รีเซต

วิกฤตระดับ “สึนามิ” แรมขาดแคลนส่งผลหนัก ราคาสมาร์ตโฟนจะแพงขึ้น !!

วิกฤตระดับ “สึนามิ”  แรมขาดแคลนส่งผลหนัก ราคาสมาร์ตโฟนจะแพงขึ้น !!
TNN ช่อง16
7 มีนาคม 2569 ( 12:52 )
18

บริษัทวิจัยตลาดและวิเคราะห์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลกInternational Data Corporation (IDC) (อินเตอร์เนชันแนล ดาต้า คอร์ปอเรชัน) เผยรายงาน “ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนทั่วโลกในปี 2026 มีแนวโน้มลดลง 12.9% เมื่อเทียบกับปี 2025 เหลือเพียงประมาณ 1.1 พันล้านเครื่องเท่านั้น ซึ่งถือต่ำที่สุดในรอบ 10 ปี เนื่องจากปัญหาแรมขาดแคลนที่ทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก

“วิกฤตแรมขาดแคลน” กระทบทั้งอุตสาหกรรม !!

ฟรานซิสโก เจโรนิโม (Francisco Jeronimo) รองประธานด้านอุปกรณ์ผู้บริโภค (Worldwide Client Devices) ของ IDC ระบุว่า วิกฤตแรมขาดแคลนครั้งนี้ เป็นแรงกระแทกระดับ “สึนามิ” ที่เกิดจากต้นน้ำของซัพพลายเชน ซึ่งจะส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอุตสาหกรรมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

โดยเฉพาะผู้ผลิตสมาร์ตโฟนฝั่ง Android ที่เน้นตลาดระดับล่าง จะได้รับผลกระทบหนักที่สุด จากต้นทุนค่าชิ้นส่วนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กำไรลดลง และหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคผ่านการตั้งราคาขายอุปกรณ์ที่แพงขึ้น

ในทางกลับกัน ผู้ผลิตรายใหญ่ที่มีฐานะทางการเงินแข็งแรงอย่าง Apple และ Samsung ถูกประเมินว่าสามารถรับมือกับภาระต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้ดีกว่า และอาจใช้จังหวะนี้ขยายส่วนแบ่งตลาด ขณะที่ผู้ผลิตรายเล็กและแบรนด์ตลาดล่างจะอ่อนแรงลง

นาบีลา โพพอล (Nabila Popal) ผู้อำนวยการวิจัยอาวุโสของ IDC ชี้ว่า วิกฤตแรมขาดแคลนในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการหดตัวชั่วคราวของตลาด แต่เป็นการ “รีเซ็ตเชิงโครงสร้าง” ของอุตสาหกรรมสมาร์ตโฟนทั้งหมด โดยผลกระทบจะครอบคลุมทั้งขนาดตลาดรวม (Total Addressable Market – TAM) โครงสร้างผู้ผลิตในอุตสาหกรรม และสัดส่วนประเภทสินค้าในตลาด

IDC คาดว่าจะเกิดการควบรวมกิจการและการถอนตัวของผู้ผลิตรายเล็กมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่พึ่งพาตลาดระดับล่างเป็นหลัก จะต้องเผชิญกับทั้งปัญหาซัพพลายไม่เพียงพอ และอุปสงค์ที่อ่อนตัวลงเมื่อราคาสมาร์ตโฟนแพงขึ้น

ราคามือถือพุ่ง ทำสถิติใหม่ แม้ยอดขายทรุด

แม้ยอดจัดส่งสมาร์ตโฟนในปี 2026 จะลดลงรุนแรงเป็นประวัติการณ์ แต่ IDC กลับคาดการณ์ว่า ราคาเฉลี่ยของสมาร์ตโฟนทั่วโลก (Average Selling Price – ASP) จะเพิ่มขึ้น 14% ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ประมาณ 523 ดอลลาร์สหรัฐหรือประมาณ 16,500 บาท ซึ่งเกิดมาจากราคาแรมปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และการที่ผู้ผลิตต้องปรับโครงสร้างสินค้าไปสู่รุ่นที่มีราคาสูงกว่าเพื่อรักษากำไร

แม้ IDC จะประเมินว่าราคาหน่วยแรมจะเริ่มทรงตัวในช่วงกลางปี 2027 แต่ก็มีแนวโน้มว่า จะไม่กลับไปอยู่ในระดับเดิมก่อนเกิดวิกฤต ผลที่ตามมาคือ กลุ่มสมาร์ตโฟนราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,000 บาท (ราว 171 ล้านเครื่อง) จะกลายเป็นตลาดที่ไม่คุ้มต่อการลงทุนอย่างถาวร และมีแนวโน้มหายไปจากตลาด

IDC ยังมองว่าแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นจะทำให้ ผู้ผลิตรายเล็กและแบรนด์ตลาดล่างมีความเสี่ยงสูงต่อการขาดทุน การแข่งขันจะรุนแรงขึ้นในตลาดระดับกลางและพรีเมียม โครงสร้างการแข่งขันของอุตสาหกรรมจะกระชับขึ้น เพราะเหลือผู้ผลิตน้อยลง

แนวโน้มการฟื้นตัวหลังวิกฤต

IDC ประเมินว่า ตลาดที่มีสัดส่วนสมาร์ตโฟนราคาประหยัดสูงจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยในปี 2026 ตะวันออกกลางและแอฟริกาจะหดตัวรุนแรงที่สุด 20.6% เมื่อเทียบรายปี ฝั่งจีนคาดว่าจะลดลง 10.5% ส่วนเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่นและจีน) จะลดลง 13.1%

เมื่อวิกฤตแรมขาดแคลนเริ่มคลี่คลายลงในช่วงกลางปี 2027 ตลาดสมาร์ตโฟนทั่วโลกจะฟื้นตัวเล็กน้อยราว 2% ในปี 2027 และกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2028 ที่ประมาณ 5.2% 

แหล่งที่มา: IDC

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง