"ภาวะร่างกายขาดน้ำ" ภัยเงียบหน้าร้อน อันตรายกว่าที่คิด เช็กสัญญาณเตือน! ก่อนสาย

น้ำคือชีวิต! ร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำถึง 75% อีกทั้งน้ำมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของทุกระบบในร่างกาย แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ร่างกายสูญเสียน้ำไปมากกว่าที่ได้รับเข้ามา ก็จะเกิด "ภาวะขาดน้ำ" ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายมีน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ
ภาวะขาดน้ำ คืออะไร ?
ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) คือ ภาวะที่ร่างกายสูญเสียน้ำและของเหลวในร่างกายออกไปมากกว่าที่ได้รับเข้ามา ทำให้ปริมาณน้ำในร่างกายโดยรวมลดน้อยลง จนไม่เพียงพอต่อการทำงานของเซลล์ เนื้อเยื่อ และอวัยวะต่างๆ ตามปกติ อีกทั้งปริมาณน้ำที่น้อยลงยังส่งผลต่อความสมดุลของน้ำและเกลือแร่ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย
สาเหตุของภาวะร่างกายขาดน้ำ
ภาวะขาดน้ำสามารถเกิดได้จาก 2 กรณีหลักๆ คือ
1. ร่างกายเสียน้ำมากเกินไป
-เหงื่อออกมาก จากการออกกำลังกายอย่างหนัก การทำงานในที่อากาศร้อนจัด หรือมีไข้สูง
-ท้องเสียและอาเจียน ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในเด็ก
-ปัสสาวะออกมากเกินไป อาจเกิดจากโรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ การใช้ยาขับปัสสาวะ
-การเสียเลือด จากอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด
-แผลไหม้รุนแรง ทำให้มีการสูญเสียของเหลวจำนวนมากทางผิวหนัง
2. ร่างกายได้รับน้ำน้อยเกินไป
-ดื่มน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่ชอบดื่มน้ำ ผู้สูงอายุที่อาจลืมดื่มน้ำ หรือไม่รู้สึกกระหาย หรือผู้ป่วยที่ไม่สามารถดื่มน้ำได้เอง
-เจ็บป่วยจนไม่อยากดื่มน้ำหรืออาหาร เช่น เจ็บคอมาก คลื่นไส้
อาการภาวะร่างกายขาดน้ำ สัญญาณเตือนที่ต้องระวัง !
-รู้สึกกระหายน้ำมากผิดปกติ
กลไกเตือนภัยแรกของร่างกาย เมื่อปริมาณน้ำในร่างกายลดลง หรือความเข้มข้นของเลือดเพิ่มขึ้น สมองส่วนไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) จะตรวจจับได้และกระตุ้นศูนย์ควบคุมความกระหายน้ำ ทำให้เรารู้สึกอยากดื่มน้ำมากกว่าปกติ
-ปากแห้ง ลิ้นแห้ง หรือรู้สึกเหนียวในปาก
เมื่อร่างกายขาดน้ำการผลิตน้ำลายจะลดลง เพราะร่างกายพยายามสงวนน้ำไว้ใช้กับส่วนที่สำคัญกว่า น้ำลายซึ่งมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักจึงน้อยลง ทำให้ปาก ลิ้น และเยื่อบุในช่องปากแห้งและเหนียว
-ปัสสาวะน้อยลง หรือปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มจัด
เพราะไตพยายามสงวนน้ำไว้ในร่างกาย เมื่อน้ำในร่างกายน้อยลง ไตจะตอบสนองโดยการดูดน้ำกลับคืนสู่ร่างกายมากขึ้นและผลิตปัสสาวะน้อยลงเพื่อลดการสูญเสียน้ำ ส่วนปัสสาวะที่มีสีเหลืองเข้มจัดเกิดจากความเข้มข้นของของเสียในปัสสาวะ (เช่น ยูเรีย) ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้ำที่ใช้ในการเจือจางน้อยลง อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สีปัสสาวะบอกโรค? เตือนปัญหาสุขภาพ
-อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
เนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์และจำเป็นต่อการทำงานของกล้ามเนื้อและอวัยวะต่างๆ เมื่อขาดน้ำ ปริมาตรเลือดในร่างกายอาจลดลงเล็กน้อย ทำให้การส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ รวมถึงกล้ามเนื้อลดประสิทธิภาพลง นอกจากนี้ การเสียสมดุลของเกลือแร่ที่มักเกิดร่วมกับการขาดน้ำ ก็อาจทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้ไม่ดี ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียและไม่มีแรงนั่นเอง
-วิงเวียนศีรษะ หรือรู้สึกหน้ามืด
เพราะในเลือดมีส่วนประกอบของน้ำอยู่ด้วย เมื่อน้ำในร่างกายลดลงปริมาตรเลือดในร่างกายก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง และเมื่อเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน เช่น จากนั่งเป็นยืน จากนอนเป็นนั่ง เลือดจะไปเลี้ยงสมองได้ไม่เพียงพอชั่วขณะ จึงทำให้รู้สึกวิงเวียน หรือหน้ามืดได้
