หมออินเทิร์นลาออก ทำไมยังเป็นโจทย์ใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทย

หมออินเทิร์นลาออก ทำไมยังเป็นโจทย์ใหญ่ของระบบสาธารณสุขไทย
ประเด็นการลาออกของแพทย์เพิ่มพูนทักษะ หรือ "หมออินเทิร์น" กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง หลังมีการเปิดเผยข้อมูลว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีแพทย์ใช้ทุนลาออกรวม 11 คนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน 2569 โดยในจำนวนนี้เป็นแพทย์อินเทิร์นปีที่ 1 จำนวน 6 คน จากทั้งหมด 26 คน
แม้ต่อมาจะมีการชี้แจงจากทั้งผู้เปิดเผยข้อมูลและสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าวเป็นการลาออกสะสมตามรอบการทำงาน ไม่ใช่การลาออกพร้อมกันในคราวเดียว แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ปัญหาการคงอยู่ของแพทย์ในระบบสาธารณสุขกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
ตัวเลขเพชรบูรณ์ที่กลายเป็นประเด็น
ข้อมูลที่ถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 ระบุว่า จังหวัดเพชรบูรณ์มีแพทย์ใช้ทุนลาออกรวม 11 คน ขณะที่แพทย์อินเทิร์นปีที่ 1 ลาออก 6 คน จากทั้งหมด 26 คน หรือประมาณร้อยละ 23 ของจำนวนแพทย์รุ่นดังกล่าว
พญ.รัชริน เบญจวงศ์เสถียร ประธานองค์กรแพทย์โรงพยาบาลพุทธชินราช และผู้แทนองค์กรแพทย์ชมรมโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ภาคเหนือ ระบุว่า แม้จะเป็นตัวเลขสะสมตามรอบการทำงาน แต่ยังเป็นข้อมูลที่ควรติดตาม เพราะหลายโรงพยาบาลมีจำนวนแพทย์จำกัด การสูญเสียบุคลากรเพียงไม่กี่คนอาจส่งผลต่อการจัดบริการได้
ด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ชี้แจงว่า การลาออกดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการปกติ ทั้งการเรียนต่อ การเปลี่ยนเส้นทางการทำงาน และการโยกย้าย ไม่ใช่การลาออกพร้อมกันจากปัญหาเฉพาะหน้าในพื้นที่
ก่อนถึงเพชรบูรณ์ ประเทศไทยเคยเจอกรณีบึงกาฬ
ย้อนกลับไปในเดือนเมษายน 2568 โรงพยาบาลบึงกาฬกลายเป็นข่าวใหญ่ เมื่อมีแพทย์อินเทิร์นปีที่ 1 แจ้งความประสงค์ลาออก 10 คน จากทั้งหมด 16 คน
ข้อมูลในขณะนั้นระบุว่า แพทย์ส่วนหนึ่งได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานในโรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร และต้องการกลับไปทำงานใกล้ภูมิลำเนา ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องเร่งกำหนดมาตรการดูแลพื้นที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์
กรณีดังกล่าวถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ปัญหาแพทย์จบใหม่ลาออกถูกหยิบขึ้นมาหารืออย่างจริงจังในระดับนโยบาย
ข้อมูลสำรวจชี้ "ภาระงาน" ยังเป็นปัจจัยสำคัญ
ผลสำรวจของแพทยสภาและข้อมูลที่กระทรวงสาธารณสุขนำมาใช้ประกอบการกำหนดมาตรการ พบว่า ปัจจัยที่ทำให้แพทย์อินเทิร์นตัดสินใจลาออกมีหลายด้าน
หนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือภาระงาน โดยมีข้อมูลว่าบางโรงพยาบาลมีชั่วโมงการทำงานเฉลี่ยสูงถึง 64 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องการขาดแพทย์รุ่นพี่คอยให้คำปรึกษา สภาพแวดล้อมในการทำงาน โอกาสเรียนต่อเฉพาะทาง รวมถึงปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยในพื้นที่ที่มีบุคลากรจำกัด
ผลสำรวจยังพบว่า ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรถูกระบุเป็นสาเหตุสำคัญในสัดส่วน 61.4% ขณะที่เรื่องค่าตอบแทนอยู่ที่ 42.9%
กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ามาตรการแก้ไข
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า จากการสอบถามข้อมูลผ่านแพทยสภา พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้แพทย์อินเทิร์นต้องการลาออกคือภาระงานและการขาดแพทย์สต๊าฟ ไม่ใช่เรื่องค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว
- กระทรวงสาธารณสุขจึงดำเนินมาตรการหลายด้าน อาทิ
- กำหนดพื้นที่ขาดแคลนพิเศษ 78 แห่ง ใน 39 จังหวัด
- เพิ่มโควตาแพทย์รอบพิเศษ 239 ตำแหน่ง
- เพิ่มค่าตอบแทนการอยู่เวรในพื้นที่ส่งเสริมพิเศษเป็น 2 เท่า
- เปิดโอกาสให้แพทย์จากมหาวิทยาลัยเอกชนและต่างประเทศเข้าสู่ระบบราชการ
- ส่งเสริมการใช้ Telemedicine
- สนับสนุนการทำงานต่อของแพทย์เกษียณ
- ปรับปรุงสวัสดิการด้านที่พักและการเดินทาง
ขณะเดียวกัน ยังมีแนวคิดผลักดันกฎหมายเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารบุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขในอนาคต
โจทย์สำคัญคือการรักษาแพทย์ให้อยู่ในระบบ
ข้อมูลจากหลายเหตุการณ์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ประเด็นที่ถูกพูดถึงไม่ได้อยู่ที่จำนวนแพทย์จบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการกระจายกำลังคนและการรักษาแพทย์ให้อยู่ในระบบบริการสาธารณสุขระยะยาว
ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้ามาตรการเพิ่มแรงจูงใจและดูแลพื้นที่ขาดแคลน วงการแพทย์ยังคงจับตาว่าแนวทางต่าง ๆ จะช่วยลดการลาออกของแพทย์จบใหม่ได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะในโรงพยาบาลต่างจังหวัดที่ยังต้องพึ่งพาแพทย์ใช้ทุนเป็นกำลังหลักในการให้บริการประชาชน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
