รีเซต

วิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 จากจับมือสู่เสียงปืน เขย่าต่อเนื่องถึงปี 2569

วิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา 2568 จากจับมือสู่เสียงปืน เขย่าต่อเนื่องถึงปี 2569
TNN ช่อง16
1 มกราคม 2569 ( 21:08 )
10

ไล่เรียงวิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา ตลอดปี 2568 กับโจทย์เสี่ยงปี 2569

วันที่ 1 มกราคม 2569 สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงอยู่ในภาวะตึงเครียด แม้จะมีข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ภาพรวมยังถูกประเมินว่าเป็นช่วง “เปราะบางขั้นวิกฤต” หลังการปะทะรุนแรงตลอดเดือนธันวาคม 2568 โดยบทความนี้เรียบเรียงตามข้อเท็จจริง ไล่ลำดับเหตุการณ์ตลอดปี 2568 ซึ่งเป็นปีที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเปลี่ยนจากความร่วมมือทางการทูต สู่การใช้กำลังทางทหารอย่างเปิดเผย

สถานการณ์ล่าสุด ณ เช้าวันที่ 1 มกราคม 2569

ข้อมูลด้านความมั่นคงระบุว่า ทั้งสองฝ่ายอยู่ในช่วงเฝ้าระวังการหยุดยิง 72 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2568 อย่างไรก็ตาม ยังมีรายงานการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับจากฝั่งกัมพูชาล้ำเข้ามาในน่านฟ้าไทยหลายพื้นที่ รวมกว่า 250 ลำ โดยเฉพาะบริเวณช่องบกและช่องอานม้า

พื้นที่ที่ยังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เนิน 350 ภูมะเขือ และแนวชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยเกิดการปะทะโดยตรงในช่วงปลายปี 2568

ไทม์ไลน์วิกฤตชายแดนไทย–กัมพูชา ปี 2568

ช่วงที่ 1 มกราคม–เมษายน 2568 ความหวังจากการทูต

ต้นปี 2568 ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชาอยู่ในทิศทางบวก รัฐบาลทั้งสองประเทศใช้โอกาสครบรอบ 75 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต เดินหน้าสานต่อความร่วมมือ

วันที่ 23–24 เมษายน 2568 นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเยือนกัมพูชาอย่างเป็นทางการ มีการลงนามบันทึกความเข้าใจและข้อตกลงรวม 7 ฉบับ ครอบคลุมโครงการสะพานข้ามพรมแดน ความร่วมมือด้านแรงงาน และสิ่งแวดล้อม พร้อมประกาศยกระดับความสัมพันธ์เป็น “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์” และตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นอ่อนไหวด้านเส้นเขตแดนและพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลไม่ได้ถูกหยิบยกเป็นวาระหลักในช่วงดังกล่าว

ช่วงที่ 2 พฤษภาคม–ตุลาคม 2568 สัญญาณตึงเครียด

ปลายเดือนพฤษภาคม 2568 เริ่มมีรายงานเหตุเผชิญหน้าตามแนวชายแดน แม้รัฐบาลไทยจะออกแถลงการณ์ย้ำการใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ในการแก้ไขปัญหา

ปลายเดือนมิถุนายน แรงงานกัมพูชาจำนวนมากทยอยเดินทางกลับประเทศผ่านด่านช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัย ขณะเดียวกัน ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี กระแสคัดค้าน MOU 2544 ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลและประเด็นเกาะกูด กลับมาเป็นประเด็นการเมืองร้อนในประเทศไทยอีกครั้ง

ช่วงที่ 3 พฤศจิกายน–ธันวาคม 2568 การปะทะรุนแรง

ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หน่วยข่าวกรองทางทหารรายงานการเสริมกำลังของฝ่ายกัมพูชา และการตรวจพบโดรนล้ำแดนหลายครั้ง ก่อนที่สถานการณ์จะยกระดับเป็นการปะทะตลอดแนวชายแดนอีสานใต้ในต้นเดือนธันวาคม

ช่วงวันที่ 20–21 ธันวาคม 2568 ถือเป็นจุดสูงสุดของความตึงเครียด เมื่อฝ่ายไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 หลังถูกฝ่ายกัมพูชาเข้าควบคุมชั่วคราว รายงานภาคสนามระบุว่าฝ่ายกัมพูชาใช้โดรน FPV โจมตีฐานที่มั่นและพื้นที่ใกล้ชุมชน ขณะที่ฝ่ายไทยตอบโต้ด้วยอาวุธหนักและการตัดสัญญาณควบคุมโดรน

วันที่ 30 ธันวาคม 2568 มีการประกาศหยุดยิงชั่วคราว แต่ยังคงพบการละเมิดน่านฟ้าอย่างต่อเนื่อง

โจทย์เสี่ยงต่อเนื่องสู่ปี 2569

ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงประเมินว่า การหยุดยิงในปัจจุบันยังเป็นเพียงการพักรบ หากการเจรจาทางการทูตต้นปี 2569 ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นร่วมกันได้ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการปะทะซ้ำ

อีกประเด็นสำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบการรบสู่ “สงครามโดรน” ซึ่งกลายเป็นบทเรียนสำคัญของปี 2568 และจะเป็นความท้าทายหลักของการป้องกันชายแดนในอนาคต

ขณะเดียวกัน ประเด็น MOU 2544 และพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ยังคงเป็นแรงกดดันทางการเมืองและความมั่นคง ที่อาจถูกหยิบมาใช้เป็นอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง