สธ.เร่งแก้วิกฤติการเงินโรงพยาบาลรัฐ ตั้งเป้าเหลือศูนย์ 20 ต.ค.

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินหน้าแก้ไขปัญหาสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัด หลังพบโรงพยาบาลที่ต้องเร่งแก้ไขภาวะวิกฤติทางการเงินระดับ 7 จำนวน 63 แห่ง โดยใช้แนวทางบริหารทรัพยากรร่วมกันภายในจังหวัดและเขตสุขภาพ ล่าสุดสามารถลดจำนวนโรงพยาบาลที่อยู่ในภาวะวิกฤติลงได้ประมาณครึ่งหนึ่ง พร้อมตั้งเป้าให้ไม่มีโรงพยาบาลอยู่ในกลุ่มวิกฤติระดับสูงสุดภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2569
สธ.เร่งแก้ปัญหาการเงินโรงพยาบาล 63 แห่ง
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรด้านสาธารณสุขร่วมกันในระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและแก้ไขปัญหาทางการเงินของโรงพยาบาลในสังกัด
จากการประชุมติดตามสถานการณ์การเงินการคลังของโรงพยาบาลทั่วประเทศ พบว่ามีโรงพยาบาลที่ต้องได้รับการแก้ไขปัญหาวิกฤติทางการเงินระดับ 7 จำนวน 63 แห่ง ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขได้รับงบประมาณตามผลงานบริการประจำปี 2569 เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 7,413.41 ล้านบาท
ที่ประชุมผู้บริหารการเงินการคลังระดับประเทศ หรือ CFO จึงกำหนดแนวทางให้แต่ละเขตสุขภาพเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยใช้กลไกบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน เพื่อสนับสนุนโรงพยาบาลที่มีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง
ระดมเงิน 841 ล้านบาท ช่วยโรงพยาบาลวิกฤติ
แนวทางแก้ไขปัญหาของกระทรวงสาธารณสุขเริ่มจากการบริหารวงเงินร่วมกันระหว่างโรงพยาบาลภายในจังหวัดเดียวกัน หากยังไม่เพียงพอจึงขยายความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลในจังหวัดอื่นที่อยู่ภายในเขตสุขภาพเดียวกัน
เบื้องต้นมีโรงพยาบาลจำนวน 30 แห่งเข้าร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหา ด้วยวงเงินรวม 841.76 ล้านบาท ส่งผลให้จำนวนโรงพยาบาลที่อยู่ในภาวะวิกฤติทางการเงินระดับ 7 ลดลงได้ประมาณครึ่งหนึ่งจากจำนวนที่ต้องแก้ไขปัญหาเดิม 63 แห่ง
การดำเนินงานดังกล่าวอยู่ภายใต้แนวทางบริหารทรัพยากรร่วมกันของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งให้ความสำคัญกับการจัดสรรงบประมาณและการบริหารสภาพคล่องระหว่างหน่วยบริการ เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินภารกิจด้านการรักษาพยาบาลได้อย่างต่อเนื่อง
วิกฤติการเงินระดับ 7 คืออะไร
สำหรับข้อมูลประกอบเกี่ยวกับการประเมินสถานะทางการเงินของโรงพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขมีระบบติดตามระดับความเสี่ยงทางการเงินของหน่วยบริการ โดยระดับ 7 เป็นระดับความเสี่ยงสูงสุดตามเกณฑ์การประเมิน
การประเมินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับสถานะทางการเงินและสภาพคล่องของโรงพยาบาล เพื่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถติดตามและกำหนดมาตรการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ การอยู่ในกลุ่มวิกฤติระดับ 7 เป็นการจัดระดับความเสี่ยงทางการเงิน ไม่ใช่ประกาศให้โรงพยาบาลยุติการให้บริการ อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลในกลุ่มดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการติดตามและบริหารจัดการด้านการเงินอย่างใกล้ชิด
เตรียมจัดสรรเงิน 3,500 ล้านบาทคืนโรงพยาบาลที่ช่วยเหลือ
สำหรับการดำเนินงานในระยะต่อไป กระทรวงสาธารณสุขเตรียมพิจารณาจัดสรรเงินคืนให้แก่โรงพยาบาลทั้ง 30 แห่งที่เข้าร่วมสนับสนุนการแก้ไขปัญหา โดยใช้เงินจำนวน 3,500 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะได้รับคืนจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายให้โรงพยาบาลที่เข้าร่วมสนับสนุนสามารถรักษาสภาพคล่องทางการเงินของตนเองได้ ควบคู่กับการช่วยเหลือโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่มวิกฤติ
กระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป้าหมายปิดบัญชีภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 โดยต้องการให้จำนวนโรงพยาบาลที่อยู่ในภาวะวิกฤติทางการเงินระดับ 7 ลดลงเหลือศูนย์
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายดังกล่าวเป็นกรอบการดำเนินงานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ โดยยังต้องติดตามผลการประเมินสถานะทางการเงินของโรงพยาบาลหลังดำเนินมาตรการให้ครบถ้วน
จับตาการบริหารงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นคงให้โรงพยาบาลรัฐ
การแก้ไขปัญหาทางการเงินของโรงพยาบาลในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงบประมาณสาธารณสุข โดยเฉพาะการใช้ทรัพยากรร่วมกันระหว่างหน่วยบริการในจังหวัดและเขตสุขภาพ
นอกจากการลดจำนวนโรงพยาบาลที่อยู่ในกลุ่มวิกฤติแล้ว ประเด็นที่ต้องติดตามในระยะยาวยังรวมถึงการบริหารต้นทุนการรักษาพยาบาล การจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับภาระบริการ และการรักษาสภาพคล่องของโรงพยาบาลแต่ละระดับ
ทั้งนี้ การลดระดับความเสี่ยงทางการเงินภายในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ถือเป็นเป้าหมายระยะสั้น ขณะที่การรักษาเสถียรภาพทางการเงินอย่างต่อเนื่องยังเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้โรงพยาบาลของรัฐมีความพร้อมในการให้บริการประชาชนอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
