รีเซต

ORครึ่งหลังยอดจะแรง น้ำมันขาขึ้นดีมานด์ดัน

ORครึ่งหลังยอดจะแรง น้ำมันขาขึ้นดีมานด์ดัน
ทันหุ้น
17 สิงหาคม 2566 ( 07:17 )
20
ORครึ่งหลังยอดจะแรง น้ำมันขาขึ้นดีมานด์ดัน

OR ครึ่งปีหลัง 2566 ผลงานดีกว่าครึ่งปีแรก รับราคาน้ำมันขาขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวหนุน น้ำมันอากาศยานดีมานด์เพิ่ม ไตรมาส 4/2566 ไม่มีขาดทุนสต๊อก เดินหน้าเพิ่มสาขาปั๊มน้ำมัน และร้าน Café Amazon ทุ่ม 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลุยลงทุนกัมพูชา โอกาสเติบโตสูง พร้อมศึกษาขยายธุรกิจ Health and Wellness

 

นายดิษทัต  ปันยารชุน  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังผลประกอบการฟื้นตัว เพราะราคาน้ำมันมีทิศทางดีขึ้นเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก 2566  ความต้องการน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากขึ้น ช่วยสนับสนุนความต้องการใช้น้ำมันอากาศยานด้วย รวมไปถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวดีขึ้น และคาดว่าปีนี้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยจะอยู่ที่ 3.4-3.5%

 

โดยไตรมาส 4/2566 บริษัทมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะไม่ขาดทุนเหมือนช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีผลขาดทุน 744 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจหลักยังมีความเข้มแข็งและเชื่อว่าจะไม่ขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss)

 

@ดีมานด์น้ำมันฟื้นตัว

 

แต่บริษัทยอมรับว่ายอดขายปี 2566 มีโอกาสจะต่ำกว่าปีก่อน ที่ทำได้ 793,418 ล้านบาท สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยปีนี้คาดการณ์ราคาน้ำมันจะอยู่ที่ 77-80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ต่ำกว่าปีก่อนที่ 96.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ยังมีมุมมองเป็นบวกต่อสถานการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2566

 

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle คาดว่าในช่วงไตรมาส 3และไตรมาส 4/2566 แนวโน้มผลการดำเนินงานจะสดใส โดยบริษัทมีแผนที่จะขยายสถานีบริการน้ำมันปีนี้ ประมาณ 100 สาขา จากปีก่อนที่มีการขยายประมาณ 80-90 สาขา รวมไปถึงการเปิดสาขาร้าน Café Amazon อีกกว่า400 สาขา เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 300 สาขารวมถึงขยายสาขา Ev Sation ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

 

ส่วนธุรกิจ Global คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจในประเทศ สปป.ลาว และกัมพูชา ที่คาดว่าจะมีผลกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง จากครึ่งปีแรก ซึ่งในส่วนของกัมพูชาบริษัทจะมุ่งเน้นการเข้าไปลงทุน Mobility และ Lifestyle และจะมีการสร้างคลัง LPG โดยคาดว่าจะใช้เงินลงทุนรวมไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงปัจจุบันบริษัทยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรในกัมพูชา ในการให้บริการน้ำมันอากาศยาน ของสนามบินแห่งใหม่ในกัมพูชา ที่คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2567 ถือเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายของบริษัทด้วย ขณะที่ฟิลิปปินส์คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นจากช่วงต้นปีที่ผลการดำเนินการยังติดลบ

 

*ศึกษาธุรกิจใหม่ต่อยอด

 

พร้อมกันนี้ ในครึ่งปีหลัง OR จะมุ่งเน้นการลงทุนที่สามารถต่อยอด Value Chain อย่างชัดเจนตามพันธกิจของ OR ได้ในระยะยาว และการสร้าง Synergy ร่วมทั้งจากภายในและภายนอกกลุ่ม ปตท.  โดยบริษัทสนใจที่จะลงทุนในธุรกิจใหม่ ด้าน Health and Wellness ซึ่งเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์กระแสหลัก เรื่องการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) และกลุ่มประชากรในวัยทำงานที่จะถือเป็นกลุ่มหลักของคนในประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มของการใส่ใจสุขภาพ และความงาม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและพัฒนารูปแบบของการดำเนินธุรกิจที่เหมาะสม และอีกอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มเป้าหมายคือด้านการท่องเที่ยวและที่พัก (Tourism & Accommodation) ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มสอดคล้องกับพันธกิจด้าน All Lifestyle ของ OR ที่ต้องการเสนอสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

 

และเร็วๆ นี้ OR จะเปิดตัวแอปพลิเคชัน “เอ็กซ์พลอร์” (xplORe) ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคอย่างเป็นทางการ อีกทั้งยังมีแผนเปิดตัวสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น Flagship Station ที่จะเป็นต้นแบบสถานีบริการในอนาคตนำเสนอทั้งจุดบริการเติมน้ำมัน และ สถานีอัดประจุไฟฟ้า (Seamless Mobility) พร้อมด้วยพื้นที่ค้าปลีกขนาดใหญ่และหลากหลายตอบโจทย์ความต้องการทุกรูปแบบ (All Lifestyles) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมผ่านการใช้พลังงานสะอาดด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop สะท้อนภาพ OR Ecosystem ที่ตอบโจทย์ด้าน Mobility & Lifestyle และรูปแบบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง