รีเซต

เริ่มวันนี้ จองตั๋วรถไฟ อย่างไร? เปิดหลักเกณฑ์-วิธีการ พร้อมคำนวณค่าโดยสาร

เริ่มวันนี้ จองตั๋วรถไฟ อย่างไร? เปิดหลักเกณฑ์-วิธีการ พร้อมคำนวณค่าโดยสาร
TNN ช่อง16
20 พฤศจิกายน 2566 ( 09:18 )
40
เริ่มวันนี้ จองตั๋วรถไฟ อย่างไร? เปิดหลักเกณฑ์-วิธีการ พร้อมคำนวณค่าโดยสาร

จองตั๋วรถไฟ อย่างไร? เปิดหลักเกณฑ์-วิธีการ พร้อมคำนวณตามระยะทาง


รฟท.ขออภัยทำให้ประชาชนเกิดความสับสน


ตามสื่อสังคมออนไลน์ได้มีการโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการขยายเวลาเปิดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าสูงสุด 90 วัน และแสดงความกังวลว่าอาจมีความยุ่งยากในการใช้บริการนั้น


นายเอกรัช ศรีอาระยันพงษ์ หัวหน้าสำนักงานผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การรถไฟฯ ขออภัยที่โพสต์ข้อความอินโฟกราฟิกส์ที่เผยแพร่เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าสูงสุด 90 วัน ที่อาจสร้างความสับสนแก่พี่น้องประชาชน  โดยการโพสต์เกณฑ์การจองตั๋วล่วงหน้าดังกล่าวมีเป้าหมายแค่แจ้งระเบียบข้อบังคับของการรถไฟฯ เท่านั้น 


ขณะที่วัตถุประสงค์หลักของการขยายเวลาเปิดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าสูงสุด 90 วัน มีเป้าหมายสำคัญเพื่อต้องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารในการเดินทาง ช่วยให้สามารถวางแผนการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางระยะไกลจะสามารถจองล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน ส่วนผู้โดยสารที่ต้องการจองตั๋วโดยสารระยะสั้น ก็สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 30 วัน เพราะยังมีขบวนรถ สายอื่นอีกหลายขบวนเป็นทางเลือกในการเดินทางได้


การรถไฟฯ ขอยืนยันว่าในขั้นตอนการจองตั๋วจริง ผู้โดยสารจะไม่มีความยุ่งยากซับซ้อนเพียงให้ผู้โดยสารแจ้งสถานีต้นทาง และสถานีปลายทางที่ต้องการเดินทาง ก็จะสามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ทันที ซึ่งหากเป็นการจองผ่านระบบออนไลน์ D-Ticket ระบบจะคำนวณรายละเอียดการจองให้รับทราบทันทีว่า สามารถจองได้ล่วงหน้าสูงสุดได้กี่วัน หรือหากเลือกจองตั๋วผ่านเคาน์เตอร์สถานีรถไฟทั่วประเทศ เพียงแจ้งสถานีต้นทาง-ปลายทาง เจ้าหน้าที่จำหน่ายตั๋ว ก็จะแจ้งรายละเอียดให้ผู้เดินทางรับทราบเช่นกัน โดยไม่สร้างความลำบากแก่ผู้ใช้บริการแต่อย่างใด 


หากผู้โดยสาร ต้องการสอบถามข้อมูลล่วงหน้าเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690  ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเฟซบุ๊ก แฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย  


การรถไฟฯ ต้องขออภัยมา ณ โอกาสนี้ และขอขอบคุณทุกความคิดเห็นของประชาชน โดยพร้อมน้อมรับทุกคำติชม เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ สร้างความพึงพอใจต่อประชาชนผู้ใช้บริการสูงสุดต่อไป




ขยายเวลาเปิดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าจากเดิม 30 วัน เพิ่มสูงสุดเป็น 90 วัน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสจองซื้อตั๋วโดยสารล่วงหน้าได้ยาวนานขึ้น 


เริ่มนำร่องขบวนรถชุด 115 คัน จำนวน 8 ขบวน ในเส้นทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั้งสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ เริ่มต้น ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2566 เป็นต้นไป  มีรายละเอียด ดังนี้


สายเหนือ จำนวน 2 ขบวน 

- เที่ยวไป  :  ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีเชียงใหม่ 

- เที่ยวกลับ  :  ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 10 สถานีเชียงใหม่ – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

สายตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 4 ขบวน 

- เที่ยวไป  :  ขบวนด่วนพิเศษที่ 23 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีอุบลราชธานี

- เที่ยวกลับ  :  ขบวนด่วนพิเศษที่ 24 สถานีอุบลราชธานี – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

- เที่ยวไป  :  ขบวนด่วนพิเศษที่ 25 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีหนองคาย

- เที่ยวกลับ  :  ขบวนด่วนพิเศษที่ 26 สถานีหนองคาย – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

สายใต้ จำนวน 2 ขบวน 

- เที่ยวไป  :   ขบวนด่วนพิเศษที่ 31 สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ – สถานีหาดใหญ่

- เที่ยวกลับ  :  ขบวนด่วนพิเศษที่ 32 สถานีหาดใหญ่ – สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์


ช่องทางจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า 3 ช่องทาง ได้แก่  


- D-Ticket : https://www.dticket.railway.co.th

- ช่องจำหน่ายตั๋ว ทุกสถานีรถไฟ ทั่วประเทศ

- Call Center การรถไฟแห่งประเทศไทย : 1690


โดยผู้โดยสาร สามารถตรวจสอบสถานะ ตำแหน่ง และเวลาประมาณในการถึงจุดหมายปลายทาง ได้จากระบบ TTS (Train Tracking System) : https://ttsview.railway.co.th





วิธีการจองตั๋วรถไฟผ่าน https://www.dticket.railway.co.th



วิธีการจองตั๋วโดยสาร


ขั้นตอนที่ 1

ท่านจะต้อง สมัครสมาชิก หรือ ทำการเข้าสู่ระบบ ก่อนทุกครั้งที่จะทำการจองตั๋วโดยสาร



ขั้นตอนที่ 2

เมื่อท่านเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ด้านล่างเมนูของเว็บไซต์จะมีช่องทางให้ท่าน ค้นหาเที่ยวรถ



ขั้นตอนที่ 3

เลือกสายของรถไฟที่ท่านต้องการเดินทาง เช่น ท่านต้องการเดินทางไป เชียงใหม่ ให้เลือก สายเหนือ



ขั้นตอนที่ 4

เลือกติ๊กที่กล่อง ไป-กลับ หากท่านต้องการจองตั๋วแบบไปกลับ แต่หากต้องการจองแบบเที่ยวเดียว ไม่ต้องติ๊กเลือก



ขั้นตอนที่ 5

เลือกสถานีต้นทางที่ท่านสะดวกในการเดินทาง



ขั้นตอนที่ 6

เลือกสถานีปลายทางที่ท่านต้องการ



ขั้นตอนที่ 7

เลือกวันที่ที่ต้องการเดินทาง



ขั้นตอนที่ 8

ระบุจำนวนผู้โดยสาร



ขั้นตอนที่ 9

กดปุ่ม ค้นหา ระบบจะนำท่านไปยังหน้าแสดงรายการขบวนรถ ให้ท่านเลือก เวลา และขบวนรถที่ท่านต้องการ



ขั้นตอนที่ 10

เลือกเวลาที่ท่านต้องการและสะดวกในการเดินทาง หรือ หากท่านต้องการเปลี่ยนแปลงวันเดินทางหรือเปลี่ยนแปลงต้นทาง ปลายทาง ให้คลิกที่ปุ่ม เปลี่ยนแปลงการค้นหา ระบบจะแสดงหน้าจอให้ท่านป้อนข้อมูลการค้นหาใหม่อีกครั้ง



ขั้นตอนที่ 11

เมื่อท่านเลือก วันที่ เวลา และขบวนที่ต้องการได้แล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม เลือกด้านหลังขบวนรถทีท่านต้องการ



ขั้นตอนที่ 12

ระบบจะนำท่านไปยังหน้าเลือกตู้โดยสาร โดยตู้โดยสารจะมีให้เลือก แบบปรับอากาศ หรือ พัดลม หรือ ตู้นอน แล้วแต่ท่านต้องการ เมื่อเลือกได้แล้วให้ท่าน กดปุ่ม เลือก ที่อยู่ด้านหลังตู้โดยสารที่ท่านต้องการ



ขั้นตอนที่ 13

ระบุข้อมูลผู้โดยสาร หากผู้โดยสารท่านแรก คือคนเดียวกันกับท่านซึ่งเป็นผู้จอง ให้ติ๊กเลือกว่าข้อมูลเดียวกับผู้จอง หากไม่ใช่ช่องนี้ไม่ต้องเลือก และให้ระบุข้อมูลจำเป็นของผู้โดยสารให้ครบถ้วนทุกคน



ขั้นตอนที่ 14

กรุณาระบุรหัสสมาชิก หากผู้โดยสารท่านใดเป็นสมาชิกกับทางเว็บไซต์ เพื่อสิทธิประโยชน์ของท่านในการสะสมคะแนน หรือส่วนลดต่างๆ ที่ทางเว็บไซต์มีไว้ให้



ขั้นตอนที่ 15

เมื่อท่านป้อนข้อมูลครบถ้วนแล้ว ให้คลิกปุ่ม เลือกที่นั่ง ที่อยู่ด้านล่างของกล่องรายละเอียดผู้โดยสารคนสุดท้ายที่ท่านป้อนข้อมูล **ระบบจะคำนวณราคาค่าโดยสารให้ท่านโดยละเอียด ซึ่งจะแสดงไว้ในแถบสีดำด้านล่าง หากท่านต้องการดูรายละเอียดราคาให้คลิกที่ปุ่ม รายละเอียดการจองเพื่อดูรายละเอียดราคาอีกครั้ง**



ขั้นตอนที่ 16

เมื่อท่านกดที่ปุ่มเลือกที่นั่ง ระบบจะนำท่านไปยังหน้าผังที่นั่ง เพื่อให้ท่านระบุที่นั่งที่ต้องการ ในครั้งแรกระบบจะทำการเลือกที่นั่งให้ท่านโดยอัตโนมัติไว้อยู่แล้วหากท่านไม่ต้องการเปลี่ยนแปลง สามารถเลือกที่ปุ่ม ถัดไป เพื่อทำรายการการจองต่อได้เลย



ขั้นตอนที่ 17

เมื่อกดปุ่ม ถัดไป จากหน้าระบุที่นั่งแล้ว ระบบจะนำท่านไปยังหน้าสรุปรายละเอียดการจองให้ท่านตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งก่อนทำการจอง หากท่านต้องการแก้ไขข้อมูล ให้คลิกที่ปุ่ม ย้อนกลับ แต่หากท่านต้องการทำรายการต่อ ให้เลือกวิธีการชำระเงินที่ท่านสะดวกในการชำระเงิน เสร็จแล้วให้คลิกที่ปุ่ม ชำระเงิน



ขั้นตอนที่ 18

ระบบจะนำท่านไปยังหน้าจอของการชำระเงินในรูปแบบการชำระเงินที่ท่านเลือก


1. หากชำระเงินผ่านทางบัตรเครดิต เดบิต ระบบจะออกตั๋วโดยสารส่งให้ท่านผ่านทางอีเมล


2. หากเลือกชำระเงินที่สถานีรถไฟ สามารถชำระเงินได้ที่ช่องขายตั๋วประจำสถานี ระบบจะออกหมายเลขการจองตั๋วให้ท่าน เพื่อให้ท่านนำเลขการจองนี้ไปชำระเงินอีกครั้ง เมื่อท่านชำระเงินแล้วระบบจะทำการออกตั๋วและส่งให้ท่านผ่านทางอีเมลอีกครั้ง



วิธีการยกเลิกตั๋วโดยสาร


ขั้นตอนที่ 1

ให้ท่านทำการเข้าสู่ระบบโดยคลิกที่ปุ่ม เข้าสู่ระบบ ที่ด้านบนสุดของเว็บไซต์



ขั้นตอนที่ 2

เมื่อกดปุ่มเข้าสู่ระบบแล้ว ระบบจะนำท่านไปยังหน้าแรก



ขั้นตอนที่ 3

คลิกเลือกทีเมนูด้านบนที่คำว่า ยกเลิกตั๋วโดยสาร



ขั้นตอนที่ 4

ท่านจะเห็นรายการตั๋วโดยสารที่ท่านได้ทำการจองเอาไว้ ติ๊กเลือกรายการตั๋วที่ท่านต้องการยกเลิก (จะมีเครื่องหมายถูกในช่องสี่เหลี่ยมด้านหน้าชื่อของผู้โดยสารคนที่ท่านต้องการยกเลิก)



ขั้นตอนที่ 5

เมื่อท่านแน่ใจแล้วว่าต้องการยกเลิกตั๋วโดยสารรายการนั้นๆ ให้ท่านคลิกที่ปุ่มยกเลิกตั๋วโดยสารด้านล่างสุดเพื่อทำการยกเลิก



ขั้นตอนที่ 6

ระบบจะแสดงรายละเอียดของตั๋วโดยสารที่ท่านต้องการยกเลิกให้ท่านตรวจสอบอีกครั้ง หากท่านแน่ใจแล้วว่าคือรายการที่ต้องการยกเลิกให้ท่านติ๊กเลือกยอมรับเงื่อนไข และนโยบายการรถไฟในการยกเลิกตั๋วโดยสาร



ขั้นตอนที่ 7

คลิกปุ่มยืนยันการยกเลิกตั๋ว เป็นอันเสร็จสิ้นการทำรายการการยกเลิกตั๋ว



ตรวจสอบกำหนดเวลาการเดินรถที่นี่ https://www.railway.co.th/Home/Index#schedule



คำนวณค่าโดยสารรถไฟ 


ตัวอย่าง ผู้โดยสารเดินทางจาก กรุงเทพ - นครสวรรค์ ระยะทาง 246 กม.กับขบวนรถ กรุงเทพ - เชียงใหม่ ระยะทางขบวนรถ 751 กม.ระบบจะคำนวณระยะทางเป็นร้อยละของระยะทางขบวนรถ ดังนี้.- ระยะทางที่ผู้โดยสารเดินทาง = 246×100÷751 = 32.756% 


ฉะนั้น การซื้อตั๋วล่วงหน้าหรือเปลี่ยนแปลงการเดินทาง สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจาก กรุงเทพ - นครสวรรค์ กับขบวนรถ กรุงเทพ - เชียงใหม่ จะทำได้ภายใน 30 วัน 

สถานีที่สามารถไปรับตั๋วโทรสำรองที่ คือ


     1. กรุงเทพ , สามเสน , ชุมทางบางซื่อ , บางเขน , หลักสี่ , ดอนเมือง และรังสิต

     2. มักกะสัน , แม่น้ำ , คลองตัน , หัวหมาก , บ้านทับช้าง , ลาดกระบัง และหัวตะเข้

     3. ธนบุรี , บางบำหรุ , ชุมทางตลิ่งชัน , ศาลาธรรมสพน์ และศาลายา

     4. วงเวียนใหญ่ และตลาดพลู


เมื่อผู้โดยสารซื้อตั๋วแล้วควรตรวจสอบ ขบวนรถ วันที่/เดือน/ปี สถานีต้นทาง ปลายทาง และจำนวนเงินที่ทอนว่าถูกต้องหรือไม่ หากผิดพลาดติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที เมื่อท่านผู้โดยสารพ้นจากที่จำหน่ายตั๋วแล้วภายหลัง จะกลับมาร้องหรือทวงถามว่ามีข้อผิดพลาดหรือทอนเงินไม่ถูกต้อง พนักงานจำหน่ายตั๋วจะไม่รับผิดชอบใด ๆ เลย


การลดค่าโดยสารครึ่งราคา บุคคลที่การรถไฟฯ ลดค่าโดยสารให้ในราคาร้อยละ 50 (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) ได้แก่

     1. เด็กที่สูงเกิน 100 ซม. แต่ไม่เกิน 150 ซม.

     2. พระภิกษุ สามเณรในศาสนาพุทธ หรือนักบุญในศาสนาอิสลามและคริสต์

        ( ตามระเบียบที่การรถไฟฯ กำหนดคุณสมบัติไว้ )

     3. ทหารในเครื่องแบบและผู้ที่ได้รับเหรียญ สช. , รชด. , ชัยสมรภูมิ , วน. , สจ. , กห. , ชทก. เป็นต้น

     4. กพส. , กสข. , ทบส. , มพย.

     5. ผู้สูงอายุ ( 60 ปีขึ้นไป ) สัญชาติไทย ใช้สิทธิระหว่าง 01 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี

     6. อาสาสมัครสาธารณะสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) โดยลดค่าโดยสารเฉพาะชั้น 3 นั่งธรรมดา ให้ร้อยละ 20 ระหว่างวันที่ 01 มิถุนายน - 30 กันยายน ของทุกปี




ที่มา : ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย 

ภาพ : ทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย 




ข่าวที่เกี่ยวข้อง