รีเซต

มาดูโรและภริยาขึ้นศาลสหรัฐฯ "ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา"

มาดูโรและภริยาขึ้นศาลสหรัฐฯ "ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา"
TNN ช่อง16
6 มกราคม 2569 ( 08:17 )
9

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นำตัวมาดูโร และ ซีเลีย ฟลอเรส ภริยา จากศูนย์กักกันเมโทรโพลิแทนในย่านบรูคลิน ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุดไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะไปขึ้นขบวนรถหุ้มเกราะหลายคัน และกองกำลังรักษาความปลอดภัยเข้มงวดไปยังศาลรัฐบาลกลางเขตทางใต้ของนิวยอร์กในแมนฮัตตัน เพื่อปรากฎตัวต่อผู้พิพากษาตามกำหนดซึ่งตรงกับเที่ยงคืนของคืนนี้ตามเวลาประเทศไทยเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ


มาดูโร ในวัย 63 ปี ให้การปฏิเสธข้อทุกข้อกล่าวหาซึ่งรวมถึงข้อหาก่อการร้ายที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด, สมคบคิดนำเข้าโคเคน และครอบครองปืนกลรวมถึงอุปกรณ์ทำลายล้างต่าง ๆ นอกจากนี้เขายังยืนยันกับศาลว่าเขายังคงเป็นประธานาธิบดีของเวเนซุเอลาด้วย


ขณะที่ซิเลีย ฟลอเรส ภริยาของเขา ก็ให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยศาลนัดพิจารณาคดีครั้งถัดไปในวันที่ 17 มีนาคม ซึ่งก่อนการไต่สวนที่ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง มีผู้ประท้วงหลายสิบคน ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้านมาดูโร มารวมตัวกันอยู่นอกอาคารศาล


โดยอัยการรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้ยื่นฟ้องมาดูโรและภริยาในข้อหาหนักหลายกระทง ทั้งสมคบคิดก่อการร้ายด้วยยาเสพติด ใช้ฐานอำนาจรัฐสนับสนุนการขนส่งโคเคนนับพันตันเข้าสู่สหรัฐฯ ข้อหาทำข้อตกลงกับกลุ่มกบฏ FARC ในโคลอมเบียเพื่อกระจายยาเสพติด และครอบครองและใช้เครื่องยิงลูกระเบิดและปืนกลหนักเพื่อปกป้องขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งอาจมีโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต



อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าทนายความของมาดูโรเตรียมยื่นคัดค้านการจับกุม โดยอ้างสิทธิคุ้มกันในฐานะประมุขแห่งรัฐ ซึ่งตามกฎหมายสากลและกฎหมายสหรัฐฯ ผู้นำต่างประเทศมักจะได้รับสิทธิคุ้มกันจากการถูกดำเนินคดีในศาลต่างประเทศ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่น่าจะสำเร็จ เนื่องจากสหรัฐฯ ไม่ยอมรับสถานะผู้นำของเขามานานแล้ว โดยมองว่าการเลือกตั้งของเขาเป็นโมฆะ เมื่อสหรัฐฯ ไม่รับรองเขาเป็นประมุขแห่งรัฐ เขาก็ย่อมไม่มีสิทธิคุ้มกันในศาลสหรัฐฯ


นอกจากนี้ มาดูโรและภริยาติดอยู่ในรายชื่อคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ทำให้การนำเงินมาจ้างทนายความชื่อดังทำได้ยาก เพราะสำนักงานกฎหมายในอเมริกาไม่สามารถรับเงินจากเขาได้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษจากกระทรวงการคลัง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง