จับตานายกฯ ประชุมงบฯปี 70 เน้นแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน - ปากท้องปชช.

ภารกิจของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในเช้าวันนี้ (20 เม.ย.)จะเป็นประธานการประชุมมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบปฏิทินงบประมาณ ปี พ.ศ.2570 ฉบับใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเข้าร่วมรับฟังการมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้
โดยขั้นตอนการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นการจัดทำพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยในการจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 ถือว่ามีระยะเวลาในการจัดทำจำกัดประมาณ 5 เดือนเศษ เนื่องจากภายหลังการเลือกตั้งในช่วงต้นปีรัฐบาลเพิ่งจะเข้ามาบริหารประเทศแบบมีอำนาจเต็มสามารถทบทวนและจัดทำ พ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ได้ตั้งแต่หลังการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงให้ ครม.รับทราบในการประชุม ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมาว่ารัฐบาลจะมีการทบทวนกรอบงบประมาณปี 2570 ใหม่ที่กำหนดไว้เดิม 3.78 ล้านล้านบาท โดยเป็นการขาดดุลงบประมาณ 7.88 แสนล้านบาท โดยวัตถุประสงค์ของการทบทวนปรับปรุงวงเงินงบประมาณปี 2570 เพื่อรองรับวิกฤตพลังงาน และผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
นอกจากนั้นในการมอบนโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2570 นายกรัฐมนตรีจะให้ความสำคัญกับประเด็นต่างๆตามที่ ครม.นัดพิเศษเมื่อวันที่ 11 เม.ย.ได้มีมติรับทราบตามที่สำนักงบประมาณเสนอ รวมถึงความสอดคล้องกับคำแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไปแล้ว โดยมีสาระสำคัญดังนี้
มุ่งเน้นดำเนินการขับเคลื่อนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของประชาชน รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการรักษาวินัยและเสริมสร้างความเข้มแข็งทางการคลังให้สามารถรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจและตอบสนองต่อความท้าทายต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ต้องทันสมัย สนับสนุนพลังงานสะอาดและนวัตกรรมดิจิทัล
งบประมาณฐานศูนย์: คือให้พิจารณาความจำเป็นใหม่ โครงการไหนซ้ำซ้อนหรือไม่จำเป็น ให้สั่ง "ชะลอหรือยกเลิก" ทันที ต้องมีตัวชี้วัดชัดเจน: ใช้งบแล้วประชาชนต้องได้ประโยชน์จริง หาแหล่งเงินเพิ่ม ให้หน่วยงานนำเงินนอกงบประมาณหรือเงินสะสมมาใช้ก่อน รวมถึงดึงเอกชนมาร่วมลงทุน (PPP) เพื่อลดภาระงบประมาณแผ่นดิน เน้นพื้นที่โดยฟังเสียงคนในจังหวัดและท้องถิ่น ต้องควบคุมวงเงินคำขอใหม่ไม่ควรเกินปี 69 เว้นแต่เป็นงบลงทุนจริงๆ และสุดท้าย ต้องทำตามกฎหมายและระเบียบวินัยการคลังอย่างเคร่งครัด
สำหรับไทม์ไลน์หลังจากนี้ คาดว่าวันที่ 28 เมษายนนี้ ครม. จะเคาะวงเงินงบประมาณขั้นสุดท้าย และจะเปิดให้หน่วยงานส่งคำขอในวันที่ 1 พฤษภาคม
จากนั้นร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 70 จะเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรวาระแรกในต้นเดือนกรกฎาคม และคาดว่าจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายได้ภายในวันที่ 21 กันยายน 2569 นี้ เพื่อให้เม็ดเงินกระจายลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้ทันท่วงที
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
