รีเซต

หุ้นไทยพักฐานยังไม่จบรอบปรับขึ้น ชี้เป้า 5 กลุ่มเด่น รับดัชนีสิ้นปี 1,680 จุด

หุ้นไทยพักฐานยังไม่จบรอบปรับขึ้น ชี้เป้า 5 กลุ่มเด่น รับดัชนีสิ้นปี 1,680 จุด
TNN ช่อง16
5 มิถุนายน 2569 ( 19:26 )
11

ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ในวันที่ 05 มิ.ย. 2569 ปิดตลาดที่ระดับ 1,582.60 จุด ลดลง 12.19 จุด หรือ -0.76% ปรับลงตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชียและหุ้นโลก แต่มีจะกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลง แต่ก็มีหุ้นหลายกลุ่มปรับขึ้นสวนทางกับภาพตลาดโดยรวม 


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ไฮไลท์ประจำวันที่ 5 มิ.ย. 2569 ว่า หุ้นที่ปรับตัวขึ้น ได้แก่ MINT : ปิดที่ 22.90 บาท (+3.15%) , CENTEL : ปิดที่ 34.50 บาท (+3.76%) โดยตลาดเก็งกำไรในกลุ่มท่องเที่ยว จากความคืบหน้าในการเจรจาสงครามระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ หลังทรัมป์ให้ความเห็นล่าสุดว่า การเจรจากับอิหร่านเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายเพื่อยุติสงคราม


BBIK : ปิดที่ 20.40 บาท (+9.09%) มีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการเติบโตของบริษัทในปี 2026 โดยบริษัทยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 20% เทียบระยะเดียวกันปีก่อน (YoY) ขณะที่มูลค่างนาในมือรอรับรู้รายได้ ( Backlog ) ล่าสุดอยู่ที่ 1,130 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้น 4Q25 ที่ 952 ล้านบาท อีกทั้ง valuation ยังอยู่ในระดับไม่แพง


RCL : ปิดที่ 31.75 บาท (+2.42%) ราคาปรับขึ้นตาม sentiment บวกของค่าระวางเรือ ตู้คอนเทนเนอร์ที่เร่งตัวขึ้น ขณะที่ BH : ปิดที่ 184.50 บาท (+4.24%) , BDMS : ปิดที่ 18.40 บาท (+1.10%) มีเม็ดเงินสลับเข้าหุ้นกลุ่ม Value Play ก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ขณะที่ตลาดคาดหวังต่อความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างอิสราเอลและเลบานอน

ด้านกลุ่มหุ้นที่ปรับตัวลง ได้แก่ CCET :  ปิดที่ 9.35 บาท (-7.43%) , DELTA : ปิดที่ 343.00 บาท (-3.65%) , HANA : ปิดที่ 36.00 บาท (-7.10%) ซึ่งการปรับลงถูกกดดันตามหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีโลก หลังราคาปรับขึ้นเด่นในช่วงก่อนหน้า ส่วน GLOBAL : ปิด 6.55 บาท (-3.68%) ซึ่งกลุ่มปรับปรุงซ่อมแซมบ้านมีแรงขาย หลังอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ในเดือน พ.ค. 2569 ชะลอตัว จากการเร่งซื้อวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าไปแล้ว โดย SSSG เดือน พ.ค. ของ GLOBAL อยู่ที่ -4% YoY เทียบกับเดือน เม.ย. ที่ +2% YoY


ด้านมุมมองการลงทุนในระยะถัดไป นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับทีมข่าวรายการ"รู้ทันลงทุน" ว่า จากแหล่งข้อมูลหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจในระยะกลาง (ช่วง 5 ปีข้างหน้า) จะมีลักษณะการกระจายตัวมากขึ้น โดยกลุ่มที่โดดเด่น มีดังนี้ 


กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐาน AI (AI Infra) และ Data Center : ซึ่งรวมถึงกลุ่ม นิคมอุตสาหกรรม ที่ได้รับออเดอร์เพิ่มขึ้น , กลุ่ม ICT และ กลุ่มโรงไฟฟ้า ที่เชื่อมโยงกับการขยายตัวของ Data Center ซึ่งกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างมาก


กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภคที่เกี่ยวข้อง : ครอบคลุมถึง ระบบโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid), กลุ่มน้ำ, และพลังงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน (Transition Energy) โดยเฉพาะหุ้นอย่าง PTT และ GULF ที่จะได้ประโยชน์จากความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้นในอีก 5 ปีข้างหน้า เนื่องจากพลังงานหมุนเวียนยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด 100%


กลุ่มธนาคาร (Finance) : ในฐานะผู้ให้แหล่งเงินทุน (Funding) สำหรับการเร่งตัวของวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ ซึ่งคาดว่าอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำจะช่วยกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนได้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีหน้า 2570 

ส่วนกลุ่มที่รอการฟื้นตัวจากการผ่อนคลายของสถานการณ์โลก : หากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มคลี่คลายลง หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและบริการ, โรงพยาบาล และไฟแนนซ์ จะเริ่มสลับขึ้นมาโดดเด่น (Outperform) เนื่องจากปัจจุบันเป็นกลุ่มที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว


กลุ่มการบริโภค (Relative Consumer) : คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น ตามมาหลังจากเศรษฐกิจไทยที่ได้รับแรงส่งจากการลงทุนไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ทำให้ต่อไปตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มได้รับแรงขับเคลื่อนจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (New Capex Cycle) ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมในวงกว้างมากขึ้นกว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาที่หุ้นฟื้นแบบกระจุกตัว 


ด้านสถานการณ์เงินเฟ้อล่าสุดที่กระทรวงพาณิชย์รายงานในเดือนพ.ค.ปี 2569 ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ น่าจะทำให้เห็นการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในระดับต่ำที่ 1% ต่อไปอีกเป็นเวลานาน โดยอาจลากยาวไปอย่างน้อยจนถึงสิ้นปี 2570 แต่ดอกเบี้ยน่าจะต่ำสุดปลายทางแล้ว และน่าจะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกในระยะนี้ เนื่องจากความต้องการในประเทศ (Demand) ยังฟื้นตัวได้ไม่แข็งแรงนัก จึงมีส่วนช่วยกระตุ้นวัฏจักรการลงทุน (New Capex Cycle) ที่จะหนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจไทย ช่วยประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจให้เติบโตได้ดีขึ้นในปลายไตรมาส 2/2569   


ทั้งนี้ ทิศทางดัชนีหุ้นไทยในเดือนมิ.ย.แม้จะเห็นการพักตัว แต่ไม่ได้จบรอบ คาดกรอบแนวต้านเดือนนี้ที่แถวๆ 1,607 จุด และหลังปลายไตรมาส 2/2569 ตลาดหุ้นน่าจะทยอยดีขึ้น คาดปลายปีนี้มีลุ้นแตะระดับเป้าหมายที่คาดไว้ที่ 1,680 จุด ซึ่งการลงทุนในระยะกลางธีมหุ้นแนะนำ มองไปที่หุ้นกลุ่มแบงก์ อย่าง KBANK , BBL ,หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า อย่าง GULF , GPSC ,กลุ่ม ICT อย่าง ADVANC ,กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม อย่าง  AMATA  และกลุ่มพลังงาน อย่าง PTT  

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง