รีเซต

นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค เผยบทบาทใหม่ของยา GLP-1 จากยาลดน้ำหนัก สู่ความหวังในการลดความเสี่ยง"โรคมะเร็ง"

นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค เผยบทบาทใหม่ของยา GLP-1 จากยาลดน้ำหนัก สู่ความหวังในการลดความเสี่ยง"โรคมะเร็ง"
TNN ช่อง16
20 มกราคม 2569 ( 10:31 )
10

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana โดยระบุว่า บทบาทใหม่ของยา GLP-1 จากยาลดน้ำหนักสู่ความหวังในการลดความเสี่ยงโรคมะเร็ง


ในปัจจุบัน ยาในกลุ่ม GLP-1 (Glucagon-like peptide-1) ได้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะยาที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการรักษาโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และการจัดการกับโรคอ้วน ยาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แต่ยังช่วยลดน้ำหนักตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ 


บทความนี้ในวารสาร Nature Cancer ล่าสุดได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจโดยชี้ให้เห็นถึงศักยภาพของยากลุ่มนี้ที่อาจมีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็ง  ความเชื่อมโยงระหว่างยา GLP-1 กับโรคมะเร็งนั้นมีพื้นฐานมาจากความเข้าใจที่ว่า โรคอ้วนและโรคเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดมะเร็งหลายชนิด ภาวะที่มีไขมันสะสมในร่างกายมากเกินไปมักมาพร้อมกับการอักเสบเรื้อรัง ระดับอินซูลินที่สูงผิดปกติ และความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งทั้งหมดนี้เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงที่เอื้อให้เซลล์มะเร็งเจริญเติบโตได้ดี 


ดังนั้น การที่ยา GLP-1 เข้ามาทำหน้าที่ลดน้ำหนัก ลดภาวะดื้ออินซูลิน และลดการอักเสบในร่างกาย จึงเปรียบเสมือนการตัดวงจรที่ส่งเสริมการเกิดมะเร็งไปในตัว นอกจากนี้ ยังมีสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ที่บ่งชี้ว่า ยาอาจมีกลไกการออกฤทธิ์โดยตรงต่อเซลล์ภูมิคุ้มกัน ช่วยฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการตรวจจับและกำจัดสิ่งผิดปกติในร่างกาย


โดยพื้นฐานแล้วเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ภาวะโรคอ้วนและเบาหวานเปรียบเสมือนการสร้าง "สภาพแวดล้อมที่เป็นพิษ" ภายในร่างกาย ซึ่งเอื้ออำนวยให้เซลล์มะเร็งก่อตัวและเจริญเติบโตได้ดี เซลล์ไขมันที่สะสมมากเกินไปไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เก็บพลังงาน แต่ยังทำตัวเสมือนต่อมไร้ท่อขนาดใหญ่ที่ปล่อยสารก่อการอักเสบเข้าสู่กระแสเลือดตลอดเวลา จนเกิดเป็นภาวะอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย นอกจากนี้ ในผู้ป่วยเบาหวานหรือผู้ที่มีภาวะดื้ออินซูลิน ร่างกายจะมีระดับฮอร์โมนอินซูลินในเลือดสูง ซึ่งอินซูลินนี้เองที่มีโครงสร้างคล้ายกับสารเร่งการเจริญเติบโต (Growth Factor) จึงอาจไปกระตุ้นให้เซลล์ที่ผิดปกติแบ่งตัวอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเนื้องอกร้ายได้ 


ดังนั้น การที่ยา GLP-1 เข้ามาออกฤทธิ์ช่วยลดน้ำหนักและปรับสมดุลระดับน้ำตาล จึงเท่ากับเป็นการถอนเชื้อเพลิงสำคัญที่หล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ช่วยลดระดับอินซูลินในเลือด และระงับกระบวนการอักเสบเรื้อรัง ซึ่งเป็นการตัดวงจรการเกิดมะเร็งที่ต้นเหตุ

นอกเหนือจากผลทางอ้อมจากการลดน้ำหนักแล้ว นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบกลไกที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่า คือความเป็นไปได้ที่ยา GLP-1 อาจมีผลโดยตรงต่อการต่อสู้กับมะเร็ง งานวิจัยในระดับโมเลกุลพบว่า เซลล์ภูมิคุ้มกันบางชนิดในร่างกายของเรามีตัวรับสัญญาณสำหรับยา GLP-1 อยู่ด้วย ซึ่งหมายความว่ายาอาจเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวชนิด T cells หรือ NK cells ให้มีความตื่นตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการลาดตระเวนตรวจจับและทำลายเซลล์มะเร็ง 


นอกจากนี้ ยายังอาจมีส่วนช่วยปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ก้อนมะเร็ง (Tumor Microenvironment) ให้ไม่เอื้อต่อการฝังตัวหรือการกระจายตัวของเซลล์ร้าย ซึ่งกลไกเชิงลึกเหล่านี้กำลังเป็นที่สนใจอย่างมากในวงการวิจัยโรคมะเร็งในปัจจุบัน


เมื่อพิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ทางคลินิก ข้อมูลจากฐานข้อมูลสุขภาพขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมผู้ป่วยนับล้านคนได้ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่สอดคล้องกันอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มมะเร็งที่มีความสัมพันธ์แนบแน่นกับความอ้วนและการเผาผลาญ เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งตับ และมะเร็งในระบบสืบพันธุ์สตรีอย่างมะเร็งรังไข่และเยื่อบุโพรงมดลูก 


ผู้ป่วยที่ได้รับยา GLP-1 มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งเหล่านี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับผู้ที่รักษาด้วยยาอินซูลิน ซึ่งข้อมูลนี้มีความสำคัญมาก เพราะในอดีตมีความกังวลว่าการใช้อินซูลินในปริมาณมากอาจเป็นการเร่งการเติบโตของมะเร็งทางอ้อม แต่ยา GLP-1 กลับให้ผลในทางตรงกันข้าม คือช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวลงได้ โดยเฉพาะมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่พบว่ายาอาจช่วยลดการอักเสบในลำไส้และปรับสมดุลจุลินทรีย์ ซึ่งเป็นปัจจัยป้องกันที่สำคัญ


ส่วนประเด็นความปลอดภัยที่เคยเป็นข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเสี่ยงของมะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดเมดัลลารีนั้น ปัจจุบันมีความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้นมาก โดยความกังวลดังกล่าวมีที่มาจากการทดลองในหนู ซึ่งมีตัวรับสัญญาณ GLP-1 อยู่บนเซลล์ต่อมไทรอยด์จำนวนมาก ทำให้เมื่อได้รับยาแล้วเกิดการกระตุ้นจนเป็นเนื้องอก แต่ในมนุษย์นั้นมีความแตกต่างทางชีววิทยาอย่างสิ้นเชิง โดยเซลล์ต่อมไทรอยด์ของมนุษย์แทบไม่พบตัวรับสัญญาณชนิดนี้ หรือมีในปริมาณที่น้อยมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ 

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

ข้อมูลจากการติดตามผู้ป่วยในระยะยาวจนถึงปัจจุบันจึงยังไม่พบหลักฐานที่ยืนยันว่ายา GLP-1 เพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งไทรอยด์ในมนุษย์อย่างที่เคยกลัวกัน อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยสูงสุด แพทย์ยังคงยึดหลักความระมัดระวัง โดยจะหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งไทรอยด์ชนิดจำเพาะ หรือโรคเนื้องอกต่อมไร้ท่อหลายต่อม (MEN2) เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้แม้เพียงเล็กน้อยก็ตาม


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังคงเน้นย้ำว่าการศึกษานี้ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เรายังต้องการงานวิจัยในระยะยาวเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าผลลัพธ์ในการลดความเสี่ยงมะเร็งนั้นเกิดจากกลไกของยาโดยตรง หรือเป็นเพียงผลพลอยได้จากการที่น้ำหนักตัวลดลง ในขณะนี้ยังไม่มีข้อแนะนำให้ใช้ยา GLP-1 เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันมะเร็งโดยเฉพาะในคนทั่วไป แต่สำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการใช้ยาเพื่อรักษาเบาหวานหรือลดน้ำหนักอยู่แล้ว ข้อมูลเหล่านี้ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยเสริมความมั่นใจว่า การดูแลรักษาสุขภาพเมตาบอลิกให้ดีนั้น ไม่เพียงแต่ช่วยให้หุ่นดีหรือคุมน้ำตาลได้ แต่ยังอาจเป็นเกราะป้องกันโรคมะเร็งในระยะยาวได้อีกด้วย


 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง