รีเซต

MAJOR หนังใหญ่คืนฟอร์ม กำไร Q3 พุ่ง 83% โบรกอัพเป้าแตะ 11.10 บ.

MAJOR หนังใหญ่คืนฟอร์ม กำไร Q3 พุ่ง 83% โบรกอัพเป้าแตะ 11.10 บ.
ทันหุ้น
20 ตุลาคม 2569 ( 15:18 )

#MAJOR #ทันหุ้น - บล.หยวนต้า (Yuanta) ส่องผลงาน MAJOR กำไรปกติไตรมาส 3/2569 แตะ 231 ล้านบาท พุ่งกระฉูด +221% QoQ และ +83% YoY หนุนจากหนังไทย-ฮอลลีวูดทำเงินเพียบ พร้อมมาตรการคุมต้นทุนดันมาร์จิ้นฟื้นตัว ชี้ไตรมาส 4 ฟื้นต่อรับหนังฟอร์มยักษ์จ่อคิวฉายเพียบ ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–2570 โตต่อเนื่อง เคาะคำแนะนำ “ซื้อ” อัปราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ขึ้นเป็น 11.10 บาท อัปไซด์เปิดกว้างกว่า 47%

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3/2569 (3Q26) จะเติบโตอย่างโดดเด่น คาดกำไรปกติอยู่ที่ 231 ล้านบาท (+221% QoQ, +83% YoY) จากรายได้หลัก 2,194 ล้านบาท (+43% QoQ, +12% YoY)

ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากรายได้จำหน่ายตั๋วชมภาพยนตร์ที่ทำได้ 1,206 ล้านบาท (+62% QoQ, +12% YoY) หลังภาพยนตร์ไทยและฮอลลีวูดได้รับกระแสตอบรับที่ดี เช่น The Odyssey, Spider-Man: Brand New Day รวมถึงภาพยนตร์ไทยที่เครือ MAJOR ร่วมลงทุนอย่าง คำสารภาพของหมอผี ส่งผลให้รายได้จากขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่มขยับขึ้นแตะ 538 ล้านบาท (+51% QoQ) ด้านอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ฟื้นตัวสู่ระดับ 37.0% (เทียบกับ 32.4% ในไตรมาส 2/2569) จากจำนวนผู้ชมที่หนาแน่นขึ้น และการบริหารจัดการต้นทุนป๊อปคอร์นอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเปลี่ยนแหล่งวัตถุดิบและปรับบรรจุภัณฑ์แก้วน้ำ ผนวกกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 5% YoY หนุนให้กำไรจากการดำเนินงานโตแรงถึง 100% YoY

สำหรับทิศทางไตรมาส 4/2569 คาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากไลน์อัพภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ช่วงปลายปี เช่น The Hunger Games: Sunrise on the Reaping และ Avengers: Doomsday ขณะที่รายได้จากสื่อโฆษณาจะเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากยอดจองแคมเปญในเดือนธันวาคม นอกจากนี้ การคืนพื้นที่เช่าบางส่วนในสยามพารากอนและการทยอยปิดโรงภาพยนตร์ที่ไม่ทำกำไร ยังช่วยลดต้นทุนดำเนินงานได้อย่างถาวร ฝ่ายวิเคราะห์จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติปี 2569 และ 2570 ขึ้น 18.9% และ 18.4% เป็น 660 ล้านบาท และ 690 ล้านบาท ตามลำดับ

ในระยะยาวปี 2570 บริษัทยังมีแผนขยายโรงภาพยนตร์เพิ่มราว 30 โรงใน 8 สาขาใหม่ พร้อมเพิ่มโรง IMAX อีก 4 โรง เพื่อขยายฐานกลุ่ม Premium Cinema ที่มีราคาตั๋วและยอดใช้จ่ายต่อผู้ชมสูงขึ้น ขณะที่ธุรกิจป๊อปคอร์นร่วมทุนกับ TKN (เถ้าแก่น้อย) แม้ยอดขายปีนี้อาจชะลอตัวกว่าเป้าหมาย แต่จะช่วยเปิดตลาดทั้งในและต่างประเทศ สร้างฐานรายได้นอกโรงหนังอย่างยั่งยืน จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” พร้อมปรับมูลค่าพื้นฐานสิ้นปี 2570 ขึ้นเป็น 11.10 บาท (จากเดิม 9.75 บาท) ด้วยวิธี DCF (WACC 8.0%, Terminal Growth 2.0%) คาด Dividend Yield ปี 2569–2570 เฉลี่ยอยู่ที่ 3.5% และ 3.6% ตามลำดับ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง