ซูเปอร์เอลนีโญ กับ วิกฤตฝุ่นไทย! เปิดแผนป้องกัน PM2.5 คาดปี 70 รุนแรงกว่าเดิม

ชี้ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ส่อแววทำสถานการณ์ PM2.5 ปี 2570 รุนแรงกว่าเดิม
จับตาสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ปี 2570 ส่อรุนแรงกว่าปีก่อน หลังพบพื้นที่ฝุ่นเกินมาตรฐานต่อเนื่อง 3 ปีซ้อนกว่า 60 จังหวัด สธ. เร่งยกระดับมาตรการรับมือเชิงรุก รับมือความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ Super El Niño ที่อาจทำให้เกิดภัยแล้งยาวนาน พร้อมปักหมุด 40 จังหวัดเสี่ยงสูง ดูแลกลุ่มเปราะบางกว่า 16 ล้านคนทั่วประเทศ
สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพสำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญ โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม ซึ่งเป็นฤดูกาลที่ค่าฝุ่นมีแนวโน้มสะสมสูง ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ส่งสัญญาณเตือนให้เตรียมรับมือสถานการณ์ฝุ่นปี 2570 ล่วงหน้า หลังพบแนวโน้มความรุนแรงอาจเพิ่มขึ้นจากปัจจัยสภาพอากาศและความแห้งแล้ง
ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC-1) ระบุว่า สถิติย้อนหลัง 3 ปี ระหว่างปี 2567–2569 พบพื้นที่ฝุ่นเกินเกณฑ์มาตรฐานกว่า 60 จังหวัด โดยมี 40 จังหวัดเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีค่าฝุ่นเฉลี่ยเกินมาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ติดต่อกัน 3 ปีซ้อน
ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาการคาดการณ์ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ (Super El Niño) ซึ่งอาจส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งยาวนาน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าและการสะสมของฝุ่นละออง ส่งผลให้สถานการณ์ PM2.5 ปี 2570 อาจรุนแรงกว่าปีที่ผ่านมา
5 มาตรการ สธ. รับมือฝุ่นก่อนวิกฤต
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขเชิงรุก 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. ยกระดับบริการทางการแพทย์ ผลักดันแอปพลิเคชัน “พื้นที่ปลอดภัย” เป็นเครื่องมือหลักให้ประชาชนค้นหาพิกัดห้องปลอดฝุ่น มุ้งสู้ฝุ่น และคลินิกมลพิษ ทั้งบริการในพื้นที่และออนไลน์ผ่าน Telemedicine สามารถปรึกษาแพทย์และประเมินอาการได้โดยไม่ต้องเดินทาง
2. ประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า ให้ทุกจังหวัดและเขตสุขภาพจัดทำแผนรองรับสถานการณ์ โดยเฉพาะ 40 จังหวัดเสี่ยงสูง เพื่อให้สามารถรับมือได้ทันทีเมื่อค่าฝุ่นเพิ่มขึ้น
3. ดูแลกลุ่มเปราะบางถึงบ้าน จัดทำแผนที่และทะเบียนกลุ่มเสี่ยง (Mapping) ครอบคลุมผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ โรคหัวใจและหลอดเลือด เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้สูงอายุ พร้อมพัฒนาระบบแจ้งเตือนสุขภาพรายบุคคล และส่งทีมแพทย์ลงพื้นที่ดูแลเชิงรุก
4. บูรณาการงบประมาณและเครือข่าย ประสานผู้ว่าราชการจังหวัด ปภ. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น เพื่อบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม
5. กำกับติดตามอย่างใกล้ชิด มอบหมายผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาล และศูนย์วิชาการในพื้นที่ ติดตามสถานการณ์และประสานงานทั้งระดับพื้นที่และส่วนกลาง
กลุ่มเปราะบาง 16 ล้านคน เป้าหมายสำคัญที่ต้องปกป้อง
สิ่งที่น่ากังวลในฤดูกาลฝุ่นปี 2570 ไม่ได้มีเพียงตัวเลขค่าฝุ่นที่อาจพุ่งสูง แต่คือผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางราว 16 ล้านคนทั่วประเทศ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยจากฝุ่น PM2.5 มากกว่าประชาชนทั่วไป
การเตรียมพร้อมครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการรักษาผู้ป่วยเมื่อเกิดอาการ แต่เป็นการวางระบบป้องกันตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤต ตั้งแต่การค้นหากลุ่มเสี่ยง การแจ้งเตือนเฉพาะบุคคล การเข้าถึงพื้นที่ปลอดฝุ่น ไปจนถึงการส่งทีมแพทย์ดูแลประชาชนถึงบ้าน
ฤดูกาลฝุ่นปี 2570 จึงเป็นอีกบททดสอบสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย ว่าจะสามารถเปลี่ยนจากการตั้งรับเมื่อเกิดปัญหา มาเป็นการป้องกันเชิงรุกได้มากน้อยเพียงใด ท่ามกลางความเสี่ยงด้านสภาพอากาศที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
