รีเซต

เปิดแผนแก้ปัญหาเงินโรงพยาบาล สธ.-สปสช. เร่งจ่าย 2,812 ล้าน ให้ 894 แห่ง

เปิดแผนแก้ปัญหาเงินโรงพยาบาล สธ.-สปสช. เร่งจ่าย 2,812 ล้าน ให้ 894 แห่ง
TNN ช่อง16
4 พฤศจิกายน 2569 ( 13:01 )
4

วันนี้ (4 พ.ย. 69) ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาสภาพคล่องโรงพยาบาลว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ข้อยุติแนวทางบริหารงบประมาณร่วมกัน เพื่อเร่งจ่ายค่าบริการทางการแพทย์ที่ชะลอไว้จำนวน 2,812.21 ล้านบาท ให้แก่โรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 894 แห่ง

เร่งจ่ายเงินค้าง 2,812 ล้านบาท ให้โรงพยาบาล 894 แห่ง

สำหรับความคืบหน้าการจ่ายเงิน ทั้งสองหน่วยงานได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและปรับแนวทางดำเนินงานให้สอดคล้องกับมติคณะกรรมการร่วมบริหารการเงินการคลัง โดย สปสช. จะเร่งประมวลผลจ่ายชดเชยค่าบริการทางการแพทย์ 3 รายการ ได้แก่

  1. ค่าบริการกรณีเฉพาะ (CR)
  2. ค่าบริการผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรัง
  3. ค่าบริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP Fee Schedule)

ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขจะติดตามความคืบหน้าการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โรงพยาบาลทั้ง 894 แห่งได้รับเงินโดยเร็วที่สุด

วางแผนบริหารเงินล่วงหน้า 4,299 ล้านบาท ใช้งบผู้ป่วยในช่วย

ส่วนปัญหาเงินโอนล่วงหน้าอีก 4,299 ล้านบาท ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าบริการ 2,812.21 ล้านบาทที่อยู่ระหว่างเร่งจ่าย ทั้งสองหน่วยงานมีแนวทางนำงบกองทุนผู้ป่วยใน (IP) ปีงบประมาณ 2569 ที่รอการจัดสรร จำนวน 3,172.56 ล้านบาท มาใช้บริหารภาระดังกล่าว

หากยังมีส่วนต่างคงเหลือประมาณ 1,000 ล้านบาท จะร่วมกันกำหนดแนวทางหักชำระจากค่าบริการในปีงบประมาณ 2570 โดยจะคำนึงถึงสภาพคล่องของโรงพยาบาล และหารือทำความเข้าใจกับโรงพยาบาลก่อนดำเนินการ

นอกจากนี้ หากงบค่าบริการกรณีเฉพาะ (CR) ปีงบประมาณ 2569 ไม่เพียงพอ จะดำเนินการตามแนวทางที่คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนด โดยนำงบประมาณปี 2570 มารองรับภาระค่าบริการ เพื่อให้การจ่ายชดเชยแก่โรงพยาบาลดำเนินต่อเนื่อง

รัฐบาลย้ำเร่งแก้สภาพคล่อง ไม่กระทบการรักษาประชาชน

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับสภาพคล่องของโรงพยาบาล เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับความพร้อมในการดูแลผู้ป่วย การที่กระทรวงสาธารณสุขและ สปสช. ได้ข้อยุติแนวทางร่วมกันถือเป็นความคืบหน้าสำคัญ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งกระบวนการจ่ายเงิน

ทั้งนี้ การได้ข้อยุติดังกล่าวยังไม่ใช่การยืนยันว่าโรงพยาบาลทุกแห่งได้รับเงินครบถ้วนแล้ว รัฐบาลจะติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โรงพยาบาลมีความพร้อมในการให้บริการ และประชาชนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง