Wall Street Journal ชี้! Facebook ไม่สนใจความปลอดภัยลูกค้าเท่า ‘กำไร’!

Wall Street Journal ชี้! Facebook ไม่สนใจความปลอดภัยลูกค้าเท่า ‘กำไร’!
TNN ช่อง16
21 กันยายน 2564 ( 22:44 )
13
Wall Street Journal ชี้! Facebook ไม่สนใจความปลอดภัยลูกค้าเท่า ‘กำไร’!

เป็นสัปดาห์หัวหมุนของ Facebook จริง ๆ เมื่อ The Wall Street Journal ออกมาเปิดเผยว่าบริษัทให้ความสำคัญกับผลกำไรมากกว่าสุขภาพและความปลอดภัยของผู้ใช้หลายพันล้านคน ซึ่ง Facebook เองก็โต้กลับว่าไม่เป็นความจริง แถมยังตอกกลับว่า The Wall Street Journal นั้น ‘บิดเบือนข้อมูล’ อีกด้วย

 

สำหรับใครที่ติดตามบริษัทโซเชียลเจ้านี้มานานก็คงจะพอจะจับทางได้ว่าข่าวนี้จะเป็นอย่างไรต่อ โดยสำนักข่าว CNBC ตั้งข้อสังเกตว่าระยะหลัง ๆ Facebook มักจะเจอกับการเปิดโปงปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่จากบรรดาสำนักข่าว ตามมาด้วยการตกเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และการข่มขู่โดยฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อควบคุมบริษัทและเรียกผู้บริหารระดับสูงต่อหน้าสภาคองเกรส จากนั้นไม่นาน Facebook ก็จะออกมากล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ก่อนหน้าจะขอโทษนั้น ก็จะต้องออกมาบอกว่าแหล่งข่าวที่รั่วไหล (ซึ่งมักจะเป็นพนักงานภายใน Facebook เอง) หรือการรายงานของสำนักข่าวนั้นไม่ถูกต้อง


 

อย่างเช่นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Nick Clegg รองประธานฝ่ายกิจการระดับโลกของ Facebook ได้โพสต์บล็อกในหัวข้อ “เรื่องที่ the Wall Street Journal เข้าใจผิด – เกี่ยวกับ Facebook” เพื่อตอบโต้กับการออกมารายงานข่าวของ the Wall Street Journal ซึ่งพูดถึงประเด็นการตรวจสอบที่แสดงให้เห็นว่า Facebook ล้มเหลวหลายครั้งในการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ เช่น เมื่อครั้งที่ Facebook ไม่สามารถควบคุมการเผยแพร่โพสต์ข่าวเท็จเกี่ยวกับวัคซีนโควิด-19 ได้จนทำให้ประธานาธิบดี Joe Biden ออกมาตำหนิว่า Facebook กำลัง “ฆ่าประชาชน” ด้วยข้อมูลเท็จ

 

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเรื่องราวในรายงานที่เคลมว่าฝั่งผู้บริการสนใจผลกำไรมากกว่าการใส่ใจผู้ใช้งานจริง ๆ เช่น มีรายงานอ้างว่า Facebook เพิกเฉยหรือมองข้ามปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดจาก Instagram โดยเฉพาะสำหรับเด็กผู้หญิงวัยรุ่น โดย Facebook ทราบเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวจากการวิจัยของตนเอง แต่แทนที่จะปรับปรุงกับเฉย ซ้ำยังมีข่าวว่าบริษัทกำลังวางแผนปล่อย Instagram เวอร์ชันสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีอีกด้วย


 

หรืออย่างการพยายามสร้างฟีเจอร์ซ่อนยอดไลก์บน Instagram ซึ่ง Facebook ศึกษาพบว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่บริษัทก็ยังคงเปิดตัวเลือกนี้ให้ผู้ใช้งานต่อไปเพราะจะได้ทำให้สื่อมวลชนและผู้ปกครองเห็นว่า Instagram ใส่ใจผู้ใช้จริง ๆ  


ยังไม่จบเพียงแค่นั้น เพราะรายงานของ Journal อีกฉบับพบว่า Facebook ไม่ค่อยแก้ปัญหาในตลาดนอกสหรัฐอเมริกา เนื่องจากมีบุคลากรไม่มากพอที่พูดภาษาท้องถิ่นหรือภาษาถิ่นที่จำเป็นในการแก้ปัญหาได้ ซึ่งถ้าพิจารณาแล้วสำหรับบริษัทที่มีมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ สามารถสร้างรายได้กว่า 86 พันล้านดอลลาร์ปีที่แล้วและมีกำไรเกือบ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ การบอกว่าไม่สามารถจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เหมาะสมถือเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ดีเอาเสียเลย


และแน่นอนว่าหลังจากนี้ Facebook ก็คงต้องออกมาแก้ตัวเหมือนกับครั้งที่ผ่าน ๆ มา โดยในครั้งนี้นั้นบริษัทกล่าวว่ารายงานที่ออกมานั้นมีการบิดเบือนข้อมูล และยังส่งผลกระทบต่อแรงจูงใจของผู้บริหารและพนักงานอีกด้วย และถ้าเป็นเหมือนกับกรณีครั้งที่ผ่าน ๆ มา CNBC แสดงความคิดเห็นว่าเราคงไม่ต้องคาดหวังว่า Facebook จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ ตราบใดที่นักลงทุนยังคงซื้อหุ้นอยู่ และหน่วยงานกำกับดูแลไม่ดำเนินการให้เด็ดขาด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

cnbc

ข่าวที่เกี่ยวข้อง