-ปวดศีรษะ
การขาดน้ำอาจทำให้เนื้อเยื่อสมองหดตัวเล็กน้อยจากการสูญเสียน้ำ ซึ่งสามารถดึงรั้งเยื่อหุ้มสมองและทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ นอกจากนี้ การไหลเวียนเลือดไปที่สมองอาจลดลง หรือการเปลี่ยนแปลงของระดับเกลือแร่ก็มีส่วนทำให้ปวดศีรษะได้เช่นกัน
-ผิวแห้ง ไม่สดชื่น
ผิวหนังก็ต้องการน้ำเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่น เมื่อร่างกายขาดน้ำผิวหนังเป็นอวัยวะหนึ่งที่ถูกร่างกายดึงน้ำไปใช้ในส่วนที่สำคัญกว่า ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้นจนสัมผัสได้ถึงผิวที่แห้งกร้าน ดูไม่สดใส และอาจสังเกตได้ว่าผิวไม่เต่งตึงเหมือนเดิม
สำหรับเด็กเล็กและทารก อาจมีอาการเหล่านี้ที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกต
-ร้องไห้ไม่มีน้ำตา เพราะร่างกายลดการผลิตของเหลวที่ไม่จำเป็น ซึ่งรวมถึงน้ำตาด้วย
-ผ้าอ้อมไม่เปียกนานกว่า 3-4 ชั่วโมง ไตทำงานเพื่อสงวนน้ำ ทำให้ผลิตปัสสาวะน้อยลง
-กระหม่อมบุ๋ม (ในทารก) การสูญเสียน้ำปริมาณมาก ทำให้ปริมาตรของเหลวในร่างกายลดลง รวมถึงของเหลวรอบๆ สมอง ทำให้ส่วนที่ยังนิ่มอยู่ (กระหม่อม) บุ๋มลงไป
-ซึม ไม่ค่อยเล่น หงุดหงิดง่าย เป็นผลจากการที่ร่างกายทำงานได้ไม่เต็มที่ อ่อนเพลีย และไม่สบายตัวจากการขาดน้ำ
การปล่อยให้ร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำเป็นเวลานาน หรือขาดน้ำอย่างรุนแรง สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้
กลุ่มอาการจากความร้อน ภาวะขาดน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดี ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ ได้ เช่น ตะคริวแดด เพลียแดด ลมแดด หรือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต
มีปัญหาเกี่ยวกับความดันโลหิต เพราะน้ำที่ลดลงทำให้เลือดในร่างกายน้อยลงด้วย จึงส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับระบบการหมุนเวียนเลือดได้ เช่น ภาวะความดันโลหิตต่ำ หัวใจเต้นเร็ว หรืออาจรุนแรงจนทำให้เกิดภาวะช็อกจากการขาดเลือด (Hypovolemic shock) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน
มีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินปัสสาวะ เมื่อขาดน้ำเลือดจะข้นขึ้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ส่งผลให้ไตต้องทำงานหนักขึ้นในการกรองของเสีย และอาจทำให้เกิดปัญหาที่เกี่ยวข้องกับไตได้ เช่น ภาวะไตวายเฉียบพลัน นิ่วในไต หรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น
วิธีดูแลตัวเองเมื่อรู้สึกว่าร่างกายขาดน้ำ
-ดื่มน้ำทันที ด้วยน้ำเปล่าสะอาดที่ค่อยๆ จิบ อย่าดื่มเร็วเกินไป
-เครื่องดื่มเกลือแร่ (Oral Rehydration Salts - ORS) เหมาะสำหรับกรณีที่เสียน้ำและเกลือแร่มาก เช่น ท้องเสีย อาเจียน หรือเสียเหงื่อจากการออกกำลังกายหนัก
-หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักเพื่อขับสารพิษ และทำให้ร่างกายขาดน้ำได้หากดื่มในปริมาณมาก เช่น แอลกอฮอล์ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนในปริมาณมาก (กาแฟ ชาเข้มข้น น้ำอัดลมบางชนิด) หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงมาก
-พักผ่อนในที่เย็นและอากาศถ่ายเท หากอาการขาดน้ำเกี่ยวข้องกับความร้อน
-รับประทานอาหารที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง เช่น แตงโม ส้ม ชมพู่ ผักต่างๆ
-สังเกตอาการของตัวเอง หากดื่มน้ำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการที่บ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำรุนแรง (เช่น ซึมมาก สับสน ปัสสาวะไม่ออกเลย) ควรรีบไปพบแพทย์
ภาวะขาดน้ำเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ หากเริ่มรู้สึกว่าร่างกายขาดน้ำควรรีบดื่มน้ำชดเชยทันที แต่ที่ดีที่สุดคือการป้องกันด้วยการดื่มน้ำให้เพียงพอและเหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน ก็จะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และห่างไกลจากภัยเงียบจากการขาดน้ำได้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
