,728 | |
| ดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับปรุงแล้ว | 293 | 1,250 | 1,124 | 1,120 | 724 | |
| เงินลงทุน | 594 | 3,476 | 5,695 | 1,873 | 1,466 | |
| สินทรัพย์รวม | 56,694 | 50,587 | 56,890 | 52,845 | 47,072 | |
| หนี้สินทางการเงินที่ปรับปรุงแล้ว | 19,272 | 19,546 | 24,333 | 18,701 | 14,897 | |
| ส่วนของผู้ถือหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว | 18,100 | 15,752 | 17,122 | 15,914 | 15,880 | |
| อัตราส่วนทางการเงินที่ปรับปรุงแล้ว | ||||||
| อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (%) | 10.8 | 3.7 | 4.8 | 4.1 | 2.8 | |
| อัตราส่วนผลตอบแทนต่อเงินทุนถาวร (%) ** | 6.7 | 2.8 | 6.5 | 6.7 | 4.2 | |
| อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อดอกเบี้ยจ่าย (เท่า) | 8.5 | 2.2 | 3.6 | 3.3 | 4.0 | |
| อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (เท่า) ** | 4.4 | 7.2 | 6.0 | 5.1 | 5.2 | |
| อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงิน (%) ** | 14.2 | 6.4 | 11.0 | 12.2 | 11.6 | |
| อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุน (%) | 51.6 | 55.4 | 58.7 | 54.0 | 48.4 | |
* งบการเงินรวม
** ปรับให้เป็นอัตราส่วนเต็มปีด้วยตัวเลข 12 เดือนย้อนหลัง
เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 29 ธันวาคม 2568
- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงินสำหรับธุรกิจทั่วไป, 7 พฤศจิกายน 2568
- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตตราสารหนี้, 26 ธันวาคม 2567
บริษัท สยามแก๊ส แอนด์ ปิโตรเคมีคัลส์ จำกัด (มหาชน) (SGP)
| อันดับเครดิตองค์กร: | BBB | |
| อันดับเครดิตตราสารหนี้: | ||
| SGP269A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569 | BBB | |
| SGP272A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570 | BBB | |
| SGP282A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,728 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 | BBB | |
| SGP282B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,272 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 | BBB | |
| SGP292A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572 | BBB | |
| แนวโน้มอันดับเครดิต: | Stable | |
อันดับเครดิตในอดีต
วันที่ทบทวนล่าสุด: 24 ตุลาคม 2568
| วันที่ | อันดับเครดิต | แนวโน้มอันดับเครดิต/ เครดิตพินิจ |
| 09 ก.ค. 68 | BBB | Stable |
| 27 มิ.ย. 67 | BBB+ | Stable |
| 30 มิ.ย. 66 | BBB+ | Negative |
| 17 พ.ค. 61 | BBB+ | Stable |
| 28 พ.ย. 56 | BBB | Stable |
| 07 ก.ค. 54 | BBB+ | Stable |
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
