รีเซต

ชงคนละครึ่ง5หมื่นล. ดันศก.-ตลาดหุ้นไทย

ชงคนละครึ่ง5หมื่นล. ดันศก.-ตลาดหุ้นไทย
ทันหุ้น
18 กันยายน 2568 ( 07:30 )
164

#คลัง #หุ้นไทย #ทันหุ้น - คลัง ชี้มีกระสุนทางการเงินทำโครงการ Quick Win ของรัฐบาล ราว 1.5 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจ เสนอหากจะทำโครงการคนละครึ่งให้มี Impact วงเงินมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท  ด้านนักวิเคราะห์มองหุ้นไทยไซด์เวย์-ไซด์เวย์อัพ ระยะสั้นมีลุ้น 1,330 จุด  รับเซ็นทิเมนต์เชิงบวก มาตรการรัฐ เฟดลดดอกเบี้ย หนุนโฟลว์เข้า แนะเก็งกำไรกลุ่มโดเมสติกต่อ ชู “CPALL-CPAXT-BJC-OSP-KTC-MTC-ERW-CENTEL”

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังมีกระสุนทางการเงินที่จะทำโครงการ Quick Win ของรัฐบาล ราว 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะมาจากงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่อยู่ใน ปีงบประมาณ 2568 ที่ยังเหลืออยู่ 2.6 หมื่นล้านบาท,และงบกระตุ้นเศรษฐกิจที่ถูกบรรจุไว้ในปีงบประมาณ  2569 จำนวน 2.5 หมื่นล้านบาท รวมถึงหากมีความจำเป็น สามารถใช้งบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ที่เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี โดยมีวงเงินงบกลางดังกล่าวราว 9 หมื่นล้านบาท ถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งสามารถนำมาใช้ในบางส่วนได้

@ชงคนละครึ่งเกิน 5 หมื่นลบ.

โดยแหล่งข่าวเสนอว่า เนื่องจากรัฐบาลชุดนี้มีระยะเวลาทำงานที่สั้น ดังนั้น การทำโครงการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ควรเป็นโครงการที่เคยทำมาแล้วและประสบความสำเร็จในอดีต  ซึ่งนอกจากโครงการคนละครึ่งแล้ว ก็อาจมีโครงการ Easy e-Receipt ที่กระตุ้นให้คนใช้จ่าย และสามารถนำรายจ่ายมาลดหย่อนภาษีได้จำนวนหนึ่ง

“ถ้าจะให้โครงการคนละครึ่งมี Impact ต่อเศรษฐกิจ ขนาดของโครงการจะต้องมากกว่า 5 หมื่นล้านบาท แต่การตัดสินใจการใช้วงเงินและรายละเอียดขึ้นอยู่กับรัฐบาล”

นายพิริยพล  คงวานิช  ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนเพื่อบริหารความมั่งคั่ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง  จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “ทันหุ้น” ว่า  ภาพรวมดัชนีหุ้นไทยระยะสั้นมีลักษณะ Sideway to Sideway Up   มีโอกาสสิ้นเดือนนี้จะแตะ 1,330 จุด ได้  เนื่องจากมีปัจจัยเชิงบวก จากการจัดตั้งรัฐบาลรวดเร็วและการมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบริหารสร้างความเชื่อมั่น การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ หนุนกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยว ซึ่งจะคาดว่ามาตรการเหล่านี้จะหนุน GDP ได้ประมาณ 0.1% และหนุนกำไรบริษัทจดทะเบียนเพิ่มประมาณ 0.4%

@จ่อเพิ่มเป้า SET สิ้นปี 1,330 จุด

นอกจากนี้การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หนุนให้เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) มีโอกาสไหลเข้าตลาดหุ้นไทยได้ต่อเนื่อง หาก Fed มีการปรับลดดอกเบี้ย แม้ค่าเงินบาทอาจยังแข็งค่าต่อเนื่องในช่วงสั้นๆ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งในปีนี้ หนุนให้ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น 30 จุด  ทำให้มีโอกาสที่ฝ่ายวิจัยจะปรับเพิ่มเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้เพิ่มเป็น 1,330 จุด จากปัจจุบันที่ 1,280 จุด  และคาดปีหน้าดัชนีอยู่ที่ 1,440 จุด

@แนะซื้อหุ้น 3 ธีม

นายพิริยพล  กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุน แนะนำลงทุนใน 3 กลุ่ม  ได้แก่ 1.กลุ่มได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล คือ กลุ่ม Domestic Play แนะนำ CPALL CPAXT BJC OSP  และกลุ่มท่องเที่ยว แนะนำ CENTEL  เพราะธุรกิจอาหารฟื้นตัวด้วย  2.กลุ่มการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งจะเห็นบริษัทดาต้าเซ็นเตอร์ที่ขอ BOI ในปีนี้ จะเริ่มเห็นการลงทุนจริงในปีหน้า  ซึ่งจะส่งผลดีต่อหุ้นโรงไฟฟ้า และน้ำ  เช่น  WHAUP  GULF BGRIM  กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโรงไฟฟ้าและสายส่ง เช่น STECON  และ GUNKUL

3. กลุ่ม Global Play เลือกตัวที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ที่ได้รับผลดีจากที่ผู้ผลิตปิโตรเคมีรายใหญ่ของโลก คือ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ร่วมกันลดอุปทานส่วนเกิน ทำให้คาดว่าราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและมีโอกาสฟื้นตัวหากดีมานด์น้ำมันกลับมา แนะนำ PTTGC และ SCC

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวกับ “ทันหุ้น” ว่า กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ แนะเก็งกำไรหุ้นกลุ่มโดเมสติก จากคาดหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ได้แก่กลุ่มค้าปลีก แนะนำ CPALL, CPAXT, BJC  กลุ่มไฟแนนซ์ แนะนำ  KTC, MTC และกลุ่มท่องเที่ยว แนะนำ AOT, ERW โดยมองกรอบดัชนีสัปดาห์นี้ ที่ 1,320 จากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง