นอนน้ำลายไหล สัญญาณเตือน โรคพาร์กินสัน ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

หลายคนอาจเคยตื่นขึ้นมาพบว่าหมอนเปียกน้ำลาย และมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับและโรคหู คอ จมูก เตือนว่า หากอาการน้ำลายไหลขณะนอนหลับเกิดขึ้นบ่อยครั้ง หรือรุนแรงจนหมอนเปียกทุกคืน อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ และในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับโรคที่ต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างจริงจัง
น้ำลายไหลตอนนอนเกิดจากอะไร?
แพทย์ระบุว่า อาการน้ำลายไหลขณะนอนหลับสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ปัจจัยทั่วไปที่ไม่เป็นอันตราย ไปจนถึงโรคที่อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว
นพ.แลนดอน ดุยกา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโสต ศอ นาสิกวิทยาและศัลยกรรมศีรษะและลำคอ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์น กล่าวว่า การมีน้ำลายไหลเป็นครั้งคราวหลังดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป หรือเผลอหลับหลังรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ถือเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตาม หากตื่นขึ้นมาพบหมอนเปียกน้ำลายแทบทุกคืน โดยเฉพาะหากเป็นอาการที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์ เพราะอาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติในการนอนหลับ หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิด
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ สาเหตุสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
หนึ่งในสาเหตุที่แพทย์ให้ความสำคัญมากที่สุดคือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea) โรคนี้ทำให้ผู้ป่วยหยุดหายใจเป็นช่วง ๆ ระหว่างการนอนหลับ บางรายอาจหยุดหายใจหลายสิบถึงหลายร้อยครั้งต่อคืน แต่ละครั้งอาจนานถึงหนึ่งนาที ส่งผลให้ร่างกายได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ
เมื่อเกิดภาวะดังกล่าว ผู้ป่วยมักเปลี่ยนไปหายใจทางปากเพื่อรับอากาศเพิ่มขึ้น ทำให้น้ำลายสะสมอยู่ภายในช่องปากและไหลออกมาระหว่างนอนหลับ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับไม่ได้เป็นเพียงสาเหตุของการกรนหรือน้ำลายไหลเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน ภาวะซึมเศร้า และการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรอีกด้วย
หากมีอาการกรนเสียงดัง ตื่นมาพร้อมปากแห้ง อ่อนเพลียระหว่างวัน หรือมีน้ำลายไหลบ่อย ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านการนอนหลับ
การหายใจทางปาก อีกหนึ่งต้นเหตุที่พบบ่อย
การหายใจทางปากถือเป็นสาเหตุสำคัญของอาการน้ำลายไหล บางคนมีแนวโน้มที่จะหายใจทางปากมาตั้งแต่กำเนิด เนื่องจากโพรงจมูกแคบ ขากรรไกรถอย หรือมีผนังกั้นโพรงจมูกคด ซึ่งส่งผลให้หายใจทางจมูกได้ไม่สะดวก
นอกจากนี้ ภาวะต่อมอะดีนอยด์โต หรือความผิดปกติภายในโพรงจมูกอื่น ๆ ก็สามารถทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจและนำไปสู่การหายใจทางปากได้เช่นกัน
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากสงสัยว่ามีปัญหาเกี่ยวกับโครงสร้างภายในจมูก ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์หู คอ จมูก เพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องรักษาหรือผ่าตัดหรือไม่
เทปปิดปากขณะนอนหลับ ปลอดภัยจริงหรือ?
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การใช้เทปปิดปากขณะนอนหลับได้รับความนิยมอย่างมากบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีการกล่าวอ้างว่าสามารถลดการกรน ปรับรูปหน้า และช่วยให้หายใจดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนประโยชน์ดังกล่าวยังมีจำกัด
การศึกษาบางชิ้นพบว่า การปิดปากด้วยเทปหรืออุปกรณ์รัดคางอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดอากาศหายใจ โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะจมูกอุดตัน หรือมีโอกาสสำรอกอาหารและกรดจากกระเพาะอาหารกลับขึ้นมา
ด้วยเหตุนี้ แพทย์จึงไม่แนะนำให้ใช้เทปปิดปากโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน
กรดไหลย้อนอาจทำให้น้ำลายไหลมากขึ้น
อีกหนึ่งสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ โรคกรดไหลย้อน ผู้ที่มีกรดไหลย้อนมักมีอาการแสบร้อนกลางอก รสขมหรือเปรี้ยวในปาก และอาจมีการสำรอกอาหารหรือกรดกลับขึ้นมาจากกระเพาะอาหาร
เมื่อกรดไหลย้อนขึ้นมาถึงหลอดอาหาร ร่างกายจะตอบสนองด้วยการผลิตน้ำลายเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยปรับสภาพความเป็นกรดและลดการระคายเคืองของหลอดอาหาร ส่งผลให้เกิดอาการน้ำลายไหลระหว่างนอนหลับได้
ผู้ป่วยบางรายอาจตื่นขึ้นมาพร้อมอาการไอเรื้อรังหรือมีเสมหะในลำคอ เนื่องจากร่างกายพยายามป้องกันผลกระทบจากกรดในกระเพาะอาหาร
ภูมิแพ้ ไซนัสอักเสบ และหวัด ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง
โรคภูมิแพ้ตามฤดูกาล ไข้หวัด ทอนซิลอักเสบ คออักเสบ และไซนัสอักเสบ สามารถทำให้เยื่อบุจมูกบวมและอุดกั้นทางเดินหายใจ
เมื่อหายใจทางจมูกได้ลำบาก ผู้ป่วยมักเปลี่ยนไปหายใจทางปากมากขึ้น ทำให้เกิดน้ำลายไหลระหว่างนอน
นอกจากนี้ การติดเชื้อในช่องปากและลำคอยังทำให้ร่างกายผลิตน้ำลายเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคและแบคทีเรียออกจากบริเวณที่มีการอักเสบอีกด้วย
ปัญหาทางทันตกรรมก็เป็นสาเหตุได้
อาการน้ำลายไหลอาจเกี่ยวข้องกับสุขภาพช่องปากและฟัน เช่น การนอนกัดฟัน ความผิดปกติของการสบฟัน หรือการปิดปากได้ไม่สนิทขณะนอนหลับ
แพทย์แนะนำให้ผู้ที่มีอาการดังกล่าวปรึกษาทันตแพทย์ เพื่อตรวจสอบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการสบฟันหรือไม่ และพิจารณาการใช้อุปกรณ์ในช่องปากที่อาจช่วยแก้ไขปัญหาได้
ผู้สูงอายุควรระวังภาวะ “สำลักเงียบ”
โดยทั่วไป ร่างกายของคนเรามีกลไกป้องกันตามธรรมชาติ หากมีน้ำลายมากเกินไปในลำคอขณะนอนหลับ เราจะไอ สำลัก หรือสะดุ้งตื่นขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม ในผู้สูงอายุบางราย ระบบการรับความรู้สึกและการควบคุมกล้ามเนื้อบริเวณลำคออาจลดลงตามวัย ทำให้น้ำลายไหลลงสู่ปอดได้โดยไม่เกิดอาการไอหรือสำลัก
ภาวะนี้เรียกว่า “การสำลักเงียบ” (Silent Aspiration) ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในปอดและภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ได้
อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรคพาร์กินสัน
แม้จะพบไม่บ่อย แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า อาการน้ำลายไหลมากผิดปกติอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเริ่มต้นของโรคทางระบบประสาท เช่น Parkinson's disease
ผู้ป่วยบางรายอาจเริ่มมีปัญหาในการกลืน เดินช้าลง เคลื่อนไหวลำบาก หรือมีสีหน้าที่แสดงอารมณ์ลดลง ซึ่งล้วนเป็นอาการที่อาจเกิดขึ้นในระยะแรกของโรค
ดังนั้น หากน้ำลายไหลร่วมกับอาการทางระบบประสาทอื่น ๆ ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์โดยเร็ว
เมื่อไรควรพบแพทย์?
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้พบแพทย์หากมีอาการดังต่อไปนี้
- น้ำลายไหลจนหมอนเปียกเป็นประจำทุกคืน
- กรนเสียงดังหรือสงสัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
- ตื่นมาพร้อมอาการปากแห้งหรือปวดศีรษะบ่อย
- ง่วงนอนและอ่อนเพลียระหว่างวัน
- มีปัญหาในการกลืนอาหารหรือน้ำ
- มีอาการสั่น เดินช้าลง หรือสงสัยโรคทางระบบประสาท
แม้อาการน้ำลายไหลขณะนอนหลับส่วนใหญ่จะไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่หากเกิดขึ้นบ่อยและมีอาการอื่นร่วมด้วย ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของโรคที่ควรได้รับการตรวจและรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
