“พายุฤดูร้อน” มาแล้ว เฝ้าระวัง 12-13 มี.ค.นี้

ในช่วงวันที่ 12 - 17 มี.ค. 69 บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นแผ่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 มีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก รวมถึงฟ้าผ่าที่อาจเกิดขึ้นได้
สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 12 - 14 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากลมตะวันออกที่พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 15 - 17 มี.ค. 69 ภาคใต้จะมีฝนลดลง เนื่องจากลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุม อ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังอ่อนลง สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนล่างทะเลมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ในช่วงวันที่ 12 – 13 มี.ค. 69 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฟ้าผ่า โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง ที่จะเกิดขึ้นในระยะนี้ สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย