รีเซต

ตลาดอสังหาฯ ไทยชะงัก รายเล็กเจ็บหนัก-บ้านมือสองรุ่ง

ตลาดอสังหาฯ ไทยชะงัก รายเล็กเจ็บหนัก-บ้านมือสองรุ่ง
TNN ช่อง16
11 พฤษภาคม 2569 ( 13:17 )

อสังหาฯ ไทยปี 2569 “ขาลงปีที่ 4” ตลาดรวมยังอ่อนแรง

ข้อมูลจาก SCB EIC และ KResearch ประเมินตรงกันว่า ตลาดอสังหาฯ ไทยปี 2569 ยังอยู่ในช่วงขาลงต่อเนื่อง โดยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์มีแนวโน้มลดลงอีก 5% เหลือประมาณ 824,000 ล้านบาท ขณะที่จำนวนหน่วยโอนอาจลดเหลือราว 300,000 หน่วย หดตัว 5.1%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ตลาดไม่ได้แค่ “ขายยาก” แต่กำลังเผชิญภาวะ “ปิดดีลยาก” จากกำลังซื้อที่ลดลง และการกู้ซื้อที่ยากขึ้น

แรงกดดันสำคัญที่ฉุดตลาดในรอบนี้ ไม่ได้มาจากปัจจัยเดียว แต่เกิดจาก 3 ด้านพร้อมกัน

1. หนี้ครัวเรือนสูง กำลังซื้ออ่อนแรง ภาระหนี้เดิม ทั้งบัตรเครดิต รถยนต์ และสินเชื่อส่วนบุคคล ทำให้ครัวเรือนจำนวนมากไม่สามารถก่อหนี้บ้านใหม่ได้

2. แบงก์เข้มสินเชื่อ ปฏิเสธกู้สูง สถาบันการเงินระวังความเสี่ยงมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มรายได้กลาง-ล่าง ส่งผลให้ยอดจองจำนวนมากไม่สามารถเปลี่ยนเป็นยอดโอนได้จริง

3. ค่าครองชีพสูง รายได้โตไม่ทัน ต้นทุนชีวิตประจำวัน ทั้งอาหาร พลังงาน และค่าเดินทาง กินกำลังซื้อก่อนถึงการผ่อนบ้าน

เมื่อทั้ง 3 ปัจจัยทำงานพร้อมกัน บ้านจึงกลายเป็น “ภาระระยะยาว” ที่หลายครอบครัวเลือกชะลอ




กลุ่มไหน “เจ็บสุด” ในวิกฤตรอบนี้

ภาวะตลาดอ่อนแรงไม่ได้กระทบทุกกลุ่มเท่ากัน แต่กำลังคัดผู้รอดอย่างชัดเจน

"คอนโดใหม่" กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มเปราะบางที่สุด โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่มีสต๊อกค้างสูง เมื่อดีมานด์ชะลอ แต่ซัพพลายหยุดไม่ได้ ผู้ประกอบการต้องแบกต้นทุนถือครองเพิ่ม

"บ้านระดับล่าง-กลาง" เจอปัญหากู้ไม่ผ่านหนักสุด แม้เป็นตลาดแมส แต่กลับกลายเป็นจุดเปราะบางจากหนี้ครัวเรือน

"ผู้ประกอบการรายเล็ก" เผชิญแรงกดดันสูงสุด เพราะเงินทุนจำกัด แข่งโปรโมชั่นสู้รายใหญ่ยาก และสภาพคล่องตึงตัว

ภาพรวมจึงไม่ใช่แค่ยอดขายชะลอ แต่คือ “เกมคัดกรอง” ว่าใครแข็งแรงพอจะอยู่รอด

บ้านมือสอง-ตลาดเช่า-รีโนเวต “ผู้ชนะใหม่”

ในทุกวิกฤต มักมีธุรกิจที่ได้ประโยชน์ และในรอบนี้ “บ้านมือสอง” คือหนึ่งในผู้ชนะชัดเจน

ข้อมูลจาก KResearch ระบุว่า บ้านมือสองมีสัดส่วนถึง 64.6% ของตลาดอสังหาฯ ไทยในปีนี้

เหตุผลหลักคือ

ราคาต่ำกว่าบ้านใหม่

ทำเลดีกว่าในหลายพื้นที่

ต่อรองง่ายกว่า

ภาระการเงินเริ่มต้นต่ำกว่า

ขณะเดียวกัน เมื่อการซื้อบ้านยากขึ้น ผู้บริโภคจำนวนมากจึงเปลี่ยนจาก “ซื้อ” ไปสู่ “เช่า” มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ตลาดเช่าเติบโตตาม

อีกกลุ่มที่ได้อานิสงส์คือ “ธุรกิจรีโนเวต” เพราะผู้ซื้อบ้านมือสองจำนวนมากเลือกซื้อบ้านราคาต่ำ แล้วปรับปรุงใหม่แทนซื้อบ้านใหม่ราคาแพง

วิกฤตนี้ยังดัน “โซลาร์บ้าน-สถานีชาร์จ EV”

ต้นทุนค่าครองชีพและค่าไฟที่สูงขึ้น ยังผลักดันให้เจ้าของบ้านมองหาแนวทางลดต้นทุนระยะยาว เช่น

โซลาร์รูฟท็อป

ระบบประหยัดพลังงาน

สถานีชาร์จรถ EV ภายในบ้าน

สะท้อนว่า วิกฤตอสังหาฯ ไม่ได้แค่เปลี่ยนตลาดบ้าน แต่กำลังเปลี่ยน “ระบบนิเวศการอยู่อาศัย”

อสังหาฯ ไทยปี 2569 ไม่ได้เผชิญแค่ภาวะขายช้า แต่กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จากตลาดบ้านใหม่สู่ตลาดที่ผู้บริโภคเน้น “ความคุ้มค่า สภาพคล่อง และต้นทุนระยะยาว”

ผู้ชนะอาจไม่ใช่คนที่ขายบ้านได้มากที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด มองเห็นพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค และเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง