JMART ไตรมาส 1/2569 ฟื้นตัวแกร่ง รับแรงหนุนจากธุรกิจ Jaymart Mobile และสินเชื่อ “Lock Phone”

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 สะท้อนการฟื้นตัวและการเติบโตของกลุ่มธุรกิจค้าปลีกและการเงินภายใต้กลยุทธ์ “The Power of Synergy” โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 162.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อและภาระหนี้ครัวเรือน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3,894.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเติบโตของธุรกิจมือถือและสินเชื่อ Lock Phone รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าในเครือที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญในไตรมาสนี้ มาจากการเติบโตของธุรกิจจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริม ภายใต้ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ซึ่งมีกำไรสุทธิ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 159.1% จากปีก่อน จากความสำเร็จของธุรกิจ “Lock Phone” ที่สามารถขยายพอร์ตสินเชื่อได้อย่างรวดเร็ว ผ่านการทำงานร่วมกันของบริษัทในเครือ ทั้ง Jaymart Mobile, SINGER, SGC และ KB J Capital ภายใต้บริการ SG Finance+ และ Samsung Finance+ ซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าในกลุ่มสมาร์ตโฟนและ Digital Lending ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนการเติบโตของสินเชื่อดิจิทัลและความต้องการผ่อนชำระสมาร์ตโฟนโดยไม่ใช้บัตรเครดิตที่ยังขยายตัวต่อเนื่องในยุคดิจิทัล
ขณะเดียวกัน บริษัทได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากส่วนแบ่งกำไรของ “สุกี้ตี๋น้อย” ซึ่งมีรายได้ไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 2,588 ล้านบาท เติบโต 32% และมีกำไรสุทธิ 170 ล้านบาท โดย JMART รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการถือหุ้น 30% เป็นจำนวน 51 ล้านบาท ก่อนการปันส่วน PPA
ด้าน ธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพของ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT แม้จะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้การจัดเก็บหนี้ภายใต้แนวทางบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบและมีการตั้งสำรอง Expected Credit Loss (ECL) เพิ่มขึ้นตามหลักความระมัดระวังทางบัญชี ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสด (Non-cash Item) โดยบริษัทสามารถรักษาการเติบโตของกำไรผู้ถือหุ้นได้ จากการเติบโตของธุรกิจแกนหลักและ Synergy ของกลุ่มบริษัท
สำหรับทิศทางธุรกิจในช่วงที่เหลือของปี 2569 JMART ยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจภายใต้แนวคิด Ecosystem อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างการเติบโตผ่านการเชื่อมโยงสินค้า บริการ และฐานลูกค้าภายในกลุ่ม โดยเฉพาะ Lock Phone ธุรกิจสินเชื่อมือถือ Samsung Finance+ และ SG Finance+ ควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อในระยะยาว รวมถึงการใช้ Data Analytics, CRM และแพลตฟอร์ม J Point เพื่อเพิ่มโอกาสการซื้อซ้ำและสร้างความภักดีของลูกค้าในระบบนิเวศของกลุ่มบริษัท
นอกจากนี้ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J บริษัทยังเดินหน้าต่อยอดธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และพื้นที่เช่า ผ่านการพัฒนาโครงการใหม่ เช่น โรงแรม SENS Hotel, สนามกีฬา และ Sport Economy เพื่อเพิ่มศักยภาพการสร้างรายได้ประจำในอนาคต พร้อมเดินหน้าพัฒนาองค์กรสู่การเป็น AI Maturity Organization ผ่านโครงการ Jaymart Group AI Hackathon 2026 และ AI Transformation Workshop เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในระยะยาว
อย่างไรก็ดี คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลเป็นเงินสดให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.135 บาทต่อหุ้น สะท้อนความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการดำเนินธุรกิจและฐานะทางการเงินของบริษัท
แม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความผันผวน โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 และขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 27 พฤษภาคม 2569 ก่อนกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 12 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะท้อนนโยบายการสร้างผลตอบแทนที่ต่อเนื่องให้แก่ผู้ถือหุ้นควบคู่กับการเดินหน้าขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตระยะยาวของกลุ่ม JMART
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
