ความเชื่อมั่นหอการค้ายังอยู่ในระดับน่าห่วง เอกชนผวา! การเมือง-โควิดระลอก2-ส่งออกหด-หนี้พุ่ง-คนตกงาน

ความเชื่อมั่นหอการค้ายังอยู่ในระดับน่าห่วง เอกชนผวา! การเมือง-โควิดระลอก2-ส่งออกหด-หนี้พุ่ง-คนตกงาน
ข่าวสด
20 สิงหาคม 2563 ( 16:48 )
30
ความเชื่อมั่นหอการค้ายังอยู่ในระดับน่าห่วง เอกชนผวา! การเมือง-โควิดระลอก2-ส่งออกหด-หนี้พุ่ง-คนตกงาน

 

ความเชื่อมั่นหอการค้ายังอยู่ในระดับที่น่าห่วง เอกชนผวา! การเมือง-หวั่นโควิดระลอก2-ส่งออกหด-หนี้ครัวเรือนพุ่ง-คนตกงาน

ผวา! การเมือง-โควิดระลอก2 - นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย ประจำเดือนก.ค. 2563 จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 364 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 27-31 ก.ค. 2563 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย อยู่ระดับ 31.8 ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วงเนื่องจากเอกชนยังกังวลสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการชุมชนของกลุ่มเยาวชน, ความกังวลสถานการณ์ระบาดไวรัสโควิด-19 และข่าวลือต่างๆ, การประกาศขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อ, บางธุรกิจยังไม่มีสภาพคล่องทางการเงินโดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ, การส่งออกยังคงหดตัวต่อเนื่อง, หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น, การชะลอการผลิตสินค้าและคนตกงานหรือถูกลดชั่วโมงการทำงาน เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการหอการค้าได้เสนอแนวทางในการแก้ปัญหา เช่น กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวและเน้นการเจาะตลาดกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รายได้สูง, พิจารณาทราเวลบับเบิลในกลุ่มประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสได้, มาตรการช่วยเหลือด้านการเงิน เนื่องจากในปัจจุบันผู้ประกอบการไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อตามมาตรการของรัฐได้, พัฒนาทักษะและมาตรฐานแรงงานให้มีความหลากหลายและตรงตามความต้องการของผู้ประกอบการให้มากขึ้น, พัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ทัดเทียมกับเมืองใหญ่เพื่อให้เกิดการจ้างงาน เป็นต้น

 

“ในส่วนของการประท้วงทางการเมืองนั้นทางศูนย์ฯ อยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เบื้องต้นประเมินว่านักธุรกิจกังวลเรื่องของการระบาดไวรัสโควิด-19 รอบ 2 มากกว่า หลังจากที่ตรวจพบคนไทยติดโควิด-19 ในประเทศ จนกลายเป็นเหตุแตกตื่นทั่วประเทศ และทางศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ได้ออกมาแถลงว่า กรณีดังกล่าวนั้น มีหญิง 2 รายที่เข้าข่าย รายแรกเป็นการพบซากเชื้อ ไม่สามารถติดต่อได้ ส่วนอีกรายต้องรอผลแล็บ ลักษณะคล้ายรายแรก เพราะหากมีการระบาดในไทยจริงอาจเกิดการล็อกดาวน์ ซึ่งจะกระทบให้ธุรกิจต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ในส่วนของทางการเมืองตอนนี้ยอมรับว่าจะมีผลกระทบต่อจิตวิทยา โดยเฉพาะนักลงทุนต่างประเทศบางส่วนคงพิจารณาการลงทุนใหม่แต่หากเหตุการณ์บานปลายก็จะกระทบต่อเศรษฐกิจหนักเหมือนกัน แต่ก็ไม่เท่ากับความกังวลเรื่องของโควิด-19 รอบ 2”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง