"กฤต" กราบขอโทษ "ทรงศักดิ์" ยืนยันคลิปเสียงโกงสอบไม่เป็นความจริง

นายพงศกร เสาร์ทน หรือ "กฤต" บุคคลที่ปรากฏในคลิปเสียงซึ่งถูกเชื่อมโยงกับกรณีทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจและให้ปากคำ ภายหลังนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มอบหมายทนายความเข้าแจ้งความดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาทและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา
ภายหลังให้ปากคำนานประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที นายพงศกรได้กราบขออภัยนายทรงศักดิ์ พร้อมยอมรับว่าการนำชื่อรองนายกรัฐมนตรีไปกล่าวอ้างในบทสนทนาภายในคลิปเสียง ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ โดยยืนยันว่า นายทรงศักดิ์ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นแต่อย่างใด และเนื้อหาที่ปรากฏในคลิปไม่มีมูลความจริง เป็นเพียงบทสนทนาระหว่างตนกับบุคคลที่ชื่อ "ส้ม" ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยไม่มีการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทุจริตเกิดขึ้นจริง
นายพงศกรยังชี้แจงว่า ลักษณะการสนทนาที่มีการกล่าวถึงตัวเลขและถ้อยคำที่ดูเหมือนมีความสนิทสนม เป็นเพียงรูปแบบการพูดคุยของตน แม้บุคคลที่ชื่อ "ส้ม" จะมีตัวตนจริง แต่เพิ่งรู้จักกันในช่วงเวลาดังกล่าว และไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัว พร้อมระบุว่าการสนทนามีวัตถุประสงค์บางประการที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์สาธารณะ ซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน
นอกจากนี้ นายพงศกรยืนยันว่า การเข้าพบพนักงานสอบสวนครั้งนี้เป็นการประสานเข้ามาเพื่อแสดงตัวและยืนยันว่าเป็นบุคคลในคลิปเสียง ไม่ใช่การถูกออกหมายเรียกหรือหมายจับ ขณะที่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ส่วนบุคคลที่ชื่อ "ส้ม" ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา และหากผลการตรวจสอบพบว่ามีผู้แอบบันทึกเสียง ตัดต่อ หรือเผยแพร่คลิปโดยมีเจตนาทำให้เกิดความเสียหาย ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า แม้นายพงศกรจะออกมายืนยันว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น และได้ให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกันต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว แต่ยังคงเดินหน้าดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นายทรงศักดิ์ระบุว่า การถูกนำชื่อไปกล่าวอ้างในคลิปเสียงสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ แม้จะมีการออกมาขอโทษในภายหลัง แต่เห็นว่ายังไม่เพียงพอที่จะคลี่คลายความเข้าใจของสังคม จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นตามที่ถูกกล่าวอ้างในคลิปเสียง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
