ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ใส่ความสปอร์ตพรีเมียม

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ใส่ความสปอร์ตพรีเมียม
มติชน
14 สิงหาคม 2564 ( 14:53 )
18
ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ใส่ความสปอร์ตพรีเมียม

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 11 มาพร้อมการออกแบบเน้นเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของความสปอร์ตพรีเมียม กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่ มาพร้อมไฟหน้าแบบโปรเจ็กเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน ไฟตัดหมอก
คู่หน้าและไฟท้ายแบบ LED

 

เสาอากาศแบบครีบฉลาม ท่อไอเสียแบบคู่ และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต ขนาด 17 นิ้ว

 

 

ภายในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง
แป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต และออกแบบสีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS

 

ภายในห้องโดยสารเน้นให้ดูกว้างขวาง

สำหรับรุ่น RS อาทิ ใหม่ ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะพร้อม ฮอนด้า สมาร์ท คีย์ การ์ด (Honda Smart Key Card) ล็อกและปลดล็อกรถได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่พกการ์ดไว้กับตัว

 

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว แบบแอดวานซ์ ทัช (Advanced Touch) รองรับการเชื่อมต่อ แอปเปิล คาร์เพลย์ แบบไร้สาย และระบบสั่งการด้วยเสียง Siri อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา และฮอนด้า คอนเน็กต์ (Honda CONNECT) เทคโนโลยีเชื่อมต่อรถยนต์ที่ทำงานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เป็นต้น

 

สำหรับรุ่น EL+ และ EL อาทิ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบแอดวานซ์ ทัช รองรับการเชื่อมต่อ แอปเปิล คาร์เพลย์ และระบบสั่งการ ด้วยเสียง Siri ระบบสตาร์ตเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมต ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

 

ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะฮอนด้า เซนซิ่ง (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์และคนเดินถนน โดยมีการทำงานหลักๆ ดังนี้

 

-ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบช่วยเตือนผู้ขับขี่ให้ลดความเร็วเมื่อมีรถยนต์ รถจักรยานยนต์ จักรยาน หรือคนเดินถนนที่อยู่ในระยะไม่ปลอดภัย และเมื่อมีความเสี่ยงต่อการชน ระบบจะช่วยเสริมแรงเบรกอัตโนมัติ เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุ

-ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

-ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

-ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)

-ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

 

 

-ใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)
พร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (Driver Attention Monitor) กล้องส่องภาพ
ด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-angle Rearview Camera) ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ ออโต เบรก โฮลด์ (Auto Brake Hold) ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมตอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า พร้อมเตือนผู้โดยสารด้านหลัง (Front Passenger and Rear Seat Belt Reminder) และไฟเตือนเบาะนั่งด้านหลัง (Rear Seat Reminder) เป็นต้น

 

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ใหม่ 4 สูบ 16 วาล์ว มาพร้อม เทอร์โบ ชาร์จเจอร์ (Turbo Charger) อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 240 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 17.2 กิโลเมตร/ลิตร รองรับพลังงานทางเลือก E85

 

พร้อมโหมดการขับขี่ที่เลือกได้ตามสไตล์ 3 โหมด ได้แก่

-อีคอน โหมด (ECON Mode) การขับขี่แบบประหยัด พร้อมปรับการทำงานของเครื่องยนต์ให้สัมพันธ์กับการขับขี่เพื่ออัตราการประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น

-นอร์มอล โหมด (Normal Mode) โหมดการขับขี่แบบปกติ สำหรับการขับขี่ใช้งานโดยทั่วไป

-สปอร์ต โหมด (Sport Mode) โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต การทำงานของเครื่องยนต์ตอบสนองการเร่งได้ดียิ่งขึ้นเพื่อการขับขี่สนุกเร้าใจ (เฉพาะรุ่น RS)

สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS พร้อมด้วย สีใหม่ สีฟ้ามอร์นิงมิสต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น EL+ และ EL และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) อีกทั้งสีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีภายใน มีทั้งหมด 2 สี ได้แก่ สีดำและสีเทาเบจ ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยและสีภายนอก

ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น RS ราคา 1,199,900 บาท รุ่น EL+ ราคา 1,009,900 บาท รุ่น EL ราคา 964,900 บาท

โดยรวมซีวิคใหม่ เน้นออกแบบให้สะดวกมากขึ้น จากภายในกว้างขึ้น ด้วยการออกแบบคอนโซลหน้าให้ดูเรียบ เพิ่มอุปกรณ์เต็มที่ แถมยังเติมความหรูหรา มาเพื่อเอาใจแฟนๆ ซีวิคโดยเฉพาะ

 

นายพล

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง