GE Aerospace ประสบความสำเร็จในการทดสอบระบบเครื่องยนต์ไฮบริดไฟฟ้าสำหรับเครื่องบินพาณิชย์

บริษัท จีอี แอโรสเปซ (GE Aerospace) ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญในการทดสอบภาคพื้นดินของระบบเครื่องยนต์ไฮบริดไฟฟ้า (Hybrid Electric) ระดับเมกะวัตต์ สำหรับเครื่องบินพาณิชย์แบบลำตัวแคบ (Narrowbody) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปูทางสู่อนาคตของการบินที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นภายในศูนย์ทดสอบ Peebles Test Operation รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา โดยใช้เครื่องยนต์เทอร์โบแฟนรุ่น Passport ที่ได้รับการดัดแปลง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสาธิตร่วมกับองค์การนาซา (NASA) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการดึงพลังงานจากเครื่องยนต์เทอร์โบแฟน (Turbofan Engine Power Extraction Demonstration)
จุดเด่นสำคัญของระบบไฮบริดที่ไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหนึ่งในความท้าทายหลักของอากาศยานไฟฟ้า คือ น้ำหนักของแบตเตอรี่ ซึ่งมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำกว่าเชื้อเพลิงอากาศยานมาก
อย่างไรก็ตาม ในการทดสอบครั้งนี้บริษัท GE Aerospace ได้สาธิตสถาปัตยกรรมเครื่องยนต์ไฮบริดไฟฟ้าที่สามารถทำงานได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้แหล่งเก็บพลังงานอย่างแบตเตอรี่ (Energy storage) ในการใช้งานบางโหมดขณะเครื่องยนต์ทำงาน
ระบบนี้ทำงานโดยการฝังมอเตอร์และเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Electric Motor/Generators) ไว้ภายในเครื่องยนต์กังหันก๊าซ เพื่อเสริมกำลังในช่วงการบินต่างๆ โดยระบบสามารถทำงานได้หลายโหมด ได้แก่
1. โหมดผลิตไฟฟ้า (Generation Mode) เกิดขึ้นในช่วงที่เครื่องบินใช้พลังงานต่ำ เช่น ขณะลดระดับเพดานบินหรือขับเคลื่อนบนทางวิ่ง (Taxiing) เพื่อผลิตไฟฟ้าป้อนระบบภายใน
2. โหมดมอเตอร์ (Motor Mode) ใช้พลังงานไฟฟ้าช่วยหมุนเพลาเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มแรงขับในช่วงที่ต้องการกำลังสูง เช่น ขณะบินขึ้น (Takeoff) ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง
ก้าวต่อไปสู่อนาคตของการบิน
อาร์จัน เฮเกมัน (Arjan Hegeman) รองประธานฝ่ายอนาคตของการบิน (Future of Flight) ของ GE Aerospace กล่าวว่า "การขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริดไฟฟ้าเป็นหัวใจสำคัญในการนิยามอนาคตของการบินใหม่... ความสำเร็จล่าสุดของเราในการสาธิตเครื่องยนต์ไฮบริดไฟฟ้าแบบลำตัวแคบที่ไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้เทคโนโลยีนี้เป็นจริงได้ในเชิงพาณิชย์ พร้อมทั้งตอบโจทย์ลูกค้าในด้านประสิทธิภาพ ความทนทาน และระยะการบิน"
การพัฒนานี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ RISE (Revolutionary Innovation for Sustainable Engines) ของ CFM International ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง GE และบริษัท Safran ที่มีเป้าหมายลดการเผาผลาญเชื้อเพลิงลงกว่า 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยมีแผนที่จะดำเนินการทดสอบภาคพื้นดินและภาคอากาศเพิ่มเติมภายในทศวรรษนี้
ทั้งนี้ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ NASA กำหนดไว้ ซึ่งจะนำไปสู่การประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงอย่างมีนัยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมการบินในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
