เปิดอันตราย"ฝนกรด-ฝนดำ"เสี่ยงมะเร็ง-ระบบนิเวศพัง

องค์การอนามัยโลก หรือ WHO และสหประชาชาติออกมาเตือน อันตรายจาก“ฝนสีดำและฝนกรดที่มาพร้อมกันเป็นอันตรายต่อประชาชนอย่างมาก โดยเฉพาะต่อระบบทางเดินหายใจ” หลังจากโรงกลั่นน้ำมันของอิหร่านถูกโจมตีจากสหรัฐฯและอิสราเอล ในพื้นที่กรุงเตหะรานหลายจุด ขณะที่ทางการอิหร่านได้แนะนำให้ประชาชน อยู่ภายในอาคารที่พักเพื่อความปลอดภัยจากฝนกรด หรือฝนที่ปนเปื้อนควันและสารเคมีจากน้ำมัน
กรุงเตหะรานถูกปกคลุมด้วยควันสีดำหนาทึบตั้งแต่ 9 มีนาคมที่ผ่านมา หลังจากโรงกลั่นน้ำมันถูกโจมตี ทำให้เกิดเขม่าควันสีดำมหาศาลพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เมื่อมีพายุฝนเคลื่อนผ่านพื้นที่ ควันที่เต็มไปด้วยน้ำมันและสารเคมีจึงผสมกับน้ำฝนและตกลงมาเป็นของเหลวสีดำที่มีลักษณะเหนียวเหมือนน้ำมัน โดยมีการรายงานสถานการณ์ในกรุงเตหะราน ว่าเป็นเหมือนวันสิ้นโลก เนื่องจากท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยควันจนมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ และมีคราบน้ำมันสีดำเกาะอยู่ตามรถยนต์และอาคารบ้านเรือนทั่วไปหมด
สำหรับอันตรายของฝนดำ-ฝนกรด ส่งผลกระทบทั้งต่อระบบนิเวศ และกระทบต่อสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งอันตรายต่อสุขภาพ องค์การอนามัยโลก รุะบว่า ควันและฝน ประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอน ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และไนโตรเจนออกไซด์ ซึ่งเป็นพิษร้ายแรงหากสูดดมเข้าไป อาจทำให้เกิดอาการหายใจติดขัด เจ็บคอ และทำลายปอดอย่างรุนแรง ส่วนฝนที่ตกลงมายังมีความเป็นกรดสูง ทำให้เกิดอาการระคายเคืองหรือไหม้ตามผิวหนังและดวงตาได้ //นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อการป่วยเนื่องจาก สารก่อมะเร็งที่มากับเขม่าควันอาจสะสมในร่างกายและแหล่งน้ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
โดยในระบบนิเวศทั้งดินที่เมื่อเจอฝนกรดจะทำให้ต้นไม่ พืชต่างๆได้รับผลกระทบเช่นเติบโตช้า // ฝนกรดยังจะกัดกร่อนสูงปลูกสร้าง โบราณสถาน ทำให้ได้รับความเสียหาย
ขณะที่มีคำเตือนทั้งจากองค์การอนามัยโลกและสภาเสี้ยววงเดือนแดงของอิหร่าน แนะนำประชาชนอยู่แต่ในบ้าน ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท แนะนำให้ปิดระบบปรับอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้ดึงอากาศที่มีสารพิษหรือหยดฝนจากภายนอกเข้ามาในอาคาร และหากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ต้องสวมหน้ากากอนามัยที่กรองฝุ่นละอองได้สูง เช่น N95 สวมเสื้อผ้าที่ปกปิดผิวหนังมิดชิด และหากสัมผัสถูกฝนให้รีบล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที รวมถึงระวังการปนเปื้อนในแหล่งน้ำดื่มและอาหารที่วางทิ้งไว้ภายนอก