วิกฤตฮอร์มุซเขย่าเดินเรือโลก ไทยเร่งปรับมาตรการหลังเรือถูกโจมตี

วิกฤตฮอร์มุซเขย่าเส้นทางเดินเรือโลก ไทยเร่งปรับมาตรการหลังเรือถูกโจมตี
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกลับมาอยู่ในความสนใจของโลกอีกครั้ง หลังเหตุโจมตีเรือบรรทุกสินค้า Mayuree Naree ซึ่งเชื่อมโยงกับไทยบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ช่วงวันที่ 10 ถึง 11 มีนาคม 2569 เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะเป็นทางผ่านของพลังงานจำนวนมหาศาลและเป็นจุดเชื่อมต่อการค้าระหว่างเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
แม้สัดส่วนการค้าของไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลางจะไม่ได้มีน้ำหนักสูงมากเมื่อเทียบกับตลาดหลัก แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจต้องประเมินผลกระทบอย่างใกล้ชิด เพราะความเสี่ยงไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขการค้าโดยตรงเท่านั้น หากยังเกี่ยวข้องกับราคาพลังงาน ค่าระวางเรือ และเสถียรภาพของระบบขนส่งทางทะเลทั่วโลก
เหตุโจมตีเรือสินค้าไทยกลางเส้นทางยุทธศาสตร์
รายงานจากหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลระบุว่า เรือบรรทุกสินค้าเทกอง Mayuree Naree ถูกวัตถุไม่ทราบชนิดพุ่งชนจนเกิดไฟไหม้ ขณะเดินเรืออยู่ห่างจากชายฝั่งประเทศโอมานประมาณ 11 ไมล์ทะเล บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ลูกเรือไทยทั้งหมด 23 คนต้องอพยพออกจากเรืออย่างเร่งด่วน
ภายหลังการอพยพ ลูกเรือ 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งโอมานอย่างปลอดภัย ขณะที่อีก 3 คนยังคงอยู่บนเรือในช่วงแรกเพื่อควบคุมสถานการณ์และตรวจสอบความเสียหาย เบื้องต้นยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาที่การโจมตีเรือพาณิชย์ในพื้นที่เงียบลงนานหลายสัปดาห์ ก่อนที่สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะกลับมารุนแรงอีกครั้งจากความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน สหรัฐ และอิสราเอล
ไทยออกคำแนะนำเรือพาณิชย์เพิ่มมาตรการความปลอดภัย
หลังเกิดเหตุ กองทัพเรือไทยและหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเลได้ออกคำแนะนำต่อเรือพาณิชย์ไทยที่ต้องเดินเรือในภูมิภาคดังกล่าว โดยเสนอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซหากสามารถทำได้
สำหรับเรือที่มีความจำเป็นต้องผ่านพื้นที่ดังกล่าว ให้เดินเรือชิดฝั่งโอมานหรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดระบบติดตามตำแหน่งเรือ AIS ตลอดเวลา สื่อสารผ่านวิทยุทางทะเลช่อง 16 และปฏิบัติตามแนวทางด้านความปลอดภัยของอุตสาหกรรมเดินเรืออย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเรือการค้าไทย รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานระหว่างประเทศและประเทศคู่ค้าในภูมิภาค
ช่องแคบฮอร์มุซ เส้นเลือดใหญ่ของพลังงานโลก
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดของระบบพลังงานโลก น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติจำนวนมหาศาลต้องผ่านเส้นทางนี้ก่อนจะถูกส่งต่อไปยังตลาดเอเชีย ยุโรป และอเมริกา
การประเมินของหน่วยงานด้านพลังงานระบุว่า น้ำมันโลกมากกว่าหนึ่งในห้าของการขนส่งทางทะเลต้องผ่านช่องแคบแห่งนี้ หากเกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือมีการจำกัดการเดินเรือ ราคาพลังงานในตลาดโลกสามารถปรับขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ด้วยเหตุนี้ แม้ไทยจะไม่ได้พึ่งพาการส่งออกไปตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง แต่เศรษฐกิจไทยยังคงเชื่อมโยงกับเส้นทางนี้ผ่านตลาดพลังงานและระบบโลจิสติกส์โลก
การค้าระหว่างไทยกับตะวันออกกลางยังมีสัดส่วนจำกัด
ข้อมูลด้านการค้าระบุว่า การส่งออกของไทยไปยังประเทศตะวันออกกลางมีสัดส่วนประมาณสามเปอร์เซ็นต์ของการส่งออกทั้งหมด สินค้าหลักได้แก่ อาหารแปรรูป สินค้าอุปโภคบริโภค และยานยนต์
ในทางกลับกัน การนำเข้าจากภูมิภาคนี้มีสัดส่วนสูงกว่า โดยอยู่ที่ประมาณสิบเปอร์เซ็นต์ของการนำเข้าทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และปุ๋ย ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของภาคอุตสาหกรรมและการเกษตรไทย
แม้ตัวเลขการค้าจะไม่ได้สูงมากเมื่อเทียบกับตลาดจีน สหรัฐ หรืออาเซียน แต่เส้นทางเดินเรือผ่านตะวันออกกลางยังคงมีบทบาทในโครงสร้างการค้าทางทะเลของไทย
ค่าระวางเรือและพลังงานคือความเสี่ยงที่แท้จริง
นักวิเคราะห์ด้านโลจิสติกส์มองว่าความเสี่ยงสำคัญไม่ได้อยู่ที่ปริมาณการค้าโดยตรง แต่เป็นต้นทุนการขนส่งและราคาพลังงานที่อาจปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงวิกฤต
ตัวอย่างจากตลาดขนส่งระบุว่า ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 40 ฟุตในเส้นทางตะวันออกกลางมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากประมาณ 3,500 ดอลลาร์ไปแตะระดับใกล้ 7,000 ดอลลาร์ในช่วงที่สถานการณ์ตึงเครียด
ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นนี้ส่งผลต่อผู้ส่งออกโดยตรง โดยเฉพาะสินค้าอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีมูลค่าต่อหน่วยไม่สูงมาก เมื่อค่าระวางเพิ่มขึ้นกำไรอาจลดลงจนไม่คุ้มต่อการส่งออก
หากเส้นทางสะดุดหลายเดือน ผลกระทบอาจขยายวงกว้าง
ภาคเอกชนไทยประเมินว่า หากเส้นทางเดินเรือในตะวันออกกลางติดขัดต่อเนื่องประมาณสองเดือน มูลค่าการส่งออกของไทยอาจหายไปประมาณหกหมื่นล้านบาท
นอกจากนั้นยังมีสินค้าอีกหลายหมื่นล้านบาทที่อาจค้างอยู่ในระบบขนส่งหรือไม่สามารถส่งมอบได้ตามกำหนด ซึ่งจะกระทบต่อสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
หากความตึงเครียดในภูมิภาคยืดเยื้อ ผลกระทบอาจลามไปยังราคาพลังงาน ค่าครองชีพ และต้นทุนการผลิตในประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในสัดส่วนสูง
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในระดับที่ต้องจับตา
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายมองว่า ผลกระทบทางตรงต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของไทยยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสัดส่วนการค้ากับตะวันออกกลางไม่ได้สูงมาก
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางอ้อมจากราคาน้ำมัน ค่าระวางเรือ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
