รีเซต

"ภาวะร่างกายขาดน้ำ" ภัยเงียบหน้าร้อน อันตรายกว่าที่คิด เช็กสัญญาณเตือน! ก่อนสาย

"ภาวะร่างกายขาดน้ำ" ภัยเงียบหน้าร้อน อันตรายกว่าที่คิด เช็กสัญญาณเตือน! ก่อนสาย
TNN ช่อง16
8 เมษายน 2569 ( 03:10 )
17

น้ำคือชีวิต! ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 75% อีกทั้งน้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของทุกระบบในร่างกาย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายสูญเสียน้ำไปมากกว่าที่ได้รับเข้ามา ก็จะเกิด "ภาวะขาดน้ำ" ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ 


ภาวะขาดน้ำ คืออะไร ?

ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) คือ ภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำและของเหลวในร่างกายออกไปมากกว่าที่ได้รับเข้ามา ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายโดยรวมลดน้อยลง จนไม่เพียงพอต่อการทำงานของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ตามปกติ อีกทั้งปริมาณน้ำที่น้อยลงยังส่งผลต่อความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย


สาเหตุของภาวะร่างกายขาดน้ำ

ภาวะขาดน้ำสามารถเกิดได้จาก 2 กรณีหลักๆ คือ


1. ร่างกายเสียน้ำมากเกินไป

-เหงื่อออกมาก จากการออกกำลังกายอย่างหนัก การทำงานในที่อากาศร้อนจัด หรือมีไข้สูง

-ท้องเสียและอาเจียน ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในเด็ก

-ปัสสาวะออกมากเกินไป อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ การใช้ยาขับปัสสาวะ

-การเสียเลือด จากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด

-แผลไหม้รุนแรง ทำให้มีการสูญเสียของเหลวจำนวนมากทางผิวหนัง


2. ร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไป

-ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ชอบดื่มน้ำ ผู้สูงอายุที่อาจลืมดื่มน้ำ หรือไม่รู้สึกกระหาย หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถดื่มน้ำได้เอง

-เจ็บป่วยจนไม่อยากดื่มน้ำหรืออาหาร เช่น เจ็บคอมาก คลื่นไส้


อาการภาวะร่างกายขาดน้ำ สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง !

-รู้สึกกระหายน้ำมากผิดปกติ

กลไกเตือนภัยแรกของร่างกาย เมื่อปริมาณน้ำในร่างกายลดลง หรือความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) จะตรวจจับได้และกระตุ้นศูนย์ควบคุมความกระหายน้ำ ทำให้เรารู้สึกอยากดื่มน้ำมากกว่าปกติ

-ปากแห้ง ลิ้นแห้ง หรือรู้สึกเหนียวในปาก

เมื่อร่างกายขาดน้ำการผลิตน้ำลายจะลดลง เพราะร่างกายพยายามสงวนน้ำไว้ใช้กับส่วนที่สำคัญกว่า น้ำลายซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักจึงน้อยลง ทำให้ปาก ลิ้น และเยื่อบุในช่องปากแห้งและเหนียว

-ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด

เพราะไตพยายามสงวนน้ำไว้ในร่างกาย เมื่อน้ำในร่างกายน้อยลง ไตจะตอบสนองโดยการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกายมากขึ้นและผลิตปัสสาวะน้อยลงเพื่อลดการสูญเสียน้ำ ส่วนปัสสาวะที่มีสีเหลืองเข้มจัดเกิดจากความเข้มข้นของของเสียในปัสสาวะ (เช่น ยูเรีย) ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่ใช้ในการเจือจางน้อยลง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สีปัสสาวะบอกโรค? เตือนปัญหาสุขภาพ

-อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง

เนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์และจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ เมื่อขาดน้ำ ปริมาตรเลือดในร่างกายอาจลดลงเล็กน้อย ทำให้การส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ รวมถึงกล้ามเนื้อลดประสิทธิภาพลง นอกจากนี้ การเสียสมดุลของเกลือแร่ที่มักเกิดร่วมกับการขาดน้ำ ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีแรงนั่นเอง


-วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกหน้ามืด

เพราะในเลือดมีส่วนประกอบของน้ำอยู่ด้วย เมื่อน้ำในร่างกายลดลงปริมาตรเลือดในร่างกายก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง และเมื่อเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน เช่น จากนั่งเป็นยืน จากนอนเป็นนั่ง เลือดจะไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอชั่วขณะ จึงทำให้รู้สึกวิงเวียน หรือหน้ามืดได้


-ปวดศีรษะ

การขาดน้ำอาจทำให้เนื้อเยื่อสมองหดตัวเล็กน้อยจากการสูญเสียน้ำ ซึ่งสามารถดึงรั้งเยื่อหุ้มสมองและทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ นอกจากนี้ การไหลเวียนเลือดไปที่สมองอาจลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงของระดับเกลือแร่ก็มีส่วนทำให้ปวดศีรษะได้เช่นกัน


-ผิวแห้ง ไม่สดชื่น

ผิวหนังก็ต้องการน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น เมื่อร่างกายขาดน้ำผิวหนังเป็นอวัยวะหนึ่งที่ถูกร่างกายดึงน้ำไปใช้ในส่วนที่สำคัญกว่า ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจนสัมผัสได้ถึงผิวที่แห้งกร้าน ดูไม่สดใส และอาจสังเกตได้ว่าผิวไม่เต่งตึงเหมือนเดิม


สำหรับเด็กเล็กและทารก อาจมีอาการเหล่านี้ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต

-ร้องไห้ไม่มีน้ำตา เพราะร่างกายลดการผลิตของเหลวที่ไม่จำเป็น ซึ่งรวมถึงน้ำตาด้วย

-ผ้าอ้อมไม่เปียกนานกว่า 3-4 ชั่วโมง ไตทำงานเพื่อสงวนน้ำ ทำให้ผลิตปัสสาวะน้อยลง

-กระหม่อมบุ๋ม (ในทารก) การสูญเสียน้ำปริมาณมาก ทำให้ปริมาตรของเหลวในร่างกายลดลง รวมถึงของเหลวรอบๆ สมอง ทำให้ส่วนที่ยังนิ่มอยู่ (กระหม่อม) บุ๋มลงไป

-ซึม ไม่ค่อยเล่น หงุดหงิดง่าย เป็นผลจากการที่ร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ อ่อนเพลีย และไม่สบายตัวจากการขาดน้ำ


การปล่อยให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำเป็นเวลานาน หรือขาดน้ำอย่างรุนแรง สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้


กลุ่มอาการจากความร้อน ภาวะขาดน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น ตะคริวแดด เพลียแดด ลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต 


มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิต เพราะน้ำที่ลดลงทำให้เลือดในร่างกายน้อยลงด้วย จึงส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการหมุนเวียนเลือดได้ เช่น ภาวะความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว หรืออาจรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะช็อกจากการขาดเลือด (Hypovolemic shock) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน


มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อขาดน้ำเลือดจะข้นขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกรองของเสีย และอาจทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับไตได้ เช่น ภาวะไตวายเฉียบพลัน นิ่วในไต หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น



วิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกว่าร่างกายขาดน้ำ

-ดื่มน้ำทันที ด้วยน้ำเปล่าสะอาดที่ค่อยๆ จิบ อย่าดื่มเร็วเกินไป

-เครื่องดื่มเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS) เหมาะสำหรับกรณีที่เสียน้ำและเกลือแร่มาก เช่น ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายหนัก

-หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักเพื่อขับสารพิษ และทำให้ร่างกายขาดน้ำได้หากดื่มในปริมาณมาก เช่น แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก (กาแฟ ชาเข้มข้น น้ำอัดลมบางชนิด) หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงมาก

-พักผ่อนในที่เย็นและอากาศถ่ายเท หากอาการขาดน้ำเกี่ยวข้องกับความร้อน

-รับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง เช่น แตงโม ส้ม ชมพู่ ผักต่างๆ

-สังเกตอาการของตัวเอง หากดื่มน้ำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการที่บ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำรุนแรง (เช่น ซึมมาก สับสน ปัสสาวะไม่ออกเลย) ควรรีบไปพบแพทย์


ภาวะขาดน้ำเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ หากเริ่มรู้สึกว่าร่างกายขาดน้ำควรรีบดื่มน้ำชดเชยทันที แต่ที่ดีที่สุดคือการป้องกันด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอและเหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และห่างไกลจากภัยเงียบจากการขาดน้ำได้


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง