รีเซต

XO ครึ่งหลังติดเทอร์โบ  ยุโรปฟื้น-ล็อกโตเป้า 10%

XO ครึ่งหลังติดเทอร์โบ  ยุโรปฟื้น-ล็อกโตเป้า 10%
ทันหุ้น
1 ตุลาคม 2569 ( 02:00 )
9

นายจิตติพร จันทรัช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO เปิดเผยว่าบริษัทคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะไตรมาส 3/2569 ที่คาดว่ายอดขายจะดีกว่าไตรมาส 2/2569 อย่างมีนัยสำคัญ เบื้องต้นคาดยอดขายมีโอกาสเติบโตประมาณ 12–15% ขณะที่ไตรมาส 4/2569 ยังมีทิศทางที่ดีจากคำสั่งซื้อที่บริษัทสามารถมองเห็นล่วงหน้าได้ประมาณ 5 สัปดาห์ รวมถึงการเจรจาหารือกับลูกค้าหลัก

@ยอดขายโต 10%

ดังนั้น บริษัทจึงมั่นใจว่าเป้าหมายยอดขายทั้งปี 2569 จะเติบโตท 10% ได้ตามแผน ขณะเดียวกันคาดว่าอัตรากำไร (มาร์จิ้น) จะปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อน แม้บริษัทจะมีค่าใช้จ่ายจากการทำลายพริกประมาณ 70–80 ล้านบาท ก็ตาม

ทั้งนี้แรงขับเคลื่อนหลักในครึ่งปีหลังจะมาจากตลาดยุโรป โดยปัจจุบันสต็อกสินค้าของลูกค้าที่เคยอยู่ในระดับสูงจากการสั่งซื้อเพื่อรองรับกิจกรรมส่งเสริมการขายได้ทยอยลดลงแล้ว ส่งผลให้ยอดขายในตลาดยุโรปเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ การเติบโตไม่ได้มาจากฐานตลาดเดิม แต่บริษัทยังสามารถเพิ่มจำนวนสินค้าและจุดจำหน่าย หรือ Listing ในช่องทางจำหน่ายของลูกค้าเดิมได้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนยอดขายในระยะต่อไป

สำหรับตลาดสหรัฐ บริษัทเคยมียอดขายมากกว่า 500 ล้านบาทในปี 2566 ก่อนลดลงเหลือไม่ถึง 100 ล้านบาทในปี 2567 และปัจจุบันมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย โดยยอดขายไปยังสหรัฐอยู่ในระดับไม่ถึง 10 ล้านบาท ดังนั้น ประเด็นเรื่องมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐจึงยังไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัท เนื่องจากปัจจุบัน XO แทบไม่มีรายได้จากตลาดสหรัฐ ขณะที่การเติบโตในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีแรงสนับสนุนจากตลาดดังกล่าว

ด้านสถานการณ์น้ำท่วม บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ โดยโรงงานแห่งแรกตั้งอยู่ที่แหลมฉบัง ส่วนโรงงานแห่งที่ 2 ตั้งอยู่ในจังหวัดระยอง แม้จะมีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่ของระยอง แต่โรงงานของบริษัทตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมและอยู่ในพื้นที่สูง จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว

ส่วนต้นทุนบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะ PET มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ภายหลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและประเทศคู่ขัดแย้ง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่บริษัทสามารถบริหารจัดการได้  ด้านความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนถือว่าอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการขายในรูปเงินบาทประมาณ 70% ดอลลาร์สหรัฐประมาณ 21% และยูโรประมาณ 7% การที่บริษัทสามารถกำหนดราคาขายเป็นเงินบาทได้ในสัดส่วนสูง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ และช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

@โรงงานใหม่หนุน

สำหรับแผนลงทุนโรงงานแห่งใหม่ บริษัทใช้เงินลงทุนประมาณ 1,300 ล้านบาท โดยจะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินประมาณ 70% และส่วนที่เหลือใช้กระแสเงินสดของบริษัท ปัจจุบันเริ่มดำเนินการสั่งซื้อเครื่องจักรและเริ่มกระบวนการก่อสร้างแล้ว บริษัทคาดว่าโรงงานแห่งใหม่จะก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส 2/2571 และเริ่มส่งออกสินค้าได้ตั้งแต่ไตรมาส 3/2571 เป็นต้นไป โดยโรงงานใหม่จะเข้ามาทดแทนโรงงานเดิม และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับการเติบโตของยอดขายในอนาคต

โรงงานแห่งใหม่จะมีสายการผลิตที่รองรับผลิตภัณฑ์สำคัญของบริษัท ทั้งซอสศรีราชา ซอสบรรจุขวด PET ซอสบรรจุขวดแก้ว รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องแกง โดยหากเดินเครื่อง 2 กะ จะสามารถรองรับยอดขายประมาณ 4,200 ล้านบาท และมีศักยภาพเพิ่มขึ้นได้ถึงประมาณ 8,000 ล้านบาท ตามการเพิ่มกำลังการผลิต

บริษัทมั่นใจในศักยภาพของโรงงานแห่งใหม่ เนื่องจากมีการหารือกับลูกค้าหลักและเห็นโอกาสในการขยายตลาดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท ลูกค้ารายสำคัญมีเครือข่ายประมาณ 11,000 สาขา ขณะที่ปัจจุบันสินค้าของ XO เข้าไปจำหน่ายประมาณ 6,000 สาขา จึงยังมีพื้นที่สำหรับการขยายตัวอีกมาก รวมถึงโอกาสเพิ่มจำนวน SKU ที่จำหน่ายจากเดิม 5 รายการเป็น 8 รายการ

@ส่องทิศทางปี 70

สำหรับปี 2570 บริษัทวางงบการตลาดไว้ประมาณ 5% ของยอดขาย เพิ่มขึ้นจากในอดีต หลังในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดมากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ขณะที่แนวโน้มปี 2570 บริษัทคาดว่ายอดขายจะยังเติบโตต่อเนื่องประมาณ 5–10% ส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ซึ่งเดิมบริษัทตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 40% ปัจจุบันสามารถทำได้สูงกว่าเป้าหมาย จึงปรับเป้าหมายขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 45% และยังสามารถทำได้สูงกว่าระดับดังกล่าว โดยคาดว่า Gross Profit Margin ในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 จะดีกว่าครึ่งปีแรกอย่างชัดเจน

ปัจจุบัน XO มองว่าบริษัทอยู่ในกลุ่มผู้เล่นอันดับต้นของตลาดซอสศรีราชาระดับโลก โดยผู้เล่นอันดับ 1 และอันดับ 2 มีตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจน และทิ้งระยะห่างจากผู้เล่นลำดับถัดไปค่อนข้างมาก เป้าหมายระยะยาวของบริษัทคือการผลักดัน “ซอสศรีราชา” ซึ่งผลิตโดยนคนไทย ให้เป็นที่รู้จักในตลาดทั่วโลก พร้อมเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการสร้างแบรนด์ การเพิ่มสินค้าใหม่ การขยาย Listing ในเครือข่ายค้าปลีก และการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับโอกาสการเติบโตในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง