รีเซต

Xiaomi พัฒนารถแข่ง SU7 Ultra TSLA รุกหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์

Xiaomi พัฒนารถแข่ง SU7 Ultra TSLA รุกหุ่นยนต์ ฮิวแมนนอยด์
ทันหุ้น
23 กรกฎาคม 2567 ( 12:32 )
39

#หุ้นต่างประเทศ #ทันหุ้น - บทวิเคราะห์กลยุทธ์การลงทุนหุ้นต่างประเทศรายวัน โดย บล.เอเซีย พลัส

 

ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นทั้ง 3 ดัชนีหลัก โดยมีแรงซื้อกลับเข้ามาอีกครั้งหลัง เผชิญการปรับฐานเมื่อสัปดาห์ก่อน นำโดย Nasdaq +1.58% และ S&P500 +1.08% ได้ปัจจัยบวกจากหุ้น Big Tech และกลุ่ม Semiconductor ขณะที่สัปดาห์นี้นักลงทุนจับตาการรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนโดยเฉพาะ Big Tech รวมถึงเงินเฟ้อ PCE ในวันศุกร์นี้

 

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวเพิ่มขึ้น ดัชนี STOXX600 +0.93% พลิกกลับมาปิดในแดนบวกเป็นครั้งแรกในรอบ 5 วัน นำโดยกลุ่ม Technology รวมถึงหุ้นกลุ่มที่มีสัดส่วนรายได้จากประเทศจีน อาทิ กลุ่ม Luxury Stock หลังจีนมีมติลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเหนือความคาดหมายว่าจะคงดอกเบี้ย ขณะที่สัปดาห์นี้ตลาดจับตาการประกาศงบธนาคารขนาดใหญ่

 

วานนี้ดัชนี HSI Index +1.25% ตอบรับการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย หลัง PBOB มีมติลดดอกเบี้ย LPR เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอ่อนแอ สวนทางที่ตลาดคาดว่าจะคงดอกเบี้ย ขณะเดียวกันยังได้แรงหนุนจากปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัทจดทะเบียน

 

หุ้นอัพเดท American Express, Pop Mart, CrowdStrike, Xpeng, Xiaomi, Bank of America, Verizon, Nvidia, Microchip, NXP Semi, Texas Instrument, Analog Device, AMD, Broadcom, Alphabet, Tesla

American Express (AXP US) ปรับตัวลง 2.74% ในวันศุกร์ หลังบริษัทเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาผสมผสาน ขณะที่ผู้บริหารมีการปรับประมาณการกำไรสุทธิต่อหุ้นสำหรับทั้งปีขึ้น

 

- โดยรายได้รวมออกมาอยู่ที่ $1.63 หมื่นล้าน เติบโต 8.50% YoY แต่ออกมาต่ำกว่าคาดที่ $1.66 หมื่นล้าน รายได้จากค่าธรรมเนียม (net charge fees) ออกมาอยู่ที่ $2.06 พันล้าน เติบโต 15.15% YoY ออกมาตรงกับที่นักวิเคราะห์คาด

 

- ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ $1.15 หมื่นล้าน เติบโต 3.22% YoY ออกมาดีกว่าคาดที่ $1.21 หมื่นล้าน ขณะที่ค่าใช้จ่ายจากการตั้งสำรองออกมาอยู่ที่ $1.27 พันล้าน เติบโต 5.84% YoY แต่ออกมาดีกว่าคาดที่ $1.45 พันล้าน ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้นออกมาอยู่ที่ $4.15 เติบโต 43.6% YoY ดีกว่าคาดที่ $3.25

 

- สำหรับทั้งปีผู้บริหารคาดว่ารายได้จะมีการเติบโต 9 - 11% และยังได้ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นขึ้นจากกรอบ $12.65 - 13.15 มาอยู่ที่ $13.30 -13.80

 

