รวบแก๊งคอลเซนเตอร์ 4 ชาติ ฟอกเงินผ่านออมทอง คาห้าง

ตำรวจภูธรภาค 1 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ร่วมกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 เปิดปฏิบัติการทลายเครือข่ายคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ จับกุมผู้ต้องหาได้รวม 7 ราย เป็นทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ 4 สัญชาติ ได้แก่ จีน ฮ่องกง และมาเลเซีย หลังพบพฤติการณ์หลอกลวงประชาชนและฟอกเงินผ่านระบบ “ออมทอง”
ปฏิบัติการดังกล่าวเริ่มต้นจากข้อมูลของศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซนเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ หรือ Warroom สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ตรวจพบเส้นทางการเงินผิดปกติของกลุ่มมิจฉาชีพ ซึ่งนำเงินจากการหลอกลวงไปแปลงสภาพเป็นทรัพย์สินหลายรูปแบบ ทั้งสินทรัพย์ดิจิทัล หุ้น และทองคำ โดยเฉพาะการซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชัน ก่อนนัดรับเป็นทองคำแท่งตามร้านทอง
ต่อมาชุดสืบสวนพบความเคลื่อนไหวสำคัญว่า จะมีการรับทองคำที่ร้านทองแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังเฝ้าติดตาม จนพบผู้ต้องหาเข้ามาติดต่อรับทองตามนัด พร้อมผู้ร่วมขบวนการที่ทำหน้าที่คอยสังเกตการณ์และรอหลบหนี จึงเข้าจับกุมได้ทันที
จากการสอบสวนพบว่า เงินที่ใช้ซื้อทองมาจากเหยื่อที่ถูกหลอกผ่านรูปแบบคอลเซนเตอร์ โดยคนร้ายแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งและตำรวจ สร้างสถานการณ์ว่าบัญชีมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย ก่อนใช้วิธีวิดีโอคอลกดดันให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ส่งผลให้ผู้เสียหายโอนเงินจำนวน 100,000 บาทเข้าสู่บัญชีของขบวนการ
หลังการจับกุมผู้ต้องหาชุดแรก เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจนทราบว่ามีศูนย์สั่งการ หรือ Warroom ตั้งอยู่ภายในห้อง VIP ของโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ใช้เป็นฐานควบคุมการทำธุรกรรมและสั่งการฟอกเงิน เมื่อเข้าตรวจค้นพบผู้ต้องหาที่เหลืออีก 4 ราย พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีจำนวนมาก
เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพระโขนง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ สมคบฟอกเงิน และอั้งยี่ซ่องโจร
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเตือนประชาชนว่า เจ้าหน้าที่รัฐจะไม่มีการสอบปากคำผ่านวิดีโอคอล และจะไม่ให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี หากพบพฤติการณ์ลักษณะดังกล่าว ให้เชื่อว่าเป็นกลุ่มมิจฉาชีพทันที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
