รีเซต

"คนละครึ่งพลัส" ซ้ำเติม? ธุรกิจร้านอาหารเผชิญศึกหนัก

"คนละครึ่งพลัส" ซ้ำเติม? ธุรกิจร้านอาหารเผชิญศึกหนัก
TNN ช่อง16
2 มีนาคม 2569 ( 12:12 )

ธุรกิจร้านอาหารเครือข่ายรายใหญ่ ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า ยอดขายต่อสาขาเดิม ส่วนใหญ่ยังคงหดตัว สะท้อนภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านอาหารที่ยังคงชะลอตัวต่อเนื่อง จากแรงกดดันด้านเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคคนไทยระมัดระวังการใช้จ่าย และลดความถี่ในการกินข้างนอกบ้านลง นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิม และแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาในตลาดต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังได้รับผลกระทบจากมาตรการคนละครึ่งพลัส ทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนไป โดยเชนร้านอาหารรายใหญ่อย่าง ไมเนอร์ ฟู้ด และ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป ระบุชัดถึงผลกระทบจากปัจจัยดังกล่าว 

ไปดูภาพรวมแต่ละบริษัทกัน เริ่มที่ ไมเนอร์ ฟู้ด ระบุว่า ยอดขายรวมทุกสาขา ลดลงร้อยละ 1.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนยอดขายต่อสาขาเดิม ลดลงร้อยละ 3.5 ตัวเลขนี้ เป็นตัวเลขเฉพาะธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น

ทั้งระบุ ไว้ในรายงานผลประกอบการว่า ยอดขายที่ลดลง เป็นผลกระทบจากโครงการคนละครึ่งพลัส ซึ่งร้านอาหารเครือข่ายไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศบางส่วนเปลี่ยนไปยังร้านอาหารท้องถิ่นและร้านแผงลอย 

อย่างไรก็ดี การปรับกลยุทธ์ของบางแบรนด์ภายใต้การบริหารของบริษัทฯ เช่น GAGA, Burger King และ Bonchon ด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ต่อเนื่อง ทำให้แบรนด์เหล่านี้มียอดขายเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนจำนวนการเข้าใช้บริการของลูกค้าและช่วยลดแรงกดดันด้านยอดขายโดยรวมของสาขาเดิมได้

ต่อที่ เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป (ซีอาร์จี) รายงานว่า อัตราการเติบโตของสาขาเดิม ลดลงร้อยละ 3 ในไตรมาส 4 ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่รวมแบรนด์ร่วมทุนและแบรนด์เดอะ เทอเรส ที่รับบริหาร

ซีอาร์จี ระบุสาเหตุหลักที่ภาพรวมยอดขายและรายได้ปรับตัวลดลง เกิดจากผลประกอบการของแบรนด์หลัก ได้แก่ เคเอฟซี, อานตี้ แอนส์ และ มิสเตอร์ โดนัท อ่อนตัว ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบจากมาตรการภาครัฐ คนละครึ่งพลัส มีส่วนทำให้พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคบางส่วนเปลี่ยนไป หันไปใช้จ่ายในร้านอาหารขนาดเล็กและร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการมากขึ้น ทั้งในช่องทางของการบริโภคในร้านค้า และช่องทางเดลิเวอรี ส่งผลให้การใช้จ่ายในร้านอาหารเครือเชนบางส่วนชะลอตัว 

แต่แบรนด์ในกลุ่ม ที่ยังสามารถทำรายได้เติบโตดี เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ คัตสึยะ, โอโตยะ และคีอานิ

ส่วน เซ็น คอร์ปอเรชั่น กรุ๊ป รายงานว่า อัตราการเติบโตของรายได้ธุรกิจร้านอาหารสาขาเดิม ลดลงร้อยละ 5.9 โดย เซ็น รายงานรายได้ลดลงร้อยละ 11 ในไตรมาส 4 ส่วนทั้งปี 2568 ลดลงร้อยละ 9 ระบุว่า เป็นผลมาจากการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังของลูกค้าในช่วงเศรษฐกิจไทยที่ยังอ่อนแอ ประกอบกับธุรกิจร้านอาหารมีการแข่งขันสูง และมีแบรนด์ร้านอาหารใหม่ ๆ เปิดมากขึ้น 

ด้าน โอ้กะจู๋ บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ ยอดขายต่อสาขาเดิมลดลงค่อนข้างแรง โดยลดลงไปมากถึงร้อยละ 28.8 ระบุสาเหตุหลัก ว่ามาจากการลดลงของยอดขายสาขาในเมือง และสาขาในพื้นที่ที่มีการแข่งขันสูง นอกจากนี้ ผลกระทบจากฤดูฝน ส่งผลให้จำนวนลูกค้านั่งกินในร้านลดลง ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจในการใช้จ่ายของผู้บริโภค

ขณะที่ ไตรมาส 4 ของ เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป กลับมาเป็นบวกได้ โดยเอ็มเค เผยว่ายอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 1.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 5.6 ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากความสำเร็จของโปรโมชันบุฟเฟต์ เอ็มเค และการขยายสาขาของโบนัส สุกี้ แต่ภาพรวมทั้งปี 2568 ยอดขายสาขาเดิม ยังลดลงร้อยละ 2.8 

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผลประกอบการในกลุ่มธุรกิจร้านอาหารจะลดลง แต่ผู้เชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจร้านอาหาร มองว่า การแข่งขันของผู้ประกอบการไม่มีแนวโน้มว่าจะลดความรุนแรง กลับมีแนวโน้มจะเข้มข้นมากขึ้นอีกในระยะข้างหน้า 

ขณะเดียวกัน ธุรกิจร้านอาหารจะยังต้องเผชิญกับแรงกดดันอื่น ๆ เพิ่มเติมด้วย ทั้งการปรับขึ้นของค่าแรง ต้นทุนค่าเช่าที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงปัญหา หนี้ครัวเรือน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค

สำหรับการแข่งขันในตลาด จะอยู่ใน 2 เรื่องหลัก คือการแข่งขันในด้านราคา ซึ่งจะยังเกิดขึ้นในบางเซกเมนต์ของตลาด เพื่อดึงดูดกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ระมัดระสังการใช้จ่าย ส่วนอีกเรื่องคือ การสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับจากแบรนด์เดิม หรือการเปิดแบรนด์ใหม่ เพิ่มเข้ามาเพื่อจับกลุ่มตลาดใหม่ ๆ และผลักดันการเติบโตของธุรกิจ

ไปสำรวจร้านอาหารแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งเข้ามาในไทย และแบรนด์ที่กำลังจะเปิดใหม่ในเร็ว ๆ นี้ เช่น เมื่อปลายปีที่แล้ว บริษัท เอสแอนด์พี ซินดิเคท เปิดตัวแบรนด์ร้านไก่ทอดชื่อดังจากสหรัฐ คือ Wingstop  ถือเป็น New S-Curve ในการเข้าสู่ตลาด QSR  ของ เอสแอนด์พี โดยเป็นแบรนด์ที่จะมาเจาะกลุ่ม เจน ซี และไลฟ์สไตล์คนเมืองโดยเฉพาะ ตั้งเป้าปี 2569 นี้จะเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีก 7-10 สาขา

ด้าน ซีอาร์จี เปิดเกมรุกตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ประกาศเข้าลงทุนร้อยละ 40 ในบริษัท มิราเคิล แพลนเนท จำกัด เจ้าของแบรนด์ ลัคกี้ สุกี้ และลัคกี้ บาร์บีคิว มาต้นปีนี้ ประกาศคว้าสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ ร้านปิ้งย่างเกาหลี Hanam BBQ  โดยเตรียมเปิดสาขาแรกในช่วงกลางปี 2569 นี้ และวางเป้าหมายขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 2-3 แห่ง ให้ครบ 10 สาขาภายใน 3-5 ปีข้างหน้า

ส่วน มากุโระ กรุ๊ป ประกาศปีนี้ มีแน่ ๆ 2 แบรนด์ใหม่นำเข้าจากญี่ปุ่น คือ Kaiten Sushi Ginza Onodera ร้านซูชิสายพาน จากเครือ โอโนเดระ กรุ๊ป ผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำ มีกำหนดจะเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปีนี้ และอีกแบรนด์คือ IPPE KOPPE  ร้านข้าวแกงกะหรี่ ต้นตำรับจากญี่ปุ่น ในเครือของ Tonkatsu AOKI  ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2569

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง