Block ปลดพนักงานฟ้าผ่ากว่า 4,000 คน หันไปใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แจ็ค ดอร์ซีย์ (Jack Dorsey) ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Block บริษัทด้านการชำระเงิน ประกาศการตัดสินใจครั้งสำคัญในการปลดพนักงานกว่า 4,000 ตำแหน่ง หรือคิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนพนักงานทั้งหมด โดยปรับลดขนาดองค์กรจากที่มีพนักงานกว่า 10,000 คน เหลือเพียงไม่ถึง 6,000 คน การประกาศดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของ Block พุ่งทะยานขึ้นมากกว่า 24% ในการซื้อขายนอกเวลาทำการ
เบื้องหลังการลดพนักงาน
ขุมพลังจากเทคโนโลยี AI ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Block สามารถลดจำนวนพนักงานลงได้มหาศาลขนาดนี้ คือการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ขับเคลื่อนการทำงานภายในองค์กร โดย Block ได้พัฒนา AI Agent แบบโอเพนซอร์สที่ชื่อว่า "Goose" (ขับเคลื่อนโดย Model Context Protocol ของ Anthropic) และนำไปใช้ทั่วทั้งบริษัท
โดยประสิทธิภาพของ Goose ทำให้วิศวกรของบริษัทระบุว่า 90% ของโค้ดที่พวกเขาใช้งานในปัจจุบันถูกเขียนขึ้นโดย AI ตัวนี้ นอกจากนี้ ทีมงานที่ไม่ใช่สายเทคนิคยังสามารถใช้ Goose ในการเขียนคำสั่ง SQL, จัดการระบบสินค้าคงคลัง และปิดคำร้องขอความช่วยเหลือ (Support tickets) ได้โดยไม่ต้องรอคิววิศวกร ซึ่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) ของ Block ประเมินว่า AI ตัวนี้ช่วยประหยัดเวลาการทำงานของพนักงานได้ถึง 8-10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
ทางด้านของ อมฤตา อาฮูจา (Amrita Ahuja) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Block ระบุว่า การปรับโครงสร้างนี้จะช่วยให้บริษัทเข้าสู่การเติบโตระยะยาว โดยระบุว่า "เรามองเห็นโอกาสที่จะเคลื่อนที่ได้เร็วขึ้นด้วยทีมงานที่มีขนาดเล็กแต่เต็มไปด้วยความสามารถสูง โดยใช้ AI เข้ามาช่วยจัดการงานแบบอัตโนมัติให้มากขึ้น"
ผลประกอบการทุบสถิติและแพ็กเกจชดเชย
แม้จะมีการเลิกจ้างครั้งใหญ่ แต่ Block กลับรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท โดยกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แตะระดับ 2.87 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 103,000 ล้านบาท บริการ Cash App เติบโตขึ้น 33% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานพุ่งกระฉูดจาก 13 ล้านดอลลาร์ หรือ 468 ล้านบาท เป็น 485 ล้านดอลลาร์ หรือราว 17,460 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 12 เดือน สะท้อนการพลิกฟื้นประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ แม้อยู่ท่ามกลางแรงกดดันด้านต้นทุนและการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่
การมีทีมงานที่เล็กลงแต่ยังรักษาระดับรายได้ได้ใกล้เคียงเดิม ทำให้ รายได้ต่อพนักงานหนึ่งคน ของ Block เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดเป็นเท่าตัว จากประมาณ 2.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 79 ล้านบาทต่อคน เป็น 4.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 151 ล้านบาทต่อคน ซึ่งเข้าใกล้มาตรฐานความมีประสิทธิภาพของบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Shopify และ Stripe
สำหรับการเลิกจ้างครั้งนี้ Block คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างประมาณ 450–500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16,200-18,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่จะบันทึกค่าใช้จ่ายในไตรมาสแรก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เสนอแพ็กเกจเงินชดเชยที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ประกอบด้วย เงินเดือน 20 สัปดาห์พร้อมโบนัสตามอายุงาน, สิทธิการถือหุ้น (Equity) ต่อเนื่องจนถึงเดือนพฤษภาคม, ประกันสุขภาพต่อเนื่อง 6 เดือน และเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 180,000 บาท ต่อพนักงานหนึ่งคน
เทรนด์ใหม่ของอุตสาหกรรมเทคฯ แจ็ค ดอร์ซีย์ เลือกที่จะดำเนินการเลิกจ้างแบบม้วนเดียวจบแทนที่จะทยอยปลดพนักงานทีละส่วน เนื่องจากมองว่าการเลิกจ้างหลายระลอกจะทำลายขวัญกำลังใจและสมาธิในการทำงานของพนักงานที่เหลืออยู่ นอกจากนี้ เขายังคาดการณ์ว่า ภายในปีหน้า บริษัทส่วนใหญ่ในตลาดจะตัดสินใจปรับโครงสร้างในลักษณะเดียวกันนี้ หลังจากที่พวกเขาได้เห็นประโยชน์ที่ชัดเจนจากเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ AI
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
