UAC ปักธงรายได้โต 10% เทรดดิ้งสดใสต้นทุนลด

#UAC #ทันหุ้น - UAC รับศาลสหรัฐปลดล็อกภาษีหนุนการบริหารต้นทุนชูแข่งขันกลุ่มเทรดดิ้งสดใส ปักเป้าปี 2569 รายได้โต 7-10% จากปีก่อน ทุกธุรกิจสดใส ปีนี้เก็บเกี่ยวลงทุนอินโดนีเซียเต็มปี ตอกย้ำฐานการเงินแกร่ง พ่วงแจกปันผลผู้ถือหุ้น 0.20 บาทต่อหุ้น กำหนด XD ช่วง 28 เมษายนนี้
นายชัชพล ประสพโชค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเอซี โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ UAC เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2569 บริษัทตัังเป้าหมายรายได้เติบโตประมาณ 7-10% เมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ราว 1.7 พันล้านบาท เพราะมองภาพรวมกลุ่มธุรกิจเทรดดิ้งจะกลับมาขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับรายได้ในส่วนของปิโตรเลียม, โรงไฟฟ้า เติบโตต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันในปีนี้ UAC จะมีการรับรู้จากการเข้าลงทุนใน PT CAHAYA YASA CIPTA หรือ CYC ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF3) ในประเทศอินโดนีเซียเข้ามาเต็มปีเป็นปีแรกในปี 2569 หลังบริษัท ยูเอซี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (บริษัทย่อยของ UAC) ได้ลงทุนและถือหุ้นใน CYC ในสัดส่วนราว 60% ในปี 2568 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ โครงการโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC ตั้งอยู่ที่เมือง Sukabumi ประเทศอินโดนีเซียนั้นได้เปิดโรงงานผลิต RDF3 อย่างเป็นทางการ เป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 และปัจจุบันการเดินเครื่องผลิตเป็นไปด้วยดี
ซึ่งโรงงานผลิต RDF3 ของ CYC เป็นการนำขยะชุมชนมาผลิตตามแนวคิด Turn Waste to Value โดยมีกำลังการผลิตที่ออกแบบไว้ 150 ตันต่อวัน เพื่อจำหน่ายให้กับโรงปูนซีเมนต์ PT Semen Jawa บริษัทในเครือ SCG ที่ตั้งอยู่ใกล้พื้นที่โครงการ ซึ่งจะช่วยกำจัดขยะได้ไม่น้อยกว่า 300 ตันต่อวัน หรือประมาณ 100,000 ตันต่อปี และทดแทนการใช้ถ่านหิน ช่วยลดคาร์บอนทั้งระบบได้ 30,000 ตันคาร์บอนต่อปี ตลอดตคงจะกลายเป็นอีกปัจจัยที่ผลักดันให้ภาพรวมธุรกิจของ UAC ในปีนี้เป็นไปตามที่วางไว้
@ เทรดดิ้งศักยภาพแข่งขันเพิ่ม
สำหรับกรณีผลคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า ประธานาธิบดีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการกำหนดภาษีศุลกากรในวงกว้างหรือภาษีตอบโต้ตอบโต้ (Tariff) ในอัตราที่สูงกับหลายประเทศ ซึ่งส่งผลให้นโยบาย Tariff ต้องยุติลง และมีผลเมื่อวัน 20 กุมภาพันธ์ 2569 และแม้ล่าสุดทาง “นายโดนัลด์ ทรัมป์” ทรัมป์ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าทั่วโลกเป็น 15% มีผลบังคับใช้ทันที
มองประเด็นดังกล่าวเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย รวมทั้งเป็นประเด็นบวกกับต่อ UAC โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่าย (เทรดดิ้ง) ปิโตรเคมีภัณฑ์และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะการจัดเก็บอัตราภาษีเดียวกันทั่วโลกนั้นจะช่วยเพิ่มความสามารถด้านการบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทให้ดียิ่งขึ้นด้วย
ขณะที่ในแง่สัดส่วนรายได้ของบริษัทในปัจจุบันนั้นประมาณ 58% มาจากการดำเนินธุรกิจในส่วนของเทรดดิ้ง ส่วนที่เหลือมาจากอื่นๆ อาทิ โรงไฟฟ้า
@ ตอกย้ำฐานะการเงินแกร่ง
นายชัชพล กล่าวเสริมว่า ในแง่ฐานะทางการเงินของ UAC ยังถือว่าแข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ประมาณ 0.81 เท่า ซึ่งต่ำกว่านโยบายของบริษัทที่วางไว้อยู่ในระดับไม่เกิน 2 เท่า รวมทั้งเป็นการสะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทได้เป็นอย่างดี อีกทั้งสามารถขยายฐานการเติบโตได้ในอนาคตอีกหนึ่ง
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้มีการประกาศจ่ายปันผลงวดสิ้นปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท โดยกำหนดวันไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) วันที่ 28 เมษายน 2569 เพื่อคงจะการจ่ายเงินปันผลให้กับทางผู้ถือหุ้นของบริษัทได้ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
