รีเซต

วิจัยเตือนคัดสายพันธุ์วัวอุตสาหกรรม เสี่ยงสูญเสียพันธุกรรมดั้งเดิม

วิจัยเตือนคัดสายพันธุ์วัวอุตสาหกรรม เสี่ยงสูญเสียพันธุกรรมดั้งเดิม
TNN ช่อง16
15 สิงหาคม 2569 ( 16:40 )
8

งานวิจัยใหม่จาก มหาวิทยาลัย อะเบอริสต์วิธ (Aberystwyth University) ระบุว่า หลายทศวรรษของการคัดเลือกพันธุ์และปฏิบัติทางการเกษตรแบบเข้มข้น (selective breeding and intensive agricultural practices) ได้เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของวัว ซึ่งมักจะส่งผลเสียต่อความหลากหลายที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ในวัวพันธุ์ดั้งเดิม  

คาร์เดเลน โอญา เทมิซ (Kardelen Oya Temiz) ผู้เขียนงานวิจัยซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Applied Animal Science เตือนว่า การปกป้องทรัพยากรทางพันธุกรรมเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำฟาร์มแบบยั่งยืน หากต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และความต้องการทั่วโลกที่เปลี่ยนแปลงไป

การคัดเลือกพันธุ์ (Selective Breeding)
เทคโนโลยีชีวภาพด้านการคัดเลือกพันธุ์ คือ กระบวนการที่มนุษย์เป็นผู้กำหนดและควบคุมการผสมพันธุ์ของพืช หรือสัตว์ โดยเลือกเฉพาะตัวที่มีลักษณะเด่นหรือตรงกับความต้องการให้สืบพันธุ์ต่อ เพื่อให้รุ่นลูกมีลักษณะที่ดีขึ้นตามเป้าหมาย แม้จะทำให้อุตสาหกรรมเกษตรกรรมก้าวหน้า แต่กลับส่งผลต่อความหลากหลายทางพันธุกรรมได้อย่างรุนแรง เนื่องจากยีนรูปแบบอื่นที่ไม่ถูกเลือกจะค่อย ๆ หายไปจากประชากร และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ยกกลุ่ม

กระบวนการนี้ไม่ได้พึ่งพาเพียงแค่การสังเกตลักษณะภายนอก (Phenotype) เพียงอย่างเดียว แต่มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงทางพันธุศาสตร์และชีวภาพเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มความแม่นยำและร่นระยะเวลาในการพัฒนาสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็น การคัดเลือกโดยอาศัยเครื่องหมายทางพันธุกรรม (Marker-Assisted Selection - MAS) ที่นำมาใช้ประเมินคุณภาพเนื้อล่วงหน้า ซึ่งปกติจะรู้ได้ก็ต่อเมื่อชำแหละแล้วเท่านั้น หรือ เทคโนโลยีชีวภาพทางการสืบพันธุ์ (Reproductive Technologies) เช่น การผสมเทียม และการปลูกถ่ายตัวอ่อน เป็นต้น

วัวพันธุ์ดั้งเดิม

วัวพันธุ์ดั้งเดิม มักมีลักษณะทางพันธุกรรมเฉพาะตัว ซึ่งช่วยให้มีความต้านทานต่อโรค มีข้อได้เปรียบด้านการสืบพันธุ์ หรือปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ท้าทายได้ นักวิจัยระบุว่า ลักษณะวัวเหล่านี้อาจช่วยให้เกษตรกรรุ่นใหม่ในอนาคตรับมือกับความท้าทายในระดับโลกได้ ดังนั้น การสูญเสียประชากรวัวเหล่านี้ จะหมายถึงการสูญเสียลักษณะเฉพาะ ที่หามาทดแทนไม่ได้ 

โดยงานวิจัยชิ้นนี้ ได้ทบทวนความสำคัญของวัวพันธุ์ดั้งเดิม เน้นตัวอย่างจากสายพันธุ์ต่าง ๆ เช่น แอร์เชียร์ (Ayrshire) เจอร์ซีย์ (Jersey) และเฮเรฟอร์ด (Hereford) ซึ่งประชากรดั้งเดิมยังคงแตกต่างจากสายพันธุ์สมัยใหม่ ฝูงวัวเหล่านี้มักมีจำนวนประชากรขนาดเล็กกว่าวัวอุตสาหกรรม ที่เกิดจากการเลือกผสมพันธุ์ มีการเลี้ยงดู และการจัดการที่ไม่เข้มข้นนัก และมีความผูกพันกับสภาพแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ทำให้มีความสำคัญต่อการอนุรักษ์และกลยุทธ์การผสมพันธุ์ในอนาคต

ข้อเรียกร้องของนักวิจัย

นักวิจัย คาร์เดเลน โอญา เทมิซ กล่าวว่า “ประชากรวัวพันธุ์ดั้งเดิมเป็นมากกว่าแค่ซากโบราณสถาน พวกมันเป็นห้องสมุดทางพันธุกรรมที่มีชีวิต ซึ่งเก็บคำตอบสำหรับความท้าทายที่สำคัญที่สุดบางประการที่ภาคเกษตรกรรมต้องเผชิญอยู่ในขณะนี้ ในขณะที่การผสมพันธุ์สมัยใหม่มุ่งเน้นไปที่ผลผลิตเป็นหลัก แต่สิ่งนี้มักมาพร้อมกับการสูญเสียความหลากหลายทางพันธุกรรม”  พร้อมเสริมว่า ภาคเกษตรกรรมต้องปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และความจำเป็นในการทำการเกษตรอย่างยั่งยืนมากขึ้น หากเราสูญเสียประชากรสัตว์เหล่านี้ไป เราอาจเสี่ยงที่จะสูญเสียทรัพยากรทางพันธุกรรมที่หาทดแทนไม่ได้

งานวิจัยนี้เรียกร้องให้มีการสำรวจทางพันธุกรรมเพิ่มเติม ในสายพันธุ์ที่ยังมีประชากรบรรพบุรุษอยู่ เพื่อให้แน่ใจว่าความหลากหลายของพวกมันได้รับการบันทึกและพร้อมใช้งานในอนาคต

ดร. แมตต์ เฮการ์ตี อาจารย์อาวุโสในภาควิชาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ มหาวิทยาลัยอะเบอริสต์วิธ กล่าวเสริมว่า “เกษตรกรรมสมัยใหม่ประสบความสำเร็จอย่างมากในด้านประสิทธิภาพและผลผลิต แต่ก็ทำให้ฐานพันธุกรรมของหลายสายพันธุ์แคบลง ซึ่งทำให้ฝูงสัตว์มีความเปราะบางต่อโรค ความเครียดจากสิ่งแวดล้อม และสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป สายพันธุ์ดั้งเดิมเปิดโอกาสให้เราได้นำความยืดหยุ่นและความสามารถในการปรับตัวกลับคืนสู่ประชากรวัว การอนุรักษ์พวกมันไม่ใช่แค่เรื่องของมรดก แต่เป็นการเตรียมเครื่องมือที่ภาคเกษตรกรรมต้องการเพื่อเผชิญกับอนาคต” 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง