รีเซต

เปิด 3 ธีมลงทุน สร้างผลตอบแทนปี 69

เปิด 3 ธีมลงทุน สร้างผลตอบแทนปี 69
TNN ช่อง16
9 มกราคม 2569 ( 11:26 )
9

ปีนี้ แม้จะปีที่การลงทุนทั่วโลกได้อานิสงส์เชิงบวก จากการก้าวเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่ทิศทางดอกเบี้ยขาลง แต่ความผันผวนยังที่คงมีอยู่สูง ทาง TISCO จึงได้วางกลยุทธ์การลงทุนไว้อย่างน่าสนใจผ่าน 3 ธีมลงทุนหลัก เพื่อจะสร้างผลตอบแทนในปีนี้ 

คุณณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) บอกว่า ปีนี้ภาพรวมการลงทุนของโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ หลังจากผ่านวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นมาอย่างยาวนาน หลายประเทศเริ่มเห็นทิศทางนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลกโดยรวมยังคงขยายตัวได้ในเชิงบวก โดยข้อมูลของ Bloomberg consencus คาดว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโตได้ที่ระดับร้อยละ 3 แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่ปัจจัยเหล่านี้กลับกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดโอกาสการลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะในประเทศและอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตเชิงโครงสร้างอย่างแท้จริง

สำหรับทิศทางดอกเบี้นนโยบายยังอยู่ในสภาวะลดลง และเข้าสู่ระดับดอกเบี้ยที่สอดคล้องกับเสถียรภาพของเศรษฐกิจแต่ละประเทศ เริ่มที่สหรัฐ คาดว่าจะลดดอกเบี้ยลดลง 2 ครั้ง ครั้งละร้อยละ 0.25 // ยุโรป คงดอกเบี้ยที่ร้อยละ 2 ตลอดทั้งปี // ญี่ปุ่นคงอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 ตลอดทั้งปี ขณะที่ฝั่งเอเชีย โดยเฉพาะจีน เวียดนาม และไทย ยังคงมีโอกาสใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ประเทศไทยเองมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมมาที่ระดับร้อยละ 1

จากภาพรวมข้างต้นทาง TISCO Wealth Advisory จึงมองว่าปี 2026 เป็นจังหวะสำคัญที่นักลงทุนควรใช้เพื่อจับโอกาสจากกระแสเปลี่ยนผ่านระดับมหภาค โดยใช้ 3 ธีมเป็นหัวใจของกลยุทธ์การลงทุนปีนี้ ได้แก่ 

ธีมแรก คือ Independence ประเทศที่โตได้ด้วยศักยภาพภายใน การเติบโตจากประเทศที่มีศักยภาพ หากมองในแง่ของกำไรบริษัทจดทะเบียน ภาพรวมตลาดหุ้นโลกในปีนี้ยังถือว่าขยายตัวได้ดี แม้บางภูมิภาคอาจเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยเศรษฐกิจและนโยบายที่แตกต่างกัน แต่ประเทศที่ยังคงเติบโตโดดเด่นและมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนได้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของโลก คือเวียดนาม อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่ากำไรของบริษัทจดทะเบียนจะเติบโตในระดับสองหลัก

สหรัฐอเมริกา แม้จะเป็นตลาดขนาดใหญ่และผ่านช่วงการเติบโตมาแล้วหลายรอบ แต่กำไรของบริษัทจดทะเบียนยังคงขยายตัวได้ดี และที่สำคัญคือการเติบโตเริ่มกระจายไปในหลายอุตสาหกรรม ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อีกต่อไป ขณะที่เวียดนามถือเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรสูงที่สุด จากแรงหนุนของการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ และเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติที่ยังคงไหลเข้าอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่อินเดียยังคงได้รับอานิสงส์จากบทบาทการเป็นฐานการผลิตใหม่ของโลก ภายใต้นโยบายภาครัฐที่มุ่งส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนระยะยาว

ธีมที่ 2 Intelligence โดยปีนี้เป็นปีที่ AI กำลังกลายเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลก ข้อมูลจากองค์กรระหว่างประเทศสะท้อนว่าการลงทุนในธุรกิจ AI มีแนวโน้มเติบโตแซงหน้ารถยนต์ไฟฟ้า ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า และในระยะยาวจะพัฒนาไปเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สุดของโลก ทำให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center และ Cloud อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อรายได้และกำไรในระยะยาว

นอกจากนี้ AI ยังขยายไปยังกลุ่ม Healthcare และอุตสาหกรรมยา การวิจัยและพัฒนายา รวมทั้งจะมีเกิดการควบรวมกิจการในอุตสาหกรรมนี้ ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อมูลค่ากิจการและตลาดทุนในภาพรวม และผลพวงการเติบโตของ AI คือความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะไฟฟ้าที่ใช้ใน Data Center ทำให้โครงสร้างของอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภคเปลี่ยนไปจากเดิม กลุ่มธุรกิจที่เคยถูกมองว่าเติบโตช้าเริ่มมีโอกาสสร้างรายได้และกำไรในอัตราที่สูงขึ้น จากการลงทุนในโรงไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานใหม่ 

ธีมที่ 3 Instability Armor เกราะป้องกันพอร์ตในยุคแห่งความผันผวน ในธีมนี้ TISCO แนะนำ ตราสารหนี้รัฐบาลสหรัฐระยะสั้น ด้วยทิศทางดอกเบี้ยขาลง และให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหลายประเทศ ทำให้เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับการรักษาเสถียรภาพของพอร์ต ขณะเดียวกัน ทองคำยังคงทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากแนวโน้มการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลก และระดับหนี้สาธารณะของสหรัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำในระยะยาว

ในส่วนของพลังงาน เริ่มมีปัจจัยสนับสนุนมากขึ้น จากความต้องการใช้น้ำมันโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นอย่างจำกัด ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวขึ้น และเอื้อต่อการลงทุนในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะบริษัทพลังงานในสหรัฐที่ยังมีศักยภาพในการขยายการผลิตในระยะถัดไป

TISCO ยังได้แนะนำให้ลดน้ำหนักการลงทุน คือ ตราสารหนี้ไทยระยะยาว เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและภาระการคลังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจกดดันอันดับความน่าเชื่อถือและทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวปรับสูงขึ้นในอนาคต โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยอายุ 10 ปีที่เหมาะสมควรอยู่ที่ร้อยละ 2–2.5 แต่ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 1.6–1.7 ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการปรับตัวลงของราคา จึงแนะนำให้โยกการลงทุนไปยังตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง