ญี่ปุ่นยกท่องเที่ยวเป็น "อุตสาหกรรมหลัก"

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ว่าองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น ( เจเอ็นทีโอ ) เปิดเผยร่างแผนการกำหนดทิศทางนโยบายการท่องเที่ยวของประเทศจนถึงปี 2573 ซึ่งรวมถึงการเพิ่มจำนวนภูมิภาค สำหรับดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง จากปัจจุบัน 47 แห่ง เป็น 100 แห่ง
ทั้งนี้ แผนงานใหม่จะครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี ระหว่างปี 2569-2573 โดยเจเอ็นทีโอตั้งเป้าจัดทำร่างสุดท้ายให้แล้วเสร็จ ภายในเดือนมี.ค. นี้ เพื่อเสนอขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีต่อไป
สำหรับสาระสำคัญของแผนการ รวมถึงการที่ญี่ปุ่นยังคงรักษาเป้าหมายเดิม ที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 60 ล้านคน และสร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว อยู่ที่ 15 ล้านล้านเยนต่อปี ( ราว 3 ล้านล้านบาท ) ภายในปี 2573 และเพิ่มเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมาเที่ยวซ้ำ จาก 36 ล้านคน เป็น 40 ล้านคน
ขณะเดียวกัน ร่างแผนดังกล่าวยังระบุถึงความจำเป็น ของการดำเนินมาตรการเพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยการสร้างความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ในปี 2568 รายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 9.5 ล้านล้านเยน ( ราว 1.94 ล้านล้านบาท ) ทำให้การท่องเที่ยวกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่อันดับสองของญี่ปุ่น รองจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีมูลค่า 17 ล้านล้านเยน ( ราว 3.47 ล้านล้านบาท ) ด้วยเหตุนี้ เจเอ็นทีโอจึงตัดสินใจยกระดับการท่องเที่ยวขาเข้าให้เป็น “อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์” ที่จะนำการพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ
อย่างไรก็ตาม จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของการท่องเที่ยวญี่ปุ่นมานาน ลดลงอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนพ.ย. 2568 ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีนที่เลวร้ายลง จากวาทะของนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิด “เหตุฉุกเฉินทางทหาร” กับไต้หวัน ร่างแผนงานจึงชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการมีกลยุทธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ไม่พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งมากเกินไปด้วย.
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
