รีเซต

เล่นมือถือก่อนนอน ระวังแสงรบกวนนาฬิกาชีวภาพ ทำเมลาโทนินหลั่งช้า หลับยากกว่าที่คิด

เล่นมือถือก่อนนอน ระวังแสงรบกวนนาฬิกาชีวภาพ ทำเมลาโทนินหลั่งช้า หลับยากกว่าที่คิด
TNN ช่อง16
16 ตุลาคม 2569 ( 15:01 )
13

การเล่นโทรศัพท์มือถือก่อนนอนเป็นพฤติกรรมที่หลายคนทำจนเป็นกิจวัตร ไม่ว่าจะเป็นการดูคลิป เลื่อนโซเชียลมีเดีย อ่านข่าว หรือตอบข้อความ แต่รู้หรือไม่ว่า แสงจากหน้าจออาจส่งผลต่อการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ และรบกวนกระบวนการเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการนอนหลับ โดยเฉพาะเมื่อใช้หน้าจอในช่วงกลางคืนหรือใกล้เวลาเข้านอน

แสงจากหน้าจอรบกวนการทำงานของนาฬิกาชีวภาพได้อย่างไร


แสงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมจังหวะการทำงานของร่างกาย หรือ Circadian Rhythm ซึ่งเป็นระบบที่ทำให้ร่างกายปรับการทำงานให้สอดคล้องกับช่วงกลางวันและกลางคืน รวมถึงควบคุมวงจรการนอนหลับและการตื่น

ภายในจอประสาทตามีเซลล์รับแสงชนิดพิเศษที่ไวต่อแสง และทำหน้าที่ส่งสัญญาณไปยังนาฬิกาชีวภาพในสมอง โดยแสงที่มีความยาวคลื่นสั้น เช่น แสงสีน้ำเงิน สามารถกระตุ้นเซลล์เหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แสงสีน้ำเงินพบได้จากแหล่งกำเนิดแสงหลายชนิด ทั้งแสงธรรมชาติจากดวงอาทิตย์ หลอดไฟ และหน้าจอโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์

เมื่อร่างกายได้รับแสงในช่วงเย็นหรือกลางคืน โดยเฉพาะแสงที่มีความสว่างมากและได้รับเป็นเวลานาน สมองอาจรับสัญญาณว่าร่างกายยังอยู่ในช่วงเวลากลางวัน ส่งผลให้การหลั่งเมลาโทนินเริ่มช้าลงหรือมีปริมาณลดลงในช่วงเวลานั้น


เมลาโทนินเกี่ยวข้องกับการนอนหลับอย่างไร


เมลาโทนิน (Melatonin) เป็นฮอร์โมนที่สร้างจากต่อมไพเนียลในสมอง โดยการหลั่งจะสัมพันธ์กับวงจรกลางวันและกลางคืน เมื่อแสงลดลงในช่วงค่ำ ระดับเมลาโทนินจะเพิ่มขึ้นตามจังหวะชีวภาพของร่างกาย และมีส่วนช่วยส่งสัญญาณว่าถึงเวลาพักผ่อน

หากได้รับแสงจ้าในช่วงกลางคืน การเพิ่มขึ้นของเมลาโทนินอาจถูกเลื่อนออกไป ทำให้ร่างกายยังคงตื่นตัวและรู้สึกง่วงช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้หน้าจอเป็นเวลานานในช่วงก่อนนอน

งานวิจัยเกี่ยวกับการใช้หน้าจอในเวลากลางคืนพบว่า การได้รับแสงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สามารถส่งผลต่อระดับเมลาโทนินและตัวชี้วัดการนอนหลับได้ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นเท่ากันในทุกคน แต่ขึ้นอยู่กับความสว่างของแสง ระยะเวลาที่ได้รับแสง ช่วงเวลาที่ใช้งาน และความไวต่อแสงของแต่ละบุคคล

นอกจากนี้ การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนยังอาจทำให้เข้านอนช้าลงจากการดูเนื้อหาต่อเนื่อง หรือกระตุ้นอารมณ์และความคิดจนยากต่อการผ่อนคลาย จึงไม่ควรอธิบายปัญหาการนอนจากแสงสีฟ้าเพียงปัจจัยเดียว




แสงจากหน้าจอทำให้แก่เร็วขึ้นจริงหรือไม่


เมลาโทนินไม่ได้มีบทบาทเฉพาะการควบคุมวงจรการนอนหลับเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและเกี่ยวข้องกับกระบวนการส่งสัญญาณภายในเซลล์ด้วย จึงมีงานวิจัยที่ศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างเมลาโทนินกับกลไกปกป้องเซลล์และสุขภาพในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม การพบคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระในระดับเซลล์หรือจากการทดลอง ไม่ได้หมายความว่าการหลั่งเมลาโทนินที่ลดลงจากการใช้หน้าจอจะทำให้เซลล์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น หรือทำให้มนุษย์แก่ชราเร็วขึ้นโดยตรง

ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะสรุปว่า การใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ตามปกติก่อนนอนทำให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ลดลงจนเร่งความแก่ชราโดยตรง

สิ่งที่มีหลักฐานชัดเจนกว่าคือ การได้รับแสงในช่วงกลางคืนสามารถรบกวนจังหวะนาฬิกาชีวภาพและการนอนหลับได้ ขณะที่การนอนหลับไม่เพียงพอหรือมีคุณภาพไม่ดีอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

ดังนั้น หากต้องการดูแลสุขภาพในระยะยาว ควรให้ความสำคัญกับการนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ มากกว่าการสรุปว่าการใช้หน้าจอเพียงอย่างเดียวเป็นสาเหตุของความแก่ชรา




วิธีลดผลกระทบจากแสงก่อนเข้านอน

การปรับพฤติกรรมในช่วงเย็นสามารถช่วยลดการรบกวนสัญญาณกลางคืนของร่างกายได้ โดยมีแนวทางที่ทำตามได้ง่าย ดังนี้

1. ลดการใช้หน้าจอใกล้เวลาเข้านอน หากทำได้ ควรเว้นช่วงจากการใช้โทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ก่อนนอนประมาณ 30–60 นาที โดยเฉพาะผู้ที่สังเกตว่าการใช้หน้าจอทำให้หลับช้า

2. ลดความสว่างของหน้าจอ หากจำเป็นต้องใช้งานในช่วงกลางคืน ควรปรับความสว่างให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจอที่สว่างมากในห้องมืด

3. ลดแสงไฟในบ้านช่วงค่ำ เลือกใช้แสงไฟที่ไม่จ้าจนเกินไป และลดการสัมผัสแสงสว่างมากในช่วงใกล้เวลานอน เพื่อให้ร่างกายรับรู้ถึงการเปลี่ยนผ่านจากกลางวันสู่กลางคืน

4. รักษาเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้สม่ำเสมอ การเข้านอนและตื่นนอนในเวลาใกล้เคียงกันทุกวันช่วยสนับสนุนการทำงานของนาฬิกาชีวภาพ

5. รับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวัน การได้รับแสงธรรมชาติในตอนเช้าหรือช่วงกลางวันอย่างเหมาะสม ช่วยให้ร่างกายรับรู้ช่วงเวลาของวันได้ชัดเจนขึ้น และสนับสนุนวงจรการนอนหลับและการตื่น

การลดแสงสีฟ้าเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับทุกคน เพราะความสว่างโดยรวม ระยะเวลาการใช้หน้าจอ และพฤติกรรมก่อนนอนก็มีความสำคัญเช่นกัน

ท้ายที่สุด การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สุขภาพเสียหรือแก่เร็วขึ้นทันที แต่การลดแสงสว่างในช่วงกลางคืนและสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่เหมาะสม เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนนาฬิกาชีวภาพและคุณภาพการนอนหลับ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีในระยะยาว



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง