รีเซต

จับตา 20 พ.ค. ภูมิใจไทยยื่นแก้ รธน. ชู ส.ส.ร. โมเดลปี 40

จับตา 20 พ.ค. ภูมิใจไทยยื่นแก้ รธน. ชู ส.ส.ร. โมเดลปี 40
TNN ช่อง16
19 พฤษภาคม 2569 ( 16:45 )
9

การเมืองไทยสัปดาห์นี้ถูกจับตาอีกครั้ง หลังพรรคภูมิใจไทยเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเข้าสู่รัฐสภาในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 โดยใช้แนวทางแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดทางจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร. สำหรับยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองหลายด้าน ทั้งกระแสเรียกร้องรัฐธรรมนูญใหม่ ความเห็นต่างระหว่างพรรคการเมือง รวมถึงโจทย์สำคัญเรื่องการหาจุดสมดุลให้ทุกฝ่ายยอมรับได้

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 19 พฤษภาคม พรรคจะนำร่างเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุม ส.ส. พรรค หากได้รับความเห็นชอบ จะยื่นต่อประธานรัฐสภาในวันถัดไปทันที

สาระสำคัญของร่าง คือ การแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 เพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามผลประชามติของประชาชนกว่า 21 ล้านเสียง พร้อมกำหนดกรอบชัดเจนว่า จะไม่มีการแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงล็อกอำนาจไม่ให้ ส.ส.ร. เข้าไปแก้ไขในส่วนดังกล่าว

แนวทางของพรรคภูมิใจไทยถูกออกแบบโดยอิงโมเดลรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านการเลือกตั้ง ส.ส.ร. เป็นหลัก ขณะเดียวกันยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อสร้างความสมดุลด้านกฎหมายและการเมือง

อีกจุดที่ถูกพูดถึงอย่างมาก คือ ความพยายามทำให้ร่างดังกล่าวสอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 ซึ่งกำหนดว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับต้องผ่านประชามติ 2 ครั้ง คือ ก่อนเริ่มกระบวนการยกร่าง และหลังร่างเสร็จสิ้น

นายภราดร ยอมรับว่า เส้นทางการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้ยังต้องอาศัยการเจรจากับทุกฝ่าย โดยเฉพาะสมาชิกวุฒิสภา พรรคฝ่ายค้าน และพรรคร่วมรัฐบาล เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 3 ต้องใช้เสียงสนับสนุนจากหลายส่วน รวมถึงเสียงฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยยังพยายามวางจุดยืนทางการเมืองในฐานะ “พรรคแรก” ที่ประกาศเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างชัดเจน หลังการแก้รัฐธรรมนูญในสภาชุดก่อนยังไม่สามารถเดินหน้าต่อได้

อีกประเด็นสำคัญที่ต้องจับตา คือ การแข่งขันกันเป็น “ร่างหลัก” ในรัฐสภา เพราะนอกจากร่างของภูมิใจไทย ยังมีร่างจากพรรคการเมืองอื่นเตรียมเสนอเข้าสภาเช่นกัน หากหลายร่างได้รับหลักการพร้อมกัน ที่ประชุมจะต้องลงมติเลือกว่า ร่างใดจะถูกใช้เป็นร่างหลักในการพิจารณาวาระต่อไป

ขณะเดียวกัน ปัจจัยเรื่องท่าทีของ ส.ว. ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับอำนาจการเห็นชอบก่อนตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งที่ผ่านมาเคยเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้การแก้รัฐธรรมนูญเผชิญอุปสรรค

ข่าวที่เกี่ยวข้อง