Pop Mart (9992 HK) ปรับตัวขึ้น 10.94% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังบริษัทให้คาดการณ์งบครึ่งปีแรก (1H24) รายได้เติบโต 55%YoY ดีกว่าตลาดคาดที่48%YoY และให้คาดการณ์กำไรไม่ต่ำกว่า 90%YoY ซึ่งดีกว่าตลาดคาดที่ 41%YoY โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้แบรนด์ที่ดีขึ้นทั่วโลกโดยเฉพาะฮ่องกง ไต้หวัน มาเก๊า และการขยายประเภทผลิตภัณฑ์ รวมถึงอัตรากำไรที่ดีขึ้นจากการประหยัดขนาด

 

CrowdStrike (CRWD US) ปรับลง 13.46% ต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่ลดลง 11.10% หลังบริษัทหลายแห่งมีรายงานระบบล่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา

 

- การหยุดทำงานครั้งนี้เกิดจากปัญหาในอัปเดตล่าสุด ซอฟแวร์ Falcon ซึ่งตอนนี้ทาง Crowdstrike กำลังดำเนินการย้อนกลับอัปเดตนั้นทั่วโลก

 

- ด้าน McDonald, Air France และ London Stock Exchange รายงานการขัดข้องในระบบ

 

- ด้าน United Air, American Air และ Delta Airline ได้รับคำแนะนำจาก FAA ให้หยุดการบินชั่วคราวจากปัญหาด้านระบบการสื่อสาร

 

- ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Rosenblatt มองว่าการปรับตัวลงของราคาหุ้นในครั้งนี้เป็นโอกาสในการเข้าสะสมที่ดี แม้บริษัทจะเผชิญกับปัญหาหลังการอัปเดตซอฟต์แวร์ที่ผิดพลาด นักวิเคราะห์ย้ำว่าปัญหาขัดข้องเกิดจากข้อผิดพลาดจากซอฟต์แวร์ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ไม่ใช่ปัญหาเชิงระบบบนแพลตฟอร์มของ CrowdStrike มากไปกว่านั้นผู้บริหารได้จัดการปัญหาอย่างรวดเร็วและยืนยันว่าไม่ใช่การรั่วไหลของข้อมูล โดยนักวิเคราะห์รู้สึกว่าการตอบสนองนี้แสดงถึงความโปร่งใสและความรวดเร็วของบริษัทในการจัดการกับปัญหาในครั้งนี้และเชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตที่แข็งแกร่งของบริษัทในอนาคต

 

Xpeng (XPEV US, 9869 HK) ปรับตัวขึ้น 3.86% ในตลาดฮ่องกงเมื่อวานนี้ หลังบริษัทได้ทำข้อตกลงความร่วมมือที่สำคัญกับทาง Volkswagen ในการพัฒนาโครงสร้างไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ สำหรับยานพาหนะที่ผลิตในประเทศจีนทั้งหมด บนแพลตฟอร์มหลักของ Volkswagen ในจีน รวมไปถึงแพลตฟอร์ม Modular Electric Drive Matrix (MEB)

 

- โดยทั้ง 2บริษัทได้จัดตั้งโครงการในเมืองกว่างโจวและเหอเฟย ซึ่งโครงการเหล่านี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับการพัฒนาและการรวมโครงสร้าง E/E ใหม่ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือที่ไร้รอยต่อระหว่างสองยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์

 

- คาดว่ายานพาหนะรุ่นแรกที่ใช้โครงสร้าง E/E ที่พัฒนาร่วมกัมกันนี้จะเริ่มการผลิตภายในประมาณ 24 เดือนต่อจากนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดอย่างรวดเร็ว

Xiaomi (1810 HK) ปรับตัวขึ้น 4.24% เมื่อวานนี้ หลังจากที่บริษัทมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดและความมุ่งมั่นในการพัฒนารถแข่ง SU7 Ultra ในงานเปิดตัวผลิตภัณฑ์

 

- นักวิเคราะห์จาก Citigroup คาดว่า Xiaomi จะเปิดตัวรถ SU7 Ultra สำหรับการผลิตในปี 2025เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดรถสปอร์ตระดับไฮเอนด์จากการเปิดตัวต้นแบบของรถแข่ง SU7 UItra ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญทางการตลาดสำหรับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าของ Xiaomi

 

- นอกจากนี้ Xiaomi ยังได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนพับได้รุ่นใหม่ Mi MIX Fold 4 รวมถึงมือถือรุ่นพับแนวตั้งครั้งแรก Mi Mix Flip และ Redmi K70 Ultra

 

Bank of America (BAC US) ปรับตัวลง 1.40% หลังจาก Berkshire Hathaway ขายหุ้นประมาณ 33.9 ล้านหุ้นของ Bank of America มูลค่าการขายหุ้นนี้ประมาณ $1.48 พันล้าน จากการทำธุรกรรมหลายครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามรายงานจากการยื่นเอกสารกับหน่วยงานกำกับดูแล

 

Verizon Communications (VZ US) ปรับตัวลง 6.08% ขณะที่บริษัทเผยผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาผสมผสานและผู้บริหารยังให้ประมาณการทั้งปืดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาด

 

- โดยรายได้รวมออกมาอยู่ที่ $3.28 หมื่นล้าน เติบโต 0.61% YoY ติดต่อกัน 2 ไตรมาสติด ออกมาต่ำกว่าคาดเพียงเล็กน้อยที่ $3.31หมื่นล้าน โดยรายได้มากถึง $2.64 หมื่นล้าน มาจากธุรกิจ Wireless เติบโต 1.9% YoY ซึ่งออกมาตรงกับที่นักวิเคราะห์คาด จำนวนสมาชิกใช้บริการอินเทอร์เน็ตมีการเติบโต 2.80 หมื่นรายต่ำกว่าคาดที่ 3.81 หมื่นราย

 

- ขณะที่ Adjusted Ebitda $1.23 หมื่นล้าน เติบโต 2.76% YoY ตรงกับที่นักวิเคราะห์คาด ส่งผลให้กำไรสุทธิต่อหุ้นออกมาอยู่ที่ $1.15 หดตัวลง 4.96% YoY ตรงกับที่นักวิเคราะห์เช่นกัน

 

- สำหรับทั้งปีผู้บริหารคาดว่ารายได้จะมีการเติบโต 2 - 3.5% YoY ขณะที่มองกำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ในกรอบ $4.50 - 4.70 โดยค่าเฉลี่ยอยู่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดที่ $4.57

 

หุ้นในกลุ่ม semiconductor ปรับตัวขึ้น นำมาด้วย Nvidia (NVDA US) +4.76% ตามมาด้วย Microchip (MCHP US) +4.90% NXP Semiconductors (NXPI US) +5.39% Texas Instrument (TXN US) +3.41% Analog Device (ADI US) +3.81%, AMD(AMD US) +2.83% IIa: Broadcom (AVGO US)+2.36%

 

- หลังนักวิเคราะห์จาก Citi มองว่า Nvidia ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ขณะที่ Broadcom กำลังได้รับความนิยมที่เพิ่มมากขึ้นโดย Broadcomกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากฐานลูกค้า AI ที่ขยายตัว เช่น OpenAI และ ByteDance

 

- สำหรับในกลุ่มชิป analog นักวิเคราะห์มองว่า NXPI และ Analog Device ยังคงเป็นสองบริษัทที่โดเด่นที่สุดในกลุ่ม อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำไว้ที่ Sell เนื่องจากสินค้าคงคลังที่ยังอยู่ในระดับสูงและยังได้รับผลกระทบจาก EV

 

- สำหรับ Texas Instrument นักวิเคราะห์มีมุมมองที่ดีขึ้นเนื่องจากคาดว่ารายได้ที่เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและการลงทุน CAPEX ระยะยาวที่ลดลง

 

- อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์ยังมีมุมมองเชิงลบต่อ AMD และ Microchip เนื่องจากคาดว่ายอดส่งมอบของชิป MI300 ของ AMD มีโอกาสจะหดตัวลงและออกมาต่ำกว่าคาด ขณะที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2 ของ Microchip อาจออกมาต่ำกว่าคาดเช่นกัน

Google (GOOGL US) ปรับตัวขึ้น 2.26% หลังนักวิเคราะห์จาก Wedbush ยังคงคำแนะนำไว้ที่ Outperform ด้วยราคาเป้าหมายที่ $205 ต่อหุ้น

 

- เนื่องจากนักวิเคราะห์มีมุมมองที่ดีต่อผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทที่จะประกาศในวันอังคารที่ 23 กรกฎาคม

 

- โดยนักวิเคราะห์มองว่าผลประกอบการจะได้แรงหนุนจากรายได้โฆษณาและรายได้จาก Google Search ที่แข็งแกร่ง

 

- ทั้งนี้นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มประมาณการการเติบโตรายได้ของ Google Searchสำหรับไตรมาสที่สองจาก 12.0% เป็น 12.8% โดยคาดการณ์รายได้จาก Google Search ที่ $4.81พันล้านเพิ่มขึ้นจากประมาณการก่อนหน้านี้ที่ $4.77 พันล้าน

 

- มากไปกว่านั้นคาดว่ารายได้รวมของบริษัทจะเติบโต 13.1% สูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 12.8%รวมทั้งคาดกาณ์ว่าอัตรากำไรจะขยายตัวมาอยู่ที่ 31.7%ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดที่ 31.1%

 

- อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์กล่าวว่านักลงทุนควรจับตาดูการเติบโตของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและ CapEx ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนใน AI การเติบโตของรายได้โฆษณาในช่วงครึ่งหลังของปี และการสร้างรายได้จากการให้บริการ Google Cloud

Tesla (TSLA US) ปรับตัวขึ้น 5.15% หลัง Elon Musk กล่าวว่ามีแผนที่จะเปิดตัวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ สำหรับใช้งานภายในบริษัทในปี 2025 Musk ยังได้กล่าวบนแพลตฟอล์ม X ว่าหุ่นยนต์ Optimus จะเข้าสู่การผลิตสำหรับลูกค้าภายในปี 2026

 

- ทั้งนี้หลายบริษัทได้ให้ความสนใจในการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนนอยด์ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเหมาะสำหรับการทำงานที่มีความเสี่ยงแทน

Amazon (AMZN US) ปรับตัวลง 0.32% ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Wells Fargo มีมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการไตรมาส 2 ที่กำลังจะประกาศ

 

- โดยนักวิเคราะหาดการณ์ว่ารายได้จาก Amazon Web Services จะเพิ่มขึ้น 18%ในไตรมาสที่สอง และมีการคาดการณ์กำไรจากการดำเนินงาน สำหรับไตรมาสที่สามอยู่ที่ $1.60 หมื่นล้าน

 

- อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แนะนำให้จับตาดูมุมมองของผู้บริหารเกี่ยวกับการขนส่งทางอากาศ โดยประมาณการว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสสามประมาณ $200-$400 ล้าน

 

Estee Lauder (EL US) ปรับตัวขึ้น 1.88% ขณะที่นักวิเคราะห์จาก Raymond James ปรับลดคำแนะนำของบริษัทลงสองระดับจาก Strong Buy มาอยู่ที่ Market Perform

 

- โดยนักวิเคราะห์ปรับลดคำแนะนำลงเนื่องจากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่ล่าช้า สะท้อนถึงวามต้องการที่ลดลงในตลาดจีน และการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหรัฐอเมริกาที่อาจส่งผลกระทบต่อความสนใจของผู้บริโภคจีนในสินค้าจากสหรัฐ

 

- นอกจากนั้นยังได้รับผลกระทบจากการแข่งขันทั้งในและนอกประเทศที่กำลังเพิ่มขึ้นซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดของ Estee Lauder

 

- ทั้งนี้นักวิเคราะห์มองว่าการสูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดจะส่งผลให้บริษัทจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายทางด้านโฆษณาเพิ่มขึ้นซึ่งจะกดดันอัตรากำไรของบริษัท

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง