รีเซต

คลังเล็งตั้งกรรมการบริหารหุ้นหวังเพิ่มมูลค่าให้รัฐ

คลังเล็งตั้งกรรมการบริหารหุ้นหวังเพิ่มมูลค่าให้รัฐ
ทันหุ้น
12 มิถุนายน 2567 ( 14:37 )
18
คลังเล็งตั้งกรรมการบริหารหุ้นหวังเพิ่มมูลค่าให้รัฐ

#ทันหุ้น-คลังเตรียมคณะกรรมการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐ เพื่อบริหารหลักทรัพย์ของรัฐที่มีกว่า 100 แห่ง มูลค่าราว 4 แสนล้านให้มีมูลค่าเพิ่ม คาดเสนอระดับนโยบายอนุมัติเร็วนี้ ยันรัฐบาลยังไม่มีนโยบายขายหลักทรัพย์ในตลาดเพื่อเพิ่มรายได้ ล่าสุดนำส่งรายได้รัฐวิสาหกิจเข้าคลังแล้วกว่า 1.12 แสนล้านบาท

 

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)เปิดเผยว่า สคร.มีแผนตั้งคณะกรรมการบริหารหลักทรัพย์ของรัฐ ที่จะมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเป็นกรรมการ โดยการจัดตั้งจะต้องเสนอระดับนโยบายอนุมัติในไม่ช้านี้

 

สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคณะกรรมการชุดดังกล่าวนั้น เพื่อร่วมกันพิจารณาภาพรวมของหลักทรัพย์ที่รัฐถือครองอยู่ว่าจะบริหารจัดการอย่างไร เช่น ถือหลักทรัพย์ต่อไป หรือ ขายออก โดยมองที่ผลประโยชน์ต่อรัฐสูงสุด

 

ปัจจุบัน หลักทรัพย์ที่กระทรวงการคลังถือครองทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ ไม่นับรวมรัฐวิสาหกิจมีอยู่ประมาณ 117 หลักทรัพย์ แบ่งเป็น ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 33 หลักทรัพย์ ไม่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 41 แห่ง และอีก 41 แห่งเป็นหลักทรัพย์ที่ได้มาโดยนิติเหตุ มูลค่ารวมหลักทรัพย์ทั้งหมดอยู่ที่เกือบ 4 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นของกองทุนวายุภักษ์ 3.4 แสนล้านบาท ที่เหลือเป็นหลักทรัพย์อื่นๆ

 

สำหรับสถานการณ์มูลค่าหลักทรัพย์ที่รัฐถือครองอยู่ในรอบ 3 ปี หรือในช่วงปีงบประมาณ 2564 - 2566 แนวโน้มของมูลค่าหลักทรัพย์ของรัฐ 109 แห่ง (ไม่รวมรัฐวิสาหกิจ) ได้มีการปรับตัวสูงขึ้นจาก 348,241 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2564 เป็น 366,303 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2565 และ 376,997 ล้านบาท ณ สิ้นปีงบประมาณ 2566 ตามลำดับ หรือเพิ่มขึ้นรวมกว่า 8.3% 

 

ทั้งนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ ณ สิ้นปีงบประมาณ 2566 เป็นมูลค่าหลักทรัพย์จากกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่งจำนวน 341,693 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าหลักทรัพย์ของกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่งได้มีการปรับขึ้นลงในช่วงที่เกิดเหตุการณ์โควิด โดยในปีงบประมาณ 2563 มูลค่ารวมอยู่ที่ 247,615 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2564 มูลค่ารวมอยู่ที่ 331,254 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2565 มูลค่ารวมอยู่ที่ 315,490 ล้านบาท ปีงบประมาณ 2566 อยู่ที่ 330,736 ล้านบาท ล่าสุด ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2566 อยู่ที่ 341,693 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้รับเงินปันผลจากหลักทรัพย์ของรัฐ (ไม่รวมรัฐวิสาหกิจ) จำนวน 3,064 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2565 และ 3,351 ล้านบาท ในปีงบประมาณ 2566 โดยหลักทรัพย์ของรัฐที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด 5 

 

อันดับแรกในปีงบประมาณ 2566 ได้แก่ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด(มหาชน)จำนวน 602.31 ล้านบาท บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด(มหาชน)จำนวน 478.27 ล้านบาท กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทยจำนวน 186.27 ล้านบาท บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด จำนวน 108.12 ล้านบาท และ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชัน จำกัด(มหาชน)จำนวน 98.32 ล้านบาท

 

ส่วนกรณีที่การจัดเก็บรายได้รัฐบาลในขณะนี้ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทางสคร.ยังคงเป้าหมายการนำส่งรายได้ของรัฐวิสาหกิจเข้าคลังหลวง ล่าสุดยอดนำส่งรายได้อยู่ที่ 1.12 แสนล้านบาท จากเป้าหมายที่ 1.75 แสนล้านบาท อย่างไรก็ดี ขณะนี้ สคร.ยังไม่ได้รับนโยบายให้ดำเนินการขายหลักทรัพย์ตัวใดออกไป โดยกองทุนวายุภักษ์ที่มีสัดส่วนมูลค่าหลักทรัพย์สูงกว่า 3.4 แสนล้านบาทนั้น ทางสคร.ได้มอบหมายให้บลจ.MFC และ KTAM เป็นผู้จัดการกองทุน

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง