รู้จักสถานีอวกาศ "Thunderbird Station" โครงสร้างเป่าลมเชิงพาณิชย์ เตรียมปล่อยสู่วงโคจรปี 2029

Max Space สตาร์ทอัพผู้พัฒนาเทคโนโลยีโมดูลอวกาศแบบขยายตัวได้ (Expandable module) ได้เปิดเผยแผนการสร้างสถานีอวกาศเชิงพาณิชย์ภายใต้ชื่อ "Thunderbird Station" โดยชูจุดเด่นที่สามารถส่งขึ้นสู่อวกาศได้ด้วยจรวด Falcon 9 ของ SpaceX เพียงเที่ยวเดียว แต่เมื่อพองตัวเต็มที่ในวงโคจรจะมีขนาดมหึมา
รายละเอียดของสถานีอวกาศ Thunderbird Thunderbird Station ถูกออกแบบให้เป็นโมดูลเดี่ยวขนาดใหญ่ เมื่อขยายตัวเต็มที่จะมีปริมาตรถึง 350 ลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 12,300 ลูกบาศก์ฟุต ซึ่งเทียบเท่ากับ 1 ใน 3 ของปริมาตรสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) สถานีนี้ได้รับการออกแบบให้รองรับลูกเรือได้ 4 คนอย่างต่อเนื่อง และมีท่าเทียบยานอวกาศ (Docking ports) จำนวน 2 จุด
ซาเล็ม มิยาน (Saleem Miyan) ซีอีโอของ Max Space ระบุว่า "บริษัทมีแผนที่จะปล่อยสถานีอวกาศขนาดยักษ์นี้ภายในปี 2029 โดยภายในสถานีจะมีการตกแต่งด้วยโครงสร้างที่เรียกว่า Morphic interior ซึ่งใช้วัสดุแบบอ่อนนุ่ม (Soft goods) ที่ลูกเรือสามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยได้ตามความต้องการ คล้ายกับการจัดเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน เพื่อรองรับทั้งการอยู่อาศัยและการผลิตในอวกาศ"
นอกจากนี้ ยังมีหน้าต่างโดมขนาดใหญ่และหน้าจอสำหรับชมวิวโลกและอวกาศ รวมถึงมีห้องส่วนตัว (Pods) สำหรับนักบินอวกาศอีกด้วย
โอกาสทางธุรกิจและช่องว่างหลังยุค ISS
แผนการนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเตรียมพร้อมสำหรับการปลดระวางสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) ในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า ซึ่ง NASA ได้เรียกร้องให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาสถานีอวกาศทดแทน Max Space จึงใช้โอกาสนี้เข้าร่วมแข่งขันในโครงการ Commercial Low Earth Orbit Destinations (CLD) ของ NASA
นอกจากการใช้งานเพื่อการวิจัยของ NASA แล้วบริษัท Max Space ยังมองเห็นความต้องการจากลูกค้ากลุ่มอื่น เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์และไฟเบอร์ออปติกในอวกาศ รวมถึงการท่องเที่ยว
ทีมงานและการทดสอบเบื้องต้น เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการออกแบบ Max Space ได้ดึงตัว Nicole Stott อดีตนักบินอวกาศ NASA มาร่วมทีมเพื่อช่วยออกแบบสภาพแวดล้อมภายในที่เหมาะสมต่อการใช้งานจริง และ Kartik Sheth อดีตนักวิทยาศาสตร์ของ NASA เพื่อช่วยวางกลยุทธ์
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะไปถึงเป้าหมายใหญ่ บริษัทวางแผนที่จะปล่อยยานต้นแบบขนาดเล็กชื่อ Mission Evolution ในช่วงต้นปี 2027 โดยจะไปกับภารกิจ Rideshare ของ SpaceX ภารกิจนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทดสอบระบบป้องกันขยะอวกาศและอุกกาบาตขนาดเล็ก (Micrometeoroid) รวมถึงระบบยังชีพ ซึ่งทางบริษัทระบุว่าปัจจุบันมีเงินทุนเพียงพอสำหรับการดำเนินงานจนถึงภารกิจปล่อยยานต้นแบบนี้แล้ว หลังระดมทุนรอบ Pre-seed ได้กว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
