รีเซต

นักวิทย์ระดับสูง “Google” ออกโรงเตือน กฎหมาย EU อาจทำข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้รั่วไหล

นักวิทย์ระดับสูง “Google” ออกโรงเตือน กฎหมาย EU อาจทำข้อมูลส่วนตัวผู้ใช้รั่วไหล
TNN ช่อง16
10 พฤษภาคม 2569 ( 18:26 )

นักวิทยาศาสตร์ระดับแถวหน้าของ กูเกิล (Google) ออกโรงส่งคำเตือนถึงหน่วยงานกำกับดูแลการต่อต้านการผูกขาดของสหภาพยุโรป (EU) โดยระบุว่าข้อเสนอที่บังคับให้บริษัทต้องแบ่งปันข้อมูลจากระบบการค้นหาให้กับคู่แข่ง มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานถูกเปิดเผย

คำเตือนนี้มาจากนักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงเกียรติของ Google อย่าง เซอร์เกย์ วาสซิลวิตสกี (Sergei Vassilvitskii) ซึ่งออกมาเคลื่อนไหว หลังจากคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ซึ่งเป็น องค์กรฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป ได้ออกมากำหนดให้ Google ต้องเปิดทางให้บริษัทคู่แข่ง ที่มีบริการค้นหาข้อมูล (search engine) สามารถเข้าถึงข้อมูลด้านอื่น ๆ ที่สำคัญได้ด้วย

โดยข้อมูลที่ต้องเปิดเผย ได้แก่ ข้อมูลการจัดอันดับ (Ranking), ข้อมูลคำค้นหา (Query), รวมถึงข้อมูลการคลิกและการเข้าชม ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสร้างพื้นที่การแข่งขันให้บริษัทรายย่อยตามกฎหมายใหม่ ที่มุ่งควบคุมอำนาจของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ (Big Tech)

อย่างไรก็ตาม Google ได้วิจารณ์ข้อกำหนดนี้ว่าเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต และอาจเป็นอันตรายต่อความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ โดยประเด็นหลักที่บริษัทกังวล คือวิธีการทำให้ข้อมูลเป็นนิรนาม (Anonymization) ที่ทางสหภาพยุโรปเสนอนั้น อาจไม่แข็งแกร่งพอที่จะต้านทานเทคโนโลยี AI สมัยใหม่ได้ 

โดยทาง Google เผยข้อมูลสำคัญกับทางสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) ว่า พวกเขารู้สึกกังวลว่าแนวทางดังกล่าวจะล้มเหลวในการปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้ และยังอ้างว่าทีมแฮกเกอร์สายขาวของบริษัท สามารถระบุตัวตนผู้ใช้งานจากชุดข้อมูลนี้ได้ ภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น

ทั้งนี้ Google ยืนยันว่า บริษัทพร้อมที่จะแบ่งปันความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรป เพื่อสร้างแนวป้องกันที่ถูกต้อง และเพื่อไม่ให้ผู้ใช้งาน ต้องเผชิญกับความเสียหายด้านความเป็นส่วนตัว

โดยหน่วยงานกำกับดูแล จะมีคำตัดสินชี้ขาดเกี่ยวกับมาตรการที่ Google ต้องปฏิบัติตามภายในวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ หาก Google ไม่ดำเนินการตามอาจถูกตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดดิจิทัล หรือ Digital Markets Act ซึ่งมีบทลงโทษปรับสูงสุดถึงร้อยละ 10 ของรายได้ทั่วโลกต่อปี

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง