ยินดีต้อนรับสู่ ทรูไอดี

ครม.เคาะ เพิ่ม "ตรุษจีน" เป็นวันหยุดราชการพิเศษ ปี 64

ครม.เคาะ เพิ่ม "ตรุษจีน" เป็นวันหยุดราชการพิเศษ ปี 64
มติชน
29 ธันวาคม 2563 ( 14:55 )
40
ครม.เคาะ เพิ่ม "ตรุษจีน" เป็นวันหยุดราชการพิเศษ ปี 64

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส. ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษและกำหนดวันหยุดราชการประจำภูมิภาครวมทั้งเลื่อนวันหยุดราชการชดเชยวันหยุดราชการประจำปี 2564 การกำหนดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษนี้จะไม่ถือเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ตามปกติ เพราะเป็นวันพิเศษที่เกิดขึ้นช่วงปี 2564 นี้เท่านั้น ส่วนหน่วยงานใดที่มีภารกิจในการให้บริการประชาชนหรือมีความจำเป็นหรือราชการสำคัญในวันหยุดดังกล่าวที่มีการนัดหมายไว้ก่อนแล้ว หากยกเลิกจะก่อให้เกิดผลประทบต่อประชาชนให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาตามความสมควรว่าจะหยุดหรือไม่หยุดก็ได้ เช่นเดียวกับหน่วยงานเอกชน และสถาบันการเงิน จะหยุดหรือไม่หยุดก็ได้

 

น.ส. ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนวันหยุดประจำภาคจะทดลองใช้เฉพาะปี 2564 เท่านั้น ซึ่งมติให้ถือตามภาคที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด ทั้งนี้ วันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษ ประกอบด้วย วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 เนื่องจากเป็นวันตรุษจีน วันจันทร์ที่ 12 เมษายน 2564 เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม 2564 เนื่องจากชดเชยวันเข้าพรรษา และวันศุกร์ที่ 24 กันยายน 2564 เป็น เนื่องจากเป็นวันมหิดล

 

น.ส. ไตรศุลี กล่าวว่า กล่าวต่อว่า ส่วนวันหยุดราชการประจำภูมิภาค ประกอบด้วย วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคเหนือ เนื่องจากประเพณีไหว้พระธาตุประจำปี วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากประเพณีงานบุญบั้งไฟ วันพุธที่6 ตุลาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคใต้ เนื่องจากประเพณีสารทเดือนสิบ และวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม 2564 เป็นวันหยุดราชการประจำภาคกลาง เนื่องจากเทศกาลออกพรรษา รวมทั้งมีมติให้เลื่อนวันหยุดชดเชยวันปิยะมหาราชจากวันจันทร์ที่ 24 ตุลาคมเป็นวันศุกร์ที่ 22 ตุลาคม 2564

“การที่รัฐออกวันหยุดพิเศษและวันหยุดประจำภาคเนื่องจากเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะจากวันหยุดยาวที่ผ่านมามีผลสำรวจออกมาแล้วว่าวันหยุดยาวประชาชนออกไปจับจ่ายใช้สอย ท่องเที่ยว ก่อให้เกิดการกระตุ้นภายในประเทศมากยิ่งขึ้น”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง