รีเซต

"พิพัฒน์" เคาะใช้ตั๋วร่วมขนส่งทุกระบบ เริ่มปี 70 เร่งเช่า EV 800 คัน ผลักดันแลนด์บริจด์-SEC

"พิพัฒน์" เคาะใช้ตั๋วร่วมขนส่งทุกระบบ เริ่มปี 70 เร่งเช่า EV 800 คัน ผลักดันแลนด์บริจด์-SEC
TNN ช่อง16
21 เมษายน 2569 ( 12:20 )
8

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของการดำเนินนโยบายตั๋วร่วม และค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ ว่า กระทรวงคมนาคม จะผลักดันเรื่องตั๋วร่วม ค่าโดยสารร่วม โดยจะเริ่มให้ใช้ได้กับรถไฟฟ้าทุกสาย ซึ่งขณะนี้ พ.ร.บ.ตั๋วร่วมฯ และพ.ร.บ.ขนส่งทางราง ประกาศใช้แล้ว รอการจัดทำกฎหมายลูกประกอบ ซึ่งจะเร่งนำกฎหมายลูกเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)

รวมถึงการให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานเดียวในการบริหารจัดการรถไฟฟ้า หรือ Single Ownership โดยจะเริ่มการเจรจาซื้อคืนสัมปทานกับเอกชนตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.นี้ สำหรับอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสมหรือการจะกำหนดเป็นโซนพื้นที่นั้น กรมราง และ รฟม.อยู่ระหว่างศึกษา และตั้งเป้าว่าจะให้สามารถใช้บัตร EMV เป็นตั๋วร่วมเดินทางในทุกระบบ โดยขยายจากระบบรางไปยังรถเมล์ และเรือโดยสาร เพื่อให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2570

โดยปัจจุบัน อยู่ระหว่างการจัดทำกฎหมายลูก ภายใต้ พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่ดำเนินการโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) และ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 ที่มีกรมการขนส่งทางราง (ขร.) เป็นผู้ดำเนินการ หลัง พ.ร.บ.ทั้ง 2 ฉบับ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว

โดย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) คาดว่ากระบวนการร่างกฎหมายลูก ประกอบ พ.ร.บ.ตั๋วร่วม จะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย.นี้ ซึ่ง พ.ร.บ.ตั๋วร่วม มีกฎหมายลูก 21 ฉบับ แบ่งเป็น กฎกระทรวง ระเบียบ และพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) บังคับให้ระบบขนส่งทุกประเภทมา อยู่ภายใต้ตั๋วร่วม

ส่วน พ.ร.บ.การขนส่งทางรางฯ มี กฎหมายลูก 77 ฉบับ โดยกรมราง รายงานว่าวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการขนส่งทางราง (บอร์ดนโยบายขนส่งทางรางฯ) นัดแรก มีวาระการหารือที่สามารถประกาศให้มีผลทันที หลังรมว.คมนาคม ลงนาม เช่น ห้ามเก็บค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน เพื่อลดค่าครองชีพประชาชน, กำหนดการเว้นค่าโดยสารให้เด็กเล็ก เดิมกำหนดความสูงไม่เกิน 90 ซม. ปรับเปลี่ยนเป็นเกณฑ์อายุไม่เกิน 7 ปี และปรับส่วนสูงเป็นไม่เกิน 120 ซม., ผู้สูงอายุลดค่าโดยสารครึ่งราคา และผู้พิการใช้บริการฟรี รวมถึงการกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องทำประกันภัยคุ้มครองผู้โดยสาร วงเงินไม่น้อยกว่า 500,000 บาท/คน

ทั้งนี้ หลังจากที่กฎหมายแล้วเสร็จ จะไปสู่ขั้นตอนการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม โดยหน่วยงานคู่สัญญา ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ก็จะเริ่มกระบวนการเจรจากับเอกชน

ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อยู่ในขั้นตอนเช่ารถโดยสารปรับอากาศ EV จำนวน 1,520 คัน โดยจะมีการส่งมอบในเดือนมี.ค. 2570 ซึ่งก็ต้องรอไปตามกรอบเวลา ขณะที่มีนโยบายเร่งด่วนให้ขสมก.ไปเช่ารถโดยสาร EV เพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้ทดแทนรถดีเซลที่เหลืออีกประมาณ 800 คัน โดยให้เจรจากับบริษัท ไทยสมายล์บัส จำกัด (TSB) ที่มีรถ EV เหลืออยู่ประมาณ 800 คัน ว่า ขสมก.จะสามารถดำเนินการเช่าใช้ได้หรือไม่ ในราคาค่าเช่าเท่าไร

ด้านนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ตอนนี้ ขสมก.ยังมีรถที่ใช้น้ำมันดีเซลอีกประมาณ 800 คัน ดังนั้นในระหว่างนี้ ให้ขสมก.ไปดูแนวทางในการ เช่ารถ EV มาใช้ทดแทน เป็นแนวคิด ยังไม่ได้มีการตกลงใดๆ ต้องไปเจรจาหาทาง และทำกรอบเวลารวมถึงตรวจสอบระเบียบกฎหมายเพื่อดำเนินการให้ครบถ้วน โดยตั้งเป้าให้ได้รถภายในปีนี้ เบื้องต้น ต้นทุนรถ EV ประหยัดกว่ารถดีเซลประมาณเท่าตัว เช่น รถดีเซลมีค่าใช้จ่าย 40 บาทต่อกม. รถ EV เหลือ 20 บาทต่อกม.

ส่วนนโยบายสำคัญของกระทรวงคมนาคมคือ เร่งผลักดัน โครงการแลนด์บริดจ์ และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor : SEC) เพื่อเชื่อมการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (แลนด์บริดจ์) ซึ่งจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ตะวันออกกลาง มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมไปถึงความไม่แน่นอนที่ทะเลแดง ทำให้การเดินเรือในตะวันออกกลางเป็นอัมพาต ซึ่งไม่มีใครรู้ว่าจะมีผลกระทบมาถึงช่องแคบมะละกาในอนาคตหรือไม่

ดังนั้นเป็นช่วงเวลาที่ต้องเร่งแลนด์บริดจ์ และพัฒนาพื้นที่ SEC ซึ่งนอกจากเปิดเส้นทางการขนส่งใหม่ของโลกแล้ว จะเกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ ให้กับประเทศไทยอีกไม่น้อยกว่า 2 แสนคน

โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ พ.ศ. …. ซึ่งคาดว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ภายในปี 69 และนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ในลำดับต่อไป ขณะที่มีนักลงทุนสนใจหลายรายสนใจ เช่น UAE โดยจะเชิญมาร่วมหารือเรื่องการลงทุน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดประมูลต่อไป ทั้งนี้ย้ำว่า โคงการแลนดบริดจ์และการพัฒนาพื้นที่ SEC มีความคุ้มค่าในการลงทุนและจะเปิดให้เอกชนระดับโลกเข้ามาดำเนินการ

นอกจากนี้ ภายใน 3 เดือนนี้จะผลักดัน โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 จำนวน 3 เส้นทาง จากชุมพร – สุราษฎร์ธานี , สุราษฎร์ธานี – ชุมทางหาดใหญ่ – สงขลา และช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ สู่ที่ประชุมครม. ขออนุมัติ ให้เริ่มดำเนินการได้ในปี 2570 เพื่อให้เชื่อมต่อไปถึงมาเลเซีย